<<<< การปฏิบัติตามหนังสือเวียนกรมบัญชีกลาง ที่ กค 0421.4/ว263 ลว 24 ก.ย. 2557 จะสามารถดำเนินการได้ตั้งแต่วันที่ 6 ตุลาคม 2557 เป็นต้นไป ซึ่งสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่นี่ คลิกที่นี่
<<<< สำนักมาตรฐานการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐเปิดรับสมัครลูกจ้างชั่วคราว 3 ตำแหน่ง 4 อัตรา ตั้งแต่วันที่ 20 - 29 ตุลาคม 2557 ที่ฝ่ายบริหารทั่วไป (สมจ.) ชั้น 5 อาคาร 9 รายละเอียด คลิกที่นี่
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
มาตรการป้องกันลดโอกาสสมยอมกันเสนอราคา:เฉพาะกรณีกำหนดราคากลางงานก่อสร้างของทางราชการ
ข้อมูลจัดซื้อจัดจ้าง > ระเบียบฯ 35 > การซื้อการจ้าง > หนังสือเวียน



สำเนา

 

(สำเนา)

ที่ นร 0205/ว 12      สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี
ทำเนียบรัฐบาล กทม. 10300

13 มกราคม 2541

เรื่อง มาตรการป้องกันหรือลดโอกาสในการสมยอมกันเสนอราคา : เฉพาะกรณีการกำหนดราคากลาง งานก่อสร้างของทางราชการ

เรียน ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี

สิ่งที่ส่งมาด้วย 1. สำเนาหนังสือสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ที่ นร 0103/24724 ลงวันที่        18 ธันวาคม 2540
 2. สำเนาหนังสือสำนักนายกรัฐมนตรี ที่ นร 1305/12514 ลงวันที่ 31 ธันวาคม 2540

 ด้วยสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ขอให้นำข้อเสนอของคณะกรรมการ ป.ป.ป. เสนอคณะรัฐมนตรี พิจารณาเกี่ยวกับการกำหนดมาตรการป้องกัน หรือลดโอกาสในการสมยอมกันเสนอราคา : เฉพาะกรณีการกำหนดราคากลางงานก่อสร้าง ของทางราชการเพื่อให้ส่วนราชการ หน่วยงานของรัฐและรัฐวิสาหกิจถือปฏิบัติ ความละเอียดปรากฎตามสำเนาหนังสือที่ส่งมาด้วยนี้

 ในคราวประชุมคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 6 มกราคม 2541 สำนักนายกรัฐมนตรี (สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี) ได้เสนอเพิ่มเติมตามหนังสือสำนักนายกรัฐมนตรี                      ที่ นร 1305/ 12514 ลงวันที่ 31 ธันวาคม 2540 เรื่อง มาตรการป้องกัน หรือลดโอกาสการสมยอมกันในการเสนอราคา โดยได้เสนอขออนุมัติเปลี่ยนแปลงอัตราภาษีที่ใช้คำนวณราคากลาง ในงานก่อสร้างของทางราชการในสูตร FACTOR F และได้จัดทำตาราง FACTOR F ตามอัตราภาษี และอัตราดอกเบี้ยใหม ่เสนอให้คณะรัฐมนตรีให้ความเห็นชอบ เพื่อให้ส่วนราชการถือปฏิบัติ กับขออนุมัติให้สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี แจ้งเวียนการเปลี่ยนแปลงอัตราภาษีใหม่ ให้ส่วนราชการต่าง ๆ ทราบ โดยไม่ต้องนำเสนอต่อคณะรัฐมนตรี พร้อมทั้งขออนุมัติแต่งตั้ง คณะกรรมการควบคุมราคากลางตามองค์ประกอบ และอำนาจหน้าที่เดิม ซึ่งคณะรัฐมนตรีได้พิจารณาแล้ว ลงมติว่า

 1. เห็นชอบมาตรการป้องกันหรือลดโอกาสในการสมยอมกันเสนอราคา : เฉพาะกรณีการกำหนดราคากลางงานก่อสร้างของทางราชการ ตามที่คณะกรรมการ ป.ป.ป. เสนอ โดย
 1.1 ให้ส่วนราชการ หน่วยงานของรัฐ และรัฐวิสาหกิจถือปฏิบัติตามหลักการที่คณะกรรมการ ป.ป.ป. เสนอ ในเรื่องที่เกี่ยวกับการกำหนด ให้ต้องมีการประกาศเปิดเผยราคากลาง และหน้าที่ในการคำนวณราคากลางต่อไป
 1.2 อนุมัติให้แต่งตั้งคณะกรรมการควบคุมราคากลาง ตามที่สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีเสนอ
 1.3 ให้คณะกรรมการควบคุมราคากลาง รับข้อเสนอของคณะกรรมการ ป.ป.ป. ที่ให้ประมวลหลักเกณฑ์ เกี่ยวกับการคำนวณราคากลางที่กระจายอยู่ในมติคณะรัฐมนตรีหลายฉบับ รวมทั้งที่มีปรากฏในหนังสือแจ้งเวียน ของส่วนราชการมาพิจารณา กำหนดเป็นหลักเกณฑ์สำหรับ ให้เจ้าหน้าที่หรือผู้ที่เกี่ยวข้องสามารถเข้าใจได้ง่าย ถูกต้องและมีแนวทางปฏิบัติอย่างเดียวกัน ไปดำเนินการ

 2. อนุมัติให้เปลี่ยนแปลงอัตราภาษีที่ใช้คำนวณราคากลางในงานก่อสร้างของทางราชการในสูตร FACTOR F จากเดิมร้อยละ 7 เป็นร้อยละ 10 เห็นชอบตาราง FACTOR R ที่จัดทำขึ้นตามอัตราภาษีและอัตราดอกเบี้ยใหม่ โดยให้สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีแจ้งให้ส่วนราชการถือปฏิบัติต่อไป และอนุมัติให้ สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี รับผิดชอบในการแจ้งเวียนการเปลี่ยนแปลงอัตราภาษีใหม่ ให้ส่วนราชการต่าง ๆ ทราบ เพื่อถือปฏิบัติ ตามที่สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี เสนอ

 3. คณะรัฐมนตรี เห็นว่า ทางราชการต้องสูญเสียงบประมาณในแต่ละปีเป็นจำนวนมาก เนื่องจากมีการสมยอมกันในการเสนอราคา ทั้งที่เกิดจากฝ่ายเอกชน และเกิดจากการร่วมมือกันระหว่างเอกชน และจ้าหน้าที่ของรัฐ เพื่อแก้ไขและป้องกันปัญหาดังกล่าว จึงมอบให้สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีรับไปจัดตั้งคณะกรรมการ ประกอบด้วย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี (นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ) เป็นประธาน และหน่วยงานที่มีการจัดซื้อจัดจ้างเป็นจำนวนมาก ร่วมเป็นกรรมการ ยกร่างกฎหมาย เพื่อแก้ไขและป้องกันปัญหาการสมยอมในการเสนอราคา รวมทั้งการปรับปรุงแก้ไขระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุ พ.ศ. 2535 ให้สอดคล้องกับสภาวการณ์ปัจจุบัน แล้วนำเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาภายใน 60 วัน

 4. คณะรัฐมนตรีมีข้อสังเกตว่า
 4.1 ปัจจุบันหน่วยงานหลายแห่ง มีการคัดเลือกผู้มีคุณสมบัติเบื้องต้น ในการซื้อและการจ้างตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยการพัสดุ พ.ศ. 2535 สำหรับงานต่าง ๆ ไว้อาจทำให้เกิดการแข่งขันน้อยราย และอาจเป็นสาเหตุหนึ่ง ที่ทำให้เกิดการสมยอมกันในการเสนอราคาได้ จึงให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงคมนาคม และกระทรวงมหาดไทย รับไปพิจารณาว่า หากจะให้เกิดการแข่งขันกันอย่างเสรี โดยยกเลิกการคัดเลือกผู้มีคุณสมบัติเบื้องต้นในการซื้อและการจ้าง แล้วจะมีผลกระทบอย่างใด และสมควรมีมาตราการหรือแนวทางเสริมอย่างไร เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาการทิ้งงาน เช่น การเพิ่มหลักประกัน เป็นต้น แล้วเสนอคณะรัฐมนตรีต่อไป
 4.2 ในช่วงที่มีข้อจำกัดทางด้านงบประมาณ สำนักงบประมาณ ควรพิจารณารูปแบบและรายการงานก่อสร้างต่างๆ ของทางราชการให้เป็นไปอย่างประหยัดเหมาะสม สอดคล้องกับความจำเป็นเพื่อให้การใช้จ่ายงบประมาณ ที่มีอยู่อย่างจำกัดเกิดประโยชน์มากที่สุด ตลอดจนพิจารณาทบทวนหลักเกณฑ์ การคำนวณราคากลาง เพื่อสะท้อนต้นทุนที่แท้จริงด้วย ดังนั้น หากสำนักงบประมาณเห็นว่างานก่อสร้างใด จะสามารถปรับลดการใช้จ่ายงบประมาณลงได้อีกไม่ว่ากรณีใด ก็ให้สำนักงบประมาณ พิจาณา แล้วนำเสนอคณะรัฐมนตรีต่อไปด้วย

 จึงเรียนมาเพื่อโปรดทราบ เพื่อถือปฏิบัติต่อไป และขอได้โปรดแจ้งให้หน่วยงานและรัฐวิสาหกิจในสังกัดทราบ และถือปฏิบัติต่อไปด้วย


ขอแสดงความนับถือ

(ลงชื่อ) วิษณุ เครืองาม
(นายวิษณุ เครืองาม)
เลขาธิการคณะรัฐมนตรี


สำนักบริหารการประชุมคณะรัฐมนตรี
โทร. 2800391
โทรสาร 2810627

(สำเนา)
สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี
ทำเนียบรัฐบาล กทม. 10300
18 ธันวาคม 2540

เรื่อง มาตรการป้องกันหรือลดโอกาสในการสมยอมกันเสนอราคา : เฉพาะกรณีการกำหนดราคากลางงานก่อสร้างของทางราชการ
เรียน เลขาธิการคณะรัฐมนตรี
สิ่งที่ส่งมาด้วย 1. สำเนาบันทึกข้อความสำนักงาน ป.ป.ป. ที่ นร 1502/17590 ลงวันที่ 8 กันยายน 2540 จำนวน 100 ชุด
 2. สำเนาคำสั่งรองนายกรัฐมนตรี (นายพิชัย รัตตกุล) ปฏิบัติราชการแทนนายกรัฐมนตรี ลงวันที่ 27 พฤศจิกายน 2540
 ด้วยคณะกรรมการ ป.ป.ป. ได้เสนอมาตรการป้องกันหรือลดโอกาสในการสมยอมกันเสนอราคา : เฉพาะกรณีการกำหนดราคากลาง งานก่อสร้างของทางราชการ ไปเพื่อนายกรัฐมนตรีพิจารณานำเสนอ คณะรัฐมนตรีพิจารณาตามมาตรา 13 (1) แห่งพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบในวงราชการ พ.ศ. 2518 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดย พระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการทุจริต และประพฤติมิชอบในวงราชการ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2530 รายละเอียดปรากฏตามเอกสารที่ส่งมาด้วย
 รองนายกรัฐมนตรี (นายพิชัย รัตตกุล) ปฏิบัติราชการแทนนายกรัฐมนตรีพิจารณาแล้ว มีคำสั่งให้เสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาตามเอกสารที่ส่งมาด้วย 2

 จึงเรียนมาเพื่อโปรดดำเนินการต่อไป
ขอแสดงความนับถือ

(ลงชื่อ) สุธี สุทธิสมบูรณ์
(นายสุธี สุทธิสมบูรณ์)
รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายบริหาร
ปฏิบัติราชการแทน เลขาธิการนายกรัฐมนตรี
กองกฎหมายและระเบียบ
โทร. 2821126
โทรสาร 2829546
(สำเนา)

บันทึกข้อความ
ส่วนราชการ  สำนักงาน ป.ป.ป. กองวิจัยและวางแผน กลุ่มมาตรการป้องกัน โทร. 2820407
ที่ นร 1502/17590.    วันที่ 8 กันยายน 2540
เรื่อง มาตรการป้องกันหรือลดโอกาสในการสมยอมกันเสนอราคา : เฉพาะกรณีการกำหนดราคากลางงานก่อสร้างของทางราชการ

กราบเรียน นายกรัฐมนตรี

 ด้วยที่ประชุมคณะกรรมการ ป.ป.ป. ครั้งที่ 16/2540 วันที่ 2 พฤษภาคม 2540 ได้พิจารณา เรื่องกล่าวหาร้องเรียนพนักงานรัฐวิสาหกิจแห่งหนึ่งว่า มีพฤติการณ์ส่อไปในทางไม่สุจริต กรณีการประกวดราคาซื้อ AUTOMATIC SWITCHING EQUIPMENT FOR H.T. CAPACITOR BANK เพราะได้ยกเลิกการประกวดราคา ทั้งที่บริษัทผู้เข้าประกวดราคาได้เสนอราคาถูกต้อง และที่ยกเลิกก็เพราะมีเจตนาจะซื้ออีกบริษัท

 อย่างไรก็ตามจากการสอบสวนไม่พบว่ามีการทุจริตตามข้อกล่าวหา จึงมีมติให้ยุติเรื่องพร้อมทั้งมีความเห็นเป็นข้อสังเกตว่า เมื่อได้ยกเลิกการประกวดราคาและไปซื้ออุปกรณ์าจากบริษัทที่เข้าเสนอราคาอีกรายหนึ่งนั้น ปรากฏว่า การเสนอราคาขายอุปกรณ์ดังกล่าว ในแต่ละครั้งของบริษัทแห่งนี้แตกต่างกันมาก ไม่มีมาตรฐาน จึงเห็นสมควรได้พิจารณาวางมาตรการ เพื่อป้องกันมิให้ทางราชการเสียหายและผู้ขายมิได้กำไรเกินไป

 ในการพิจารณาถึงกรณีดังกล่าวในเวลาต่อมานั้น คณะกรรมการ ป.ป.ป. เห็นว่า เป็นกรณีที่เกี่ยวกับการกำหนดราคามาตรฐานหรือราคากลาง คือ ในส่วนที่เกี่ยวกับกรณีการจัดซื้อ ตามระเบียบฯ ว่าด้วยพัสดุได้กำหนด ให้ส่วนราชการต้องคำนึงถึงราคามาตรฐาน ในขณะเดียวกันยังมีมติคณะรัฐมนตรี เช่น ในการประชุมเมื่อวันที่15 พฤษภาคม 2516 มีมติเห็นชอบ ให้สำนักงบประมาณเป็นผู้กำหนดราคามาตรฐานครุภัณฑ์ และให้ส่วนราชการและรัฐวิสาหกิจถือปฏิบัติต่อไป

 สำหรับราคาวัสดุ ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุ พ.ศ. 2535 ไม่ได้กำหนดเรื่องการจัดทำราคามาตรฐานหรือราคากลาง แต่เพื่อความคล่องตัวในการจัดซื้อจัดจ้างวัสดุทุกประเภท กระทรวงการคลังจึงให้อยู่ในดุลยพินิจของหัวหน้าส่วนราชการหรือผู้ที่ได้รับมอบหมาย พิจารณาอนุมัติให้เบิกจ่ายค่าวัสดุได้เท่าที่จ่ายจริง ตามความจำเป็นเหมาะสมประหยัด โดยดำเนินการตามระเบียบฯ ว่าด้วยการพัสดุ

 ในชั้นนี้จึงกล่าวได้ว่าการจัดทำราคามาตรฐานหรือราคากลางของครุภัณฑ์และวัสดุ เป็นกรณีที่มีส่วนราชการที่เกี่ยวข้องมีหน้าที่กำกับ ดูแลและมีข้อกำหนดให้ส่วนราชการต้องถือปฏิบัติอยู่แล้ว

 แต่ในส่วนของการกำหนดราคากลางงานก่อสร้างของทางราชการนั้น คณะกรรมการ ป.ป.ป. เห็นว่าปัจจุบันมีมติคณะรัฐมนตรีได้กำหนดไว้ในลักษณะต่าง ๆ มากมาย ซึ่งสามารถก่อให้เกิดความสับสนเป็นช่องทางให้เกิดการแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบ และมีส่วนทำให้เกิดการสมยอมกัน (ฮั้ว) ในลักษณะที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐเป็นอย่างมาก

 ข้อกำหนดให้เก็บรักษารายละเอียดการคำนวณราคากลาง ไว้เป็นความลับเป็นหลักการ ที่คณะรัฐมนตรีได้มีมติเห็นชอบ ตามข้อเสนอของสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน และในกรณีนี้คณะกรรมการ ป.ป.ป. ได้พิจารณาถึงทางปฏิบัติที่เป็นจริง ประกอบกับระเบียบฯ ว่าด้วยการพัสดุที่มีข้อกำหนดไว้ เช่น ก่อนจะดำเนินการจัดจ้างทุกครั้ง ให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายพัสดุต้องทำรายงาน ให้หัวหน้าส่วนราชการทราบถึงราคากลาง หรือข้อกำหนดเรื่องหลักประกันซองหลักประกันสัญญา ที่กำหนดมีมูลค่าเป็นจำนวนเต็มในอัตราร้อยละห้าของวงเงิน เป็นต้น ข้อกำหนดในลักษณะเหล่านี้ จะไม่ทำให้การกำหนดราคากลางเป็นความลับได้อย่างจริงจัง และมีบางกรณีที่การกำหนดราคากลาง เป็นเรื่องที่สามารถประมาณการ หรือพอจะทราบได้อยู่แล้ว เช่น การกำหนดวงเงินค่าที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ของส่วนราชการที่มีปรากฎในหนังสืองบประมาณประจำปี

 การกำหนดให้เก็บราคากลางไว้เป็นความลับ จะทำให้เจ้าหน้าที่ของรัฐใช้เป็นช่องทาง เพื่อการแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบได้ ด้วยการเปิดเผยราคากลางให้ผู้ประสงค์เข้าประกวดราคาบางราย ทราบล่วงหน้า ทำให้ผู้เข้าประกวดราคาทราบข้อมูล และได้เปรียบในการแข่งขันประกวดราคา ทำให้เกิดการประมาณกำไร ที่ตนจะได้รับได้ก่อน และมีผลถึงการมีส่วน ทำให้เกิดการเตรียมการ เพื่อสมยอมกันเสนอราคา

 ราคากลางที่ปิดไว้เป็นความลับเป็นการยากที่บุคคลทั่วไป และผู้ที่เกี่ยวข้องจะสังเกตหรือทราบได้ว่าการกำหนดราคากลางนั้น มีความถูกต้องและได้มาตรฐานเพียงใด ได้กำหนดให้ราคาสูงกว่าความเป็นจริง และมีความประสงค์ของการแสวงหาประโยชน์ โดยมิชอบแอบแฝงอยู่หรือไม่ และราคากลางที่ทราบเฉพาะในกลุ่มผู้มีผลประโยชน์ร่วมกัน ได้ก่อให้เกิดความเสียหายและปัญหาต่าง ๆ แก่รัฐตลอดมา

 ในทางตรงข้ามถ้าการกำหนดราคากลาง ได้กระทำโดยเปิดเผยและเป็นที่ทราบกันโดยทั่วไป และมีการกำหนดราคากลางไว้อย่างถูกต้อง ใกล้เคียงความเป็นจริง สามารถตรวจสอบได้แล้ว นอกจากจะทำให้ผู้เข้าร่วมแข่งขันประกวดราคา ได้รับความเป็นธรรมโดยเท่าเทียมกัน ก่อให้เกิดการแข่งขันในลักษณะที่ผู้เข้าแข่งขัน ต้องใช้ความสามารถในทางการบริหารงาน และการจัดการมากขึ้นแล้ว ยังช่วยลดโอกาสการเสนอราคา ในลักษณะที่ได้นำเอาค่าใช้จ่ายสำหรับเป็นค่าตอบแทนแก่เจ้าหน้าที่ของรัฐ เข้ามารวมในราคาที่ได้เสนอ และที่สำคัญจะทำให้ลดความเสียหาย ที่รัฐจะได้รับจากการสมยอมกันเสนอราคาอีกทางหนี่งด้วย

 จากเหตุผลดังกล่าว ประกอบกับการที่รัฐบาล ได้เล็งเห็นความสำคัญ และมีความประสงค์ จะแก้ปัญหาการสมยอมกันเสนอราคาให้ได้ผลมากขึ้น คณะกรรมการ ป.ป.ป. จึงเห็นสมควรกำหนด ให้มีมาตรการป้องกัน หรือลดโอกาสในการสมยอมกันเสนอราคา : เฉพาะกรณีการกำหนดราคากลางงานก่อสร้างของทางราชการ เพื่อให้ส่วนราชการหน่วยงานของรัฐ และรัฐวิสาหกิจ ได้ถือปฏิบัติตามหลักการต่อไปนี้

 1. การกำหนดให้ต้องมีการประกาศเปิดเผยราคากลาง คือ
 1) ในการประกวดราคางานก่อสร้างทุกครั้ง ให้ส่วนราชการ หน่วยงานของรัฐ และรัฐวิสาหกิจ ต้องระบุราคากลางของงานก่อสร้างนั้น ๆ ไว้ในประกาศประกวดราคาด้วย
 2) ราคากลางที่ระบุไว้ในการประกวดราคาก่อสร้าง และปรากฎว่ามีการเสนอราคา ที่แตกต่างไปจาก ราคากลางที่ระบุไว้ในประกาศประกวดราคา หรือไม่ก็ตาม ให้ส่วนราชการ หน่วยงานของรัฐ และรัฐวิสาหกิจ ต้องพิจารณาดำเนินการตามระเบียบ และมติคณะรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องกำหนด โดยไม่ถือว่าราคากลางที่กำหนดไว้ ในประกาศประกวดราคาต้องมีผลผูกพันให้ปฏิบัติไปตามนั้น

 2. หน้าที่การคำนวณราคากลาง
 เพื่อแก้ปัญหาการขาดแคลนบุคลากร ที่มีความรู้ ความสามารถ และเพื่อให้การดำเนินการเกี่ยวกับ การถอดรูปแบบรายการ และการคำนวณราคากลางได้มาตรฐานและถูกต้อง นอกเหนือจะต้องดำเนินการให้เป็นไป ตามมติคณะรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องแล้ว สมควรกำหนดให้หน่วยงานหรือบุคคลมีหน้าที่ในด้านนี้เป็นการเพิ่มเติม คือ
 1.) กรณีส่วนราชการ หน่วยงานของรัฐ และรัฐวิสาหกิจเจ้าของงบประมาณได้ขอให้กรมโยธาธิการ กรมศิลปากร หรือหน่วยงานอื่นใดออกแบบสร้างอาคาร และหน่วยงานที่ว่านี้ตอบรับออกแบบให้แล้ว ให้กำหนดให้ส่วนราชการที่รับออกแบบงานก่อสร้างนั้น ได้ถอดรูปแบบรายการและคำนวณราคากลางให้ด้วย
 2.) ในกรณีที่มีการจ้างให้เอกชนเป็นผู้ออกแบบงานก่อสร้าง ให้ส่วนราชการ หน่วยงานของรัฐและรัฐวิสาหกิจผู้ว่าจ้าง สามารถกำหนดให้ผู้รับจ้างออกแบบถอดแบบรูปรายการ พร้อมทั้งการคำนวณราคากลางให้
 3.) ราคากลาง และรายละเอียดของการคำนวณราคากลาง ที่ได้มาดังกล่าว ให้คณะกรรมการกำหนดราคากลาง รับไปดำเนินการต่อไป

 3. การควบคุม กำกับดูแลการคำนวณราคากลาง
 เพื่อให้การควบคุม กำกับและดูแลการคำนวณราคากลาง การถอดรูปแบบรายการมีความถูกต้องได้มาตรฐาน และป้องกันมิให้มีการฉวยโอกาส การแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบ จากการกำหนดราคากลาง สมควรให้ส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง รับไปพิจารณาดำเนินการ คือ

 1.) เสนอให้มีการตั้งคณะกรรมการควบคุมราคากลาง พร้อมทั้งให้มีอำนาจหน้าที่ในการ กำหนดหลักเกณฑ์การคำนวณราคากลาง การกำกับ ดูและการคำนวณราคากลางและอื่นใด ให้เป็นไปตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 28 ธันวาคม 2536 ซึ่งได้พิจารณาเรื่องมาตรการป้องกัน หรือลดโอกาส ในการสมยอมกันเสนอราคา และมีมติเห็นชอบตามที่สำนักงานตรวจเงินแผ่นดินเสนอ
 2.) ให้ประมวลหลักเกณฑ์เกี่ยวกับการคำนวณราคากลาง ที่กระจายอยู่ในมติคณะรัฐมนตรีหลายฉบับ รวมทั้งที่มีปรากฎในหนังสือแจ้งเวียนของส่วนราชการ มาพิจารณา กำหนดเป็นหลักเกณฑ์สำหรับให้เจ้าหน้าที่ หรือผู้ที่เกี่ยวข้องสามารถเข้าใจได้ง่าย ถูกต้องและมีแนวทางปฏิบัติอย่างเดียวกัน

 คณะกรรมการ ป.ป.ป. ได้ร่วมประชุมปรึกษาหารือเรื่องนี้กับ 1) นายนนทพล นิ่มสมบุญ รองผู้อำนวยการสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน 2) นายจตุรงค์ ปัญาดิลก ผู้อำนวยการสำนักกฎหมาย และระเบียบกลาง สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี และ 3)                       นายสำราญ รัศมีโรจน์ นายกสมาคม นักบริหารพัสดุแห่งประเทศไทย ซึ่งได้พิจารณาและเห็นชอบกับหลักการดังกล่าว

 สำหรับรายละเอียดของมาตรการป้องกันหรือลดโอกาสในการสมยอมกันเสนอราคา : เฉพาะกรณีการกำหนดราคากลางงานก่อสร้าง ของทางราชการ ปรากฏตามเอกสารที่แนบมาพร้อมนี้ รวม 100 ชุด

 จึงกราบเรียนมาเพื่อโปรดพิจารณา นำเสนอคณะรัฐมนตรี พิจารณามีมติให้ส่วนราชการ หน่วยงานของรัฐและรัฐวิสาหกิจ ไปดำเนินการตามข้อเสนอแนะดังกล่าวตามมาตรา 13 (1) แห่งพระราชบัญญัติป้องกัน และปราบปรามการทุจริต และประพฤติมิชอบในวงราชการ พ.ศ. 2518 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติม โดยพระราชบัญญัติป้องกัน และปราบปรามการทุจริต และประพฤติมิชอบในวงราชการ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2530 ต่อไป


(ลงชื่อ) เธียร เจริญวัฒนา
         (นายเธียร เจริญวัฒนา)
          ประธานกรรมการ ป.ป.ป.

 

 

 

 

 

 


มาตรการป้องกันหรือลดโอกาสในการสมยอมกันเสนอราคา :
เฉพาะกรณีการกำหนดราคากลางงานก่อสร้างของทางราชการ
----------------------------------------
 การสมยอมกันเสนอราคา ในการประกวดราคางานก่อสร้าง ของทางราชการสามารถเกิดขึ้นได้ ในลักษณะใดลักษณะหนึ่ง คือ การสมยอมเสนอราคา ในลักษณะที่ก่อให้เกิดความเสียหาย แก่ทางราชการซึ่งเคยมีคำกพิพากษาศาลฎีกา (ประชุมใหญ่) ได้วินิจฉัยว่าข้อตกลงในลักษณะนี้ ขัดต่อความสงบเรียบร้อย และศีลธรรมอันดีของประชาชน กับมีการสมยอมกันเสนอราคา ในอีกลักษณะที่ผู้เข้าประกวดราคา ไม่ประสงค์จะก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ เพียงแต่ต้องสมยอมกันเสนอราคา เพราะมีเหตุอื่น ๆ เช่น เพื่อให้ได้งานซึ่งจะทำให้การดำเนินธุรกิจของตนอยู่รอด เพื่อยกระดับการมีผลงานของบริษัท เป็นต้น

 การสมยอมในลักษณะที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ จะเกิดจากความต้องการได้ผลประโยชน์ หรือกำไรสูงสุดในทางธุรกิจ ก่อให้เกิดการสมรู้ร่วมคิด ให้มีการตั้งราคากลางสูงกว่าความเป็นจริง และมีการเสนอราคา ในลักษณะที่ได้รวมเอาค่าตอบแทน ที่ทำให้เจ้าหน้าที่ของรัฐผู้มีหน้าที่เกี่ยวข้อง ได้รับประโยชน์โดยมิชอบ สิ่งเหล่านี้สามารถเกิดขึ้นได ้เพราะมีการกำหนดให้ปกปิดราคากลางไว้เป็นความลับ การกำหนดราคากลาง ที่ไม่มีมาตรฐาน และการขาดองค์กร หรือกระบวนการตรวจสอบ การกำหนดราคากลางของทางราชการ

 เพื่อป้องกันการแสดงหาประโยชน์โดยมิชอบ ของเจ้าหน้าที่ของรัฐ และการสมยอมกันเสนอราคา ในลักษณะที่จะก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ จึงเห็นสมควรมีมาตรการป้องกัน เกี่ยวกับเรื่องนี้ ซึ่งมีข้อเท็จจริง ข้อพิจารณา และข้อเสนอแนะตามลำดับดังนี้

ข้อเท็จจริง

 มีเรื่องกล่าวหาร้องเรียนเจ้าหน้าที่ ของรัฐ กับมีมติคณะรัฐมนตรี ที่เกี่ยวกับการกำหนดราคากลาง ในลักษณะต่าง ๆ ดังนี้

 1. การกล่าวหาร้องเรียน
 กล่าวหาร้องเรียนพนักงานรัฐวิสาหกิจแห่งหนึ่ง มีพฤติการณ์ส่อไปในทางไม่สุจริตกรณีการประกวดราคา ซื้ออุปกรณ์ชนิดหนึ่ง เพราะได้ยกเลิกการประกวดราคา ทั้งที่บริษัทได้เสนอราคาอย่างถูกต้อง และที่ยกเลิกก็เพราะมีเจตนาจะไปซื้อจากอีกบริษัท แต่จากการสอบสวนของคณะกรรมการ ป.ป.ป. ไม่พบว่าการกำหนดราคาขายอุปกรณ์ชนิดเดียวกัน และที่บริษัทเดียวกันได้เสนอขายในแต่ละครั้ง จะมีราคาแตกต่างกันมาก ไม่มีมาตรฐานแน่นอน อาจทำให้ทางราชการได้รับความเสียหาย จึงสมควรพิจารณาวางมาตรการป้องกันในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป

 2. มติคณะรัฐมนตรี ประกอบด้วย
 2.1 การกำหนดให้เก็บรักษารายละเอียดการคำนวณราคากลางไว้เป็นความลับ
 คณะรัฐมนตรีในการประชุมเมื่อวันที่ 28 ธันวาคม 2536 ได้พิจารณาเรื่องมาตรการป้องกันหรือลดโอกาสในการสมยอมกันในการเสนอราคา และได้มีมติคือ
 1. ……
 2. เห็นชอบในหลักการของมาตรการป้องกัน หรือลดโอกาสการสมยอมกัน ในการเสนอราคา ที่สำนักงานตรวจเงินแผ่นดินเสนอ ทั้ง 8 ประการ โดยให้แก้ไขเพิ่มเติมตามความเห็น ของคณะกรรมการควบคุมราคากลาง ทั้งนี้ให้เริ่มปฏิบัติตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2537 เป็นต้นไป ส่วนการประกวดราคา การสอบราคา หรือการจัดหาที่ได้ดำเนินการไปก่อนวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2537 ก็ให้ดำเนินการต่อไปได้
 3.-4. …"
 (หนังสือ ที่ นร 0202/ ว 1 ลงวันที่ 3 มกราคม 2537)
 สำหรับมาตรการป้องกันหรือลดโอกาสสมยอมกันในการเสนอราคา ที่สำนักงานตรวจเงินแผ่นดินเสนอ มีข้อเกี่ยวกับการกำหนดราคากลาง คือ
 "4.1 การแก้ไขปัญหาราคากลางเห็นควรให้ดำเนินการดังนี้ 
 4.1.1 ….
 4.1.2 เมื่อมีงานที่จะต้องดำเนินการจ้างเหมาก่อสร้าง ให้แต่ละส่วนราชการแต่งตั้งคณะกรรมการด้วย และให้คณะกรรมการฯ ดังกล่าวมีหน้าที่ดังนี้
 (1) กำหนดราคากลางและรายละเอียดการคำนวณราคากลางของงานที่จะดำเนินการก่อสร้าง
 (2) เก็บรักษารายละเอียดการคำนวณราคากลางไว้เป็นความลับ โดยถือเป็นเอกสารสำคัญ และให้เปิดเผยราคากลางต่อคณะกรรมการเปิดซองและผู้เสนอราคา
 (3) จัดทำบันทึก คำชี้แจง ส่งให้สำนักงานตรวจเงินแผ่นดินหรือสำนักงานภูมิภาค กรณีที่ผลการประกวดราคาปรากฏว่าราคากลางที่กำหนดไว้สูงหรือต่ำกว่าราคาที่ประกวดราคาได้เกิน 15% ขึ้นไป" (หนังสือ ด่วนมาก ที่ ตผ 0001/2536 ลงวันที่ 26 กรกฎาคม 2536)
 2.2 การกำหนดให้มีหลักเกณฑ์การคำนวณราคากลางในงานก่อสร้างของทางราชการ
 (1) คณะรัฐมนตรีในการประชุมเมื่อวันที่ 28 ธันวาคม 2536 เช่นเดียวกับที่ได้มีมติให้การกำหนดหลักเกณฑ์การคำนวณราคากลางไว้ คือ
 "1. เห็นชอบหลักเกณฑ์การคำนวณราคากลาง ในงานก่อสร้างของทางราชการ ตามที่คณะกรรมการควบคุมราคากลางเสนอ โดยให้ใช้หลักเกณฑ์ตั้งแต่วันที่                  1 กุมภาพันธ์ 2537 เป็นต้นไป
 2.-4 …."
 สำหรับหลักเกณฑ์การคำนวณราคากลางที่คณะกรรมการควบคุม ราคากลางนำเสนอคณะรัฐมนตรี มี 3 ประการ คือ
 "1. เห็นควรปรับปรุงหลักเกณฑ์ การคำนวณราคากลาง ในงานก่อสร้างของทางราชการ ในเรื่องของการคิดค่าอำนวยการ กำไร และภาษี โดยเพิ่มค่าความผันผวน และค่าดอกเบี้ยให้เป็นมาตรฐานเดียวกันเป็นสูตร FACTOR F จำแนกตามลักษณะงาน 3 ประเภท คือ งานอาคาร งานทาง และงานชลประทาน
 2.-3. ….."
 (2) คณะรัฐมนตรีในการประชุมเมื่อวันที่ 28 มิถุนายน 2537 ได้มีมติเห็นชอบตามที่คณะกรรมการควบคุมราคากลางเสนอ คือ
 "ให้เลื่อนวันบังคับใช้หลักเกณฑ์การคำนวณราคากลาง ตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 28 ธันวาคม 2536 ประกอบกับการกำหนดรายละเอียด จากการประชุมคณะกรรมการควบคุมราคากลาง ตามข้อเสนอของสำนักนายกรัฐมนตรี จากวันที่ 1 กรกฎาคม 2537 เป็นวันที่ 1 สิงหาคม 2537"
 (หนังสือ ที่ นร 0202/ว 102 ลงวันที่ 30 มิถุนายน 2537)
 คณะกรรมการควบคุมราคากลางในการประชุม วันที่ 4 พฤษภาคม 2537 ได้พิจารณาและมีข้อยุติ คือ
 "เรื่องอัตราดอกเบี้ยที่จะนำมาคำนวณราคากลาง เห็นสมควรให้ใช้อัตราดอกเบี้ยขั้นต่ำของเงินกู้ (MLR) ของธนาคารกรุงไทย จำกัด และให้สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นหน่วยงานรับผิดชอบ ในการประกาศอัตราดอกเบี้ย และประกาศการเปลี่ยนแปลงอัตราดอกเบี้ยระหว่างปีงบประมาณ"
 ต่อมาสำนักนายกรัฐมนตรี มีหนังสือที่ นร 1204/ว 12278 ลงวันที่ 28 ธันวาคม 2537 อาศัยความตามในมติคณะรัฐมนตรีนี้ ได้แจ้งเวียนให้ส่วนราชการทราบ โดยกำหนดให้ใช้อัตราดอกเบี้ยร้อยละ 12 เป็นเกณฑ์ในการคำนวณราคา พร้อมทั้ได้จัดทำตาราง FACTOR F ของงานประเภทต่าง ๆ โดยใช้อัตราดอกเบี้ยดังกล่าว
 2.3 บุคลากรผู้ทำหน้าที่กำหนดราคากลางและรายละเอียดการคำนวณราคากลาง
 ตามที่กล่าวมาแล้วในข้อ 2.1 จะเห็นว่า บุคคลหรือเจ้าหน้าที่ที่มีหน้าที่กำหนดราคากลาง และจัดทำรายละเอียดราคากลางคือ "คณะกรรมการกำหนดราคากลาง" ซึ่งส่วนราชการที่จะดำเนินการจ้างเหมาก่อสร้าง ได้พิจารณาแต่งตั้งขึ้น และสามารถแต่งตั้งจากข้าราชการผู้มีความชำนาญจากหน่วยงานอื่น ที่เกี่ยวข้องกับงานก่อสร้างร่วมเป็นคณะกรรมการได้

 สำหรับผู้มีอำนาจแต่งตั้งคณะกรรมการกำหนดราคากลาง ตามมติของคณะกรรมการควบคุมราคากลาง ได้กำหนดให้เป็นอำนาจของหัวหน้าส่วนราชการ ตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุ พ.ศ. 2535 ซึ่งประกอบด้วย อธิบดีผู้ว่าราชการจังหวัด หรือผู้ที่ได้รับมอบอำนาจในการดำเนินการตามระเบียบฯ พัสดุ

 นอกจากนี้ยังมีมติคณะรัฐมนตรี เช่น ในการประชุมเมื่อวันที่ 9 สิงหาคม 2526 ได้มีมติ "…ในการพิจารณากำหนดราคากลาง งานก่อสร้างของทางราชการ ให้สำนักงบประมาณ และส่วนราชการผู้มีหน้าที่ในการกำหนดราคากลาง พิจารณากำหนดให้ใกล้เคียงกับความเป็นจริง ที่สามารถจะก่อสร้างได้ด้วย" (หนังสือ ที่ นร 0203/ว 115 ลงวันที่15 สิงหาคม 2526)

ในการประชุมคณะรัฐมนตรี วันที่ 20 พฤศจิกายน 2533 ได้มีมติว่า
 "1. ……
 2. ให้มีการกำหนดราคากลางในการก่อสร้างที่เป็นจริงปัจจุบันไว้ใช้ในการตรวจสอบการแข่งขันราคา ทั้งนี้ โดยให้กระทรวงพาณิชย์ (กรมเศรษฐกิจการพาณิชย์ และสำนักงานพาณิชย์จังหวัด) และกระทรวงที่เกี่ยวข้อง เช่น กระทรวงมหาดไทย ( กรมโยธาธิการในกรณีก่อสร้าง) ปรับปรุงและเผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับราคาสินค้าต่าง เพื่อสามารถนำมาคำนวณราคากลาง ให้ตรงหรือใกล้เคียงกับราคาที่เป็นจริง พร้อมทั้งแพร่หลายให้ส่วนราชการอื่น ๆ ทราบอย่างทั่วถึงด้วย

 3. ให้มีการพัฒนาบุคลากรของทางราชการที่มีหน้าที่ในการคำนวณราคากลาง ให้สามารถดำเนินงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ"

 (หนังสือ ด่วนมาก ที่ นร 0202/ว 180 ลงวันที่ 22 พฤศจิกายน 2533)
 2.4 องค์กรที่มีหน้าที่ควบคุม กำกับ ดูแล ตรวจสอบการกำหนดราคากลางและอื่นใดที่เกี่ยวข้อง
 ในส่วนนี้ได้มีมติคณะรัฐมนตรีได้กำหนดไว้ คือ
 (1) คณะรัฐมนตรีในการประชุมเมื่อวันที่ 20 พฤศจิกายน 2533 ได้มีมติไว้ประการหนึ่งคือ "ให้คณะกรรมการว่าด้วยการพัสดุศึกษาถึงความเป็นไปได้ ของการพิจารณากำหนดให้มีองค์กรกลาง เพื่อให้ทำหน้าที่ดูแลเกี่ยวกับการกำหนดราคากลางเป็นการเฉพาะ"
 (2) คณะรัฐมนตรีในการประชุม วันที่ 10 สิงหาคม 2536 ซึ่งได้มีมติให้อนุมัติแต่งตั้ง "คณะกรรมการควบคุมราคากลาง" และกรรมการคณะนี้ มีอำนาจหน้าที่ตามมาตรการที่ สำนักงานตรวจเงินแผ่นดินเสนอ คือ
 1) กำหนดหลักเกณฑ์ในการคำนวณราคากลางแล้วจัดทำเป็นคู่มือสำหรับให้ส่วนราชการต่างๆ ให้ถือปฏิบัติ
 2) ให้กำกับดูแลการคำนวณราคากลาง โดยมีอำนาจเข้าตรวจสอบรายละเอียดการคำนวณราคากลางที่ส่วนราชการคำนวณไว้
 3) มีอำนาจแต่งตั้งคณะอนุกรรมการเพื่อปฏิบัติงานตามที่คณะกรรมการเห็นสมควร
 (3) คณะรัฐมนตรีในการประชุม เมื่อวันที่ 20 พฤศจิกายน 2533 ได้พิจารณา และมีมติเห็นชอบตามที่ได้มีการประชุมร่วม ระหว่างรัฐมนตรีและปลัดกระทรวง เมื่อวันที่            31 ตุลาคม 2533 ซึ่งได้พิจารณากำหนด มาตรการป้องกันการทุจริต และแก้ไขปัญหาการสมยอมระหว่างผู้เสนอราคา รวม 10 ประการ และในประการหนึ่ง คือ " ให้สำนักงาน ป.ป.ป. สำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน กำหนดมาตรการ ให้การติดตามตรวจสอบการดำเนินงาน ของส่วนราชการ               ต่าง ๆ ในเรื่องการก่อสร้างอย่างใกล้ชิดและต่อเนื่อง"
 (4) นายกรัฐมนตรีมีคำสั่งเห็นชอบ ตามที่สำนักนายกรัฐมนตรีเสนอ ที่ให้สำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน และสำนักงาน ป.ป.ป. ติดตามตรวจสอบการปฏิบัติงานของส่วนราชการต่าง ๆ ที่จะต้องดำเนินการ ตามระเบียบวิธีปฏิบัติ ิเพื่อป้องกันหรือลดโอกาส มิให้มีการสมยอมกันในการเสนอราคา (หนังสือสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ที่ นร 1304/1721 ลงวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2540)

 


ข้อพิจารณา

 จากข้อเท็จจริงที่ได้กล่าวในตอนต้น สำหรับในส่วนของกรณีการจัดซื้อของทางราชการนั้น ตามระเบียบฯ ว่าด้วยการพัสดุได้กำหนดให้ส่วนราชการ ต้องคำนึงถึงราคามาตรฐาน กับมีมติคณะรัฐมนตรี เช่น การประชุมคณะรัฐมนตรี วันที่ 15 พฤษภาคม 2516 ได้มีมติเห็นชอบให ้สำนักงบประมาณเป็นผู้กำหนดราคามาตรฐานครุภัณฑ์ และส่วนราชการกับรัฐวิสาหกิจถือปฏิบัติต่อไป (หนังสือ ที่ สร 0203/ว 68 ลงวันที่ 18 พฤษภาคม 2516)

 สำหรับราคาวัสดุ ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยพัสดุ พ.ศ. 2535 ไม่ได้กำหนดเรื่องการจัดทำราคามาตรฐานหรือราคากลาง แต่เพื่อความคล่องตัวในการจัดซื้อจัดจ้างวัสดุทุกประเภท กระทรวงการคลังให้อยู่ในดุลยพินิจของหัวหน้าส่วนราชการ หรือผู้ที่ได้รับมอบหมาย พิจารณาอนุมัติให้เบิกจ่ายค่าวัสดุได้เท่าที่จ่ายจริง ตามความจำเป็นเหมาะสมและประหยัด โดยดำเนินการตามระเบียบฯ ว่าด้วยการพัสดุ

 จึงกล่าวได้ว่าการจัดทำราคามาตรฐานหรือราคากลางของครุภัณฑ์และวัสดุ เป็นกรณีที่มีส่วนราชการที่เกี่ยวข้องมีหน้าที่กำกับ ดูแลและมีข้อกำหนดให้ส่วนราชการต้องถือปฏิบัติอยู่แล้ว

 แต่ในส่วนของการกำหนดราคากลางงานก่อสร้าง ของทางราชการซึ่งมีมติคณะรัฐมนตรีกำหนดไว้ในลักษณะต่าง ๆ ที่ได้กล่าวไว้ในตอนต้นเช่นกัน เป็นกรณีที่สมควรได้นำมาพิจารณา คือ
 1. กรณีการกำหนดให้เก็บรักษารายละเอียดการคำนวณราคากลางไว้เป็นความลับ
 การกำหนดให้มีการเก็บรักษารายละเอียดการคำนวณราคากลางไว้เป็นความลับ มีกรณีที่เกี่ยวข้องและสมควรได้นำมาพิจารณา คือ
 ตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุ พ.ศ. 2535 ได้กำหนดว่า
 "ข้อ 27 ก่อนการดำเนินการซื้อหรือจัดจ้างทุกวิธีนอกจากการซื้อที่ดินและสิ่งก่อสร้างตามข้อ 28 ให้เจ้าหน้าที่พัสดุทำรายงาน เสนอหัวหน้าส่วนราชการตามรายการดังนี้
 (1)-(2) …….
 (3) ราคามาตรฐาน หรือราคากลางของทางราชการ หรือราคาที่เคยซื้อหรือจ้างครั้งสุดท้ายในระยะเวลา 2 ปีงบประมาณ
 (4)-(7) …"
 ข้อ 142 หลักประกันซองและหลักประกันสัญญาในข้อ 141 ให้กำหนดมูลค่าเป็นจำนวนเต็มในอัตราร้อยละห้า ของวงเงิน หรือราคาพัสดุที่จัดหาครั้งนั้นแล้วแต่กรณี เว้นแต่การจัดหาพัสดุ ที่หัวหน้าส่วนราชการ เห็นว่ามีความสำคัญเป็นพิเศษ จะกำหนดอัตราสูงกว่าร้อยละห้าแต่ไม่เกินร้อยละสิบก็ได้"

 นอกจากนี้ ถ้าพิจารณาตามหนังสืองบประมาณในแต่ละปีก็จะมีวงเงินสำหรับค่าที่ดินและสิ่งก่อสร้างไว้อย่างชัดแจ้ง

 จะเห็นได้ว่าในทางปฏิบัติที่เป็นจริง การกำหนดราคากลาง เป็นเรื่องที่สามารถทราบกันได้ ทั้งในสายงานเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติ และในสายงาน ของการนำเสนอรายงาน การจัดจ้างตามลำดับชั้น และสามารถจะทราบได้ จากประมาณการของมูลค่าหลักประกันซอง และหลักประกันสัญญา ที่ให้กำหนดในอัตราร้อยละห้าของวงเงินที่ได้ใช้ เพื่อการจัดหา รวมทั้ง ทราบจากวงเงินที่มีระบุไว้ ในหนังสืองบประมาณประจำปีอยู่แล้ว

 ด้วยเหตุดังกล่าวการกำหนดให้เก็บรักษาราคากลาง และรายละะเอียดการคำนวณราคากลางไว้เป็นความลับ เป็นเรื่องที่ไม่มีความจำเป็น ในขณะเดียวกันยังสามารถก่อให้เกิดปัญหาได้หลายประการ เช่น

 1) การฉวยโอกาสแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบ ของเจ้าหน้าที่ของรัฐที่เกี่ยวข้อง โดยการแจ้งราคากลาง ให้ผู้ประสงค์จะเข้าเสนอราคารายใดรายหนึ่ง ได้รับทราบล่วงหน้า ซึ่งจะทำให้ผู้เข้าเสนอราคารายอื่นเสียเปรียบ ทั้งจะมีผลต่อเนื่อง ไปถึงการก่อให้เกิดการสมยอมกันเสนอราคากลาง จะสามารถคำนวณราคา และสามารถคาดหมายกำไรที่ตนจะได้รับได้ล่วงหน้า ซึ่งทำให้มีโอกาสชักชวนให้ผู้อื่นสมยอมกันเสนอราคาได้
 ในขณะเดียวกันถ้าการกำหนดราคากลาง เป็นไปในลักษณะที่เป็นการเอื้อประโยชน์ ต่อการแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบของเจ้าหน้าที่ของรัฐแล้ว การปกปิดราคากลางไว้เป็นความลับและทราบกันเฉพาะบุคคลที่มีผลประโยชน์ร่วมกัน จะก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐได้

 2) การปกปิดราคากลางไว้เป็นความลับ จะก่อให้เกิดปัญหาเรื่องการเสนอราคาสูงกว่าราคากลาง เป็นหนทางนำไปสู่การยกเลิกการประกวดราคาครั้งนั้น ๆ และทำให้ทางราชการเสียเวลาไปโดยใช่เหตุ ในทางตรงข้าม ถ้าจะมีการกำหนดให้มีการเปิดเผยราคากลาง ให้เป็นที่ทราบกันโดยทั่วไป จะทำให้เกิดการแข่งขัน ในลักษณะที่จำเป็นที่ ผู้เข้าแข่งขันประกวดราคาจะต้องให้ความสำคัญ ของความมีประสิทธิภาพในการบริหารด้านต่าง ๆ มากยิ่งขึ้น

 3) การปกปิดราคากลางไว้เป็นความลับ ทำให้ยากต่อบุคคลทั่วไป และผู้ที่เกี่ยวข้องจะสังเกตหรือทราบได้ว่าการกำหนดราคากลางนั้น มีมาตรฐาน หรือมีความถูกต้องเพียงใด มีการกำหนดให้ราคากลางสูงกว่าความเป็นจริง และมีความประสงค์ของการแสวงหาประโยชน์ โดยมิชอบแอบแฝงอยู่หรือไม่

 แต่ถ้ามีการกำหนดให้ต้องเปิดเผยราคากลาง จะมีส่วนทำให้ผู้มีหน้าที่เกี่ยวข้องต้องใช้ความระมัดระวัง มีการปรับปรุง และพัฒนากระบวนการคำนวณราคากลาง ให้มีประสิทธิภาพ และมีความถูกต้องยิ่งขึ้น

 การกำหนดราคากลาง ที่มีมาตรฐาน และมีความถูกต้อง จะมีส่วนอย่างสำคัญในการยับยั้ง มิให้เกิดการสมยอมกันเสนอราคา (ฮั้ว) ในลักษณะที่จะก่อให้เกิดความเสียหายแก่ทางราชการ เพราะเป็นราคาที่ส่วนราชการพอใจ ที่จะใช้เพื่อการจ้างงานใดงานหนึ่ง ในขณะเดียวกันจะมีส่วนยับยั้ง มิให้ผู้เข้าเสนอราคาที่ทุจริตฉวยโอกาส รวมเอาค่าใช้จ่าย ในลักษณะที่จะเป็นสินบนให้แก่เจ้าหน้าที่ของรัฐ มารวมไว้ในราคาที่ตนเสนอด้วย

 2. หน้าที่การกำหนดราคากลางและรายละเอียดการคำนวณราคากลางงานก่อสร้าง
 ดังได้กล่าวมาแล้วว่า การกำหนดราคากลางและรายละเอียดการคำนวณราคากลาง มีมติคณะรัฐมนตรีได้กำหนดให้เป็นหน้าที่ของส่วนราชการ และเจ้าหน้าที่ตามที่กำหนดไว้ โดยเฉพาะให้เป็นหน้าที่ของ "คณะกรรมการกำหนดราคากลาง" นอกจากนี้ยังมีมติคณะรัฐมนตรี ในส่วนที่เกี่ยวกับการจัดให้มีการอบรม การจัดทำคู่มือ การเผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับราคาสินค้า การพัฒนาบุคลากร การกำหนดหลักเกณฑ์ การคำนวณราคากลาง เหล่านี้ ล้วนแต่มีความประสงค ์ที่จะทำให้การคำนวณราคากลางของทางราชการ สามารถดำเนินการไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ

 อย่างไรก็ตามในสภาพที่เป็นจริง คือ การออกแบบงานก่อสร้างในปัจจุบัน จะมีความซับซ้อนไม่ได้จำกัดวงอยู่เฉพาะแบบสถาปัตยกรรม แต่ยังรวมถึงแบบวิศวกรรมโครงสร้าง วิศวกรรมสุขาภิบาล วิศวกรรมโครงสร้าง วิศวกรรมสุขาภิบาล วิศวกรรมไฟฟ้าสื่อสาร วิศวกรรมเครื่องกลและอื่น ๆ ซึ่งโดยทั่วไปแล้ว จำเป็นต้องใช้ผู้มีความรู้ความสามารถ และมีประสบการณ์ ประกอบกับข้อกำหนดในลักษณะต่างๆ เพื่อการปรับปรุง และพัฒนาบุคลากรดังกล่าว ยังทำได้ในวงจำกัด จึงสามารถก่อให้เกิดปัญหาแก่ส่วนราชการที่มีงาน จะต้องดำเนินการจ้างเหมาก่อสร้างเป็นอย่างมาก อันเนื่องมาจากการขาดแคลนบุคลากร

 จึงมีกรณีที่สมควรได้นำมาพิจารณาในที่นี้ คือ จากกรณีที่คณะรัฐมนตรีในการประชุมเมื่อวันที่ 16 มีนาคม 2536 มีมติเห็นชอบเกี่ยวกับหลักเกณฑ ์การออกแบบงานก่อสร้างอาคาร สรุปคือ ให้ส่วนราชการที่ได้รับงบประมาณการก่อสร้างอาคาร รีบดำเนินการออกแบบโดยเร็ว แต่ถ้าส่วนราชการใด ไม่มีหน่วยงานออกแบบก่อสร้าง หรือมีแต่ออกแบบไม่ได้ ก็ให้ขอความร่วมมือกรมโยธาธิการ กรมศิลปากร และส่วนราชการอื่นที่มีหน่วยงาน ออกแบบอย่างน้อยอีกหนึ่งแห่ง อย่างช้าภายใน 30 วันนับแต่พระราชบัญญัติงบประมาณประจำปีมีผลใช้บังคับ

 ส่วนราชการได้รับการติดต่อต้องแจ้งตอบภายใน 15 วัน ว่าสามารถออกแบบให้ได้หรือไม่ ในกรณีที่ส่วนราชการเจ้าของงบประมาณ ได้รับแจ้งเป็นหนังสือว่าส่วนราชการนั้น ๆ สามารถออกแบบให้ได้แล้ว ก็ให้แจ้งตอบภายใน 7 วัน นับแต่ได้รับแจ้ง

 แต่ในกรณีได้รับแจ้งว่า ไม่สามารถดำเนินการออกแบบให้ได้ หรือไม่ได้รับแจ้งภายในกำหนดเวลาดังกล่าว ให้ทวงถามทันที ถ้าพ้นกำหนด 15 วัน แล้วยังไม่ได้รับคำตอบ ให้ส่วนราชการเจ้าของงบประมาณ จ้างเอกชนออกแบบก่อสร้างอาคารได้ โดยทำความทำลงกับสำนักงบประมาณ และในการจ้างเอกชนนี้ จะขอความร่วมมือให้กรมโยธาธิการ เป็นผู้ว่าจ้างแทนก็ได้ (หนังสือที่ นร 0205/ว 44ลงวันที่ 22 มีนาคม 2536)

 นอกจากนี้ตามระเบียบฯ ว่าด้วยการพัสดุ 2535 ยังได้กำหนดให้มีการจ้างออกแบบงานก่อสร้างได้อยู่แล้ว ประกอบกับมีมติคณะรัฐมนตรีดังกล่าว จึงมีกรณีที่ สมควรนำมาพิจารณา เพื่อแก้ปัญหาเรื่องการคำนวณราคากลาง ไม่ได้มาตรฐานหรือใกล้เคียงกับราคาที่เป็นจริงได้ คือ

 กรณีที่ 1 ในกรณีที่ให้ส่วนราชการเจ้าของงบประมาณ ได้ขอให้กรมโยธาธิการ กรมศิลปากร หรือส่วนราชการอื่นออกแบบก่อสร้างอาคาร และหน่วยงานที่ว่านี้ได้ตอบรับออกแบบให้แล้ว ก็ควรกำหนด ให้ส่วนราชการที่รับออกแบบงานก่อสร้าง ถอดรูปแบบรายการและคำนวณราคากลางให้ด้วย
 2) ในกรณีที่มีการจ้างให้เอกชน เป็นผู้ออกแบบงานก่อสร้าง ให้ส่วนราชการหน่วยงานของรัฐ และรัฐวิสาหกิจผู้ว่าจ้าง สามารถกำหนดให้ผู้รับจ้างออกแบบถอดแบบรูปรายการ พร้อมทั้งการคำนวณราคาด้วย
 3) ราคากลางและรายละเอียดของราคากลางที่ได้มาตาม 1) หรือ 2) ให้คณะกรรมการกำหนดราคากลาง รับไปพิจารณาดำเนินการต่อไป

 3. การควบคุม กำกับและดูแลการคำนวณราคากลาง
 เพื่อให้การควบคุม กำกับและดูแลการคำนวณราคากลาง และการถอดแบบรูปรายการมีความถูกต้อง ได้มาตรฐาน และป้องกันมิให้มีการฉวยโอกาสการแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบ จากการกกำหนดราคากลาง จึงสมควรให้ส่วนราชการที่เกี่ยวข้องดำเนินการ คือ

 1) ดำเนินการเพื่อเสนอให้มีคณะกรรมการควบคุมราคากลาง โดยให้มีอำนาจหน้าที่ตามที่คณะรัฐมนตรีในการประชุมเมื่อวันที่ 28 ธันวาคม 2538 ซึ่งได้พิจารณาเรื่องมาตรการป้องกัน หรือลดโอกาส ในการสมยอมกันเสนอราคา และได้มีมติเห็นชอบตามที่สำนักงานตรวจเงินแผ่นดินเสนอ ทั้ง 8 ประการ ซึ่งรวมถึง การกำหนดให้มีคณะกรรมการควบคุมราคากลาง และให้มีอำนาจหน้าที่ ในการกำหนดหลักเกณฑ์ในการคำนวณราคากลาง การกำกับดูแลการคำนวณราคากลาง และหน้าที่อื่นใดดังได้กล่าวในตอนต้นแล้ว

 2) ให้ประมวลหลักเกณฑ์เกี่ยวกับการคำนวณราคากลาง ที่กระจายอยู่ในมติคณะรัฐมนตรีหลายฉบับ และที่ปรากฏอยู่ในหนังสือแจ้งเวียน ของส่วนราชการมากำหนดเป็นหลักเกณฑ์ ที่จะทำให้เจ้าหน้าที่ หรือผู้ที่เกี่ยวข้องสามารถเข้าใจได้ง่าย ถูกต้อง และมีแนวทางปฏิบัติอย่างเดียวกัน

สำนักงาน ป.ป.ป.
กันยายน 2540

 

 


(สำเนา)

ที่ นร 1305/12514       สำนักนายกรัฐมนตรี
ทำเนียบรัฐบาล กทม. 10300

31 ธันวาคม 2540

เรื่อง มาตรการป้องกันหรือลดโอกาสการสมยอมกันในการเสนอราคา

เรียน เลขาธิการคณะรัฐมนตรี

อ้างถึง 1. หนังสือสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ด่วนมาก ที่ นร 0202/11726 ลงวันที่ 13 สิงหาคม 2536
 2. หนังสือสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ที่ นร 0202/ว 1 ลงวันที่ 3 มกราคม 2537 และ ที่ นร 0202/ว 102 ลงวันที่ 30 มิถุนายน 2537
3. หนังสือสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ที่ นร 0215/ว 132 ลงวันที่ 2 กรกฎาคม2539
4. หนังสือสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ด่วนมาก ที่ นร 0215/ว 246 ลงวันที่ 4 ธันวาคม 2539

สิ่งที่ส่งมาด้วย 1. ตาราง FACTOR F จำนวน 100 ชุด
2. องค์ประกอบและอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการควบคุมราคากลางจำนวน  100 ชุด
3. สำเนาหนังสือสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ที่ นร 1305/11521 ลงวันที่  26 พฤศจิกายน 2540

 1. ความเป็นมา

 1.1 สำนักงานตรวจเงินแผ่นดินได้เสนอมาตรการเพื่อป้องกัน หรือลดโอกาสการยอมกันในการเสนอราคา โดยเฉพาะกรณี การจ้างเหมาก่อสร้างของส่วนราชการ ให้คณะรัฐมนตรีพิจารณา รวม 8 ประการ โดยมาตรการที่เสนอประการหนึ่ง คือ เรื่องการแก้ไขปัญหาราคากลาง ให้มีคณะกรรมการควบคุมราคากลาง เพื่อพิจารณากำหนดหลักเกณฑ์ และกำกับดูแลการคำนวณราคากลางของส่วนราชการต่าง ๆ ให้เป็นระบบหรือมาตรฐานเดียวกัน และคณะรัฐมนตรีในคราวประชุมเมื่อวันที่ 10 สิงหาคม 2536 ได้มีมติอนุมัติให้แต่งตั้งคณะกรรมการควบคุมราคากลาง โดยมีปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นประธานกรรมการ หัวหน้าส่วนราชการและผู้แทนส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ผู้ทรงวุฒิจากมหาวิทยาลัยของรัฐ และผู้แทนองค์กรเอกชน รวม 15 คน เป็นกรรมการ มีอำนาจหน้าที่รวม 3 ประการ และมอบให้คณะกรรมการควบคุมราคากลาง พิจารณามาตรการป้องกัน หรือลดโอกาสการสมยอมกันในการเสนอราคา ที่สำนักงานตรวจเงินแผ่นดินเสนอ แล้วนำเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณา ความละเอียดแจ้งตามหนังสือที่อ้างถึง 1

 1.2 คณะรัฐมนตรีในคราวประชุม เมื่อวันที่ 28 ธันวาคม 2536 และวันที่ 28 มิถุนายน 2537 ได้มีมติเห็นชอบมาตรการป้องกัน หรือลดโอกาสการสมยอมกันในการเสนอราคา ของสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน และให้ส่วนราชการถือปฏิบัติตามหลักเกณฑ ์การคำนวณราคากลางในการก่อสร้างของทางราชการ ในเรื่องของการคิดค่าอำนวยการ กำไร ภาษี ค่าความผันผวนและค่าดอกเบี้ย ตามสูตร FACTOR F โดยสำหรับอัตราดอกเบี้ย ที่จะนำมาใช้ในการคำนวณ ถือตามอัตราดอกเบี้ยขั้นต่ำของเงินกู้ (MLR) ของธนาคารกรุงไทย จำกัด โดยให้สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นหน่วยงานรับผิดชอบในการประกาศอัตราดอกเบี้ย และประกาศการเปลี่ยนแปลงอัตราดอกเบี้ย ระหว่างปีงบประมาณให้ส่วนราชการต่าง ๆ ทราบ ตามที่คณะกรรมการควบคุมราคากลางเสนอ ความละเอียดแจ้งตามหนังสือที่อ้างถึง 3

 2. ข้อเท็จจริง

 2.1 คณะรัฐมนตรีในรัฐบาลชุดที่แล้ว ในคราวประชุมเมื่อวันที่ 2 ธันวาคม 2539 ได้มีมติให้คณะกรรมการต่าง ๆ ที่คณะรัฐมนตรีแต่งตั้งไว้ จำนวน 437 คณะ ซึ่งรวมถึงคณะกรรมการควบคุมราคากลางสิ้นสุดลง และให้กระทรวง ทบวง กรม พิจารณาทบทวนวัตถุประสงค์ เหตุผลความจำเป็นและองค์ประกอบของคณะกรรมการแต่ละคณะ โดยให้พิจารณายุบรวมหรือปรับปรุงเพื่อมิให้เกิดความซ้ำซ้อนด้วย หากเห็นว่า คณะกรรมการโดยจำเป็นต้อง มีเพื่อประโยชน์แก่กิจการบริหารราชการ ก็ให้นำเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาเป็นรายคณะ ความละเอียดแจ้งตามหนังสือที่อ้างถึง 4

 2.2 ได้มีการประกาศใช้พระราชกฤษฏีกาปรับปรุงอัตราภาษีมูลค่าเพิ่มจากร้อยละ 7 เป็นร้อยละ 10 ตั้งแต่วันที่ 16 สิงหาคม 2540 เป็นต้นไป ประกับสถานการณ์เศรษฐกิจ ปัจจุบันได้มีการเพิ่มอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ และปัจจัยในการก่อสร้างอื่นเพิ่มสูงขึ้น ทำให้ต้นทุนในการก่อสร้างสูงขึ้น ซึ่งจะมีผลกระทบต่อสูตร FACTOR F ที่ใช้ในการคำนวณราคากลาง งานก่อสร้างของทางราชการ เนื่องจากในส่วนของภาษีตามสูตร FACTOR F เดิม กำหนดอัตราตามภาษีในสูตร FACTOR F ให้เป็นไปตามอัตราภาษีมูลค่าเพิ่มใหม่คือ ร้อยละ 10

 3. ข้อพิจารณา
 สำนักนายกรัฐมนตรีพิจารณาแล้วเห็นว่า การปรับอัตราภาษีที่ใช้ในสูตร FACTOR F ในการคำนวณราคากลาง จะต้องนำเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณา เพราะเป็นการปรับแก้รายละเอียด ในเรื่องการแก้ไขปัญหาราคากลาง ตามมาตรการป้องกัน หรือลดโอกาสการสมยอมกัน ในการเสนอราคา ที่คณะรัฐมนตรีได้เคยมีมติเห็นชอบไว้ นอกจากนี้การปฏิบัติหน้าที่ ของคณะการควบคุมราคากลาง ก็เป็นส่วนหนึ่ง ของมาตรการป้องกัน หรือลดโอกาสการสมยอมกัน ในการเสนอราคา ดังนั้น เพื่อจะให้มาตรการดังกล่าวบรรลุผลตามวัตถุประสงค์ จะต้องมีคณะกรรมการควบคุมราคากลางปฏิบัติหน้าที่ต่อไป

 4. ประเด็นที่เสนอให้คณะรัฐมนตรีพิจารณา
 สำนักนายกรัฐมนตรีเห็นสมควรเสนอให้คณะรัฐมนตรีพิจารณา ดังนี้
 อนุมัติเปลี่ยนแปลงอัตราภาษีที่ใช้คำนวณราคากลาง ในงานก่อสร้างของทางราชการ ในสูตร FACTOR F จากเดิมร้อยละ 7 เป็นร้อยละ 10 และเนื่องจากขณะนี้ ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ได้แจ้งอัตราดอกเบี้ยขั้นต่ำของเงินกู้ (MLR) มีอัตราร้อยละ 14.75 ดังนั้น สำนักนายกรัฐมนตรีจึงได้จัดทำตาราง FACTOR F ตามอัตราภาษีและอัตราดอกเบี้ยใหม่ดังกล่าวมา เพื่อประกอบการพิจารณาด้วยแล้ว รายละเอียดปรากฏตามสิ่งที่ส่งมาด้วย 1 หากคณะรัฐมนตรีเห็นชอบด้วย เห็นสมควรแจ้งให้ส่วนราชการต่าง ๆ ทราบและถือปฏิบัติต่อไป

 อนึ่ง ในกรณีที่มีการเปลี่ยนแปลงอัตราภาษีอีกในโอกาสต่อไป เห็นสมควรมอบใหสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นหน่วยงานรับผิดชอบ ในการแจ้งเวียนการเปลี่ยนแปลงอัตราภาษีใหม่ ให้ส่วนราชการต่าง ๆ ทราบ ทั้งนี้ เพื่อความคล่องตัวในทางปฏิบัติและไม่เป็นภาระแก่คณะรัฐมนตรี
 4.2 อนุมัติแต่งตั้งคณะกรรมการควบคุมราคากลาง ตามองค์ประกอบและอำนาจหน้าที่เดิม รายละเอียดปรากฏตามสิ่งที่ส่งมาด้วย 2 เพื่อปฏิบัติหน้าที่ต่อไป

 สำนักนายกรัฐมนตรีได้นำเรื่องนี้เสนอรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี (คุณหญิงสุพัตรา มาศดิตถ์) นำเรียนรองนายกรัฐมนตรี (นายพิชัย รัตตกุล) เพื่อนำกราบเรียนนายกรัฐมนตรี พิจารณา แล้วมีคำสั่งให้เสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณา ดังปรากฏรายละเอียดตามสิ่งที่ส่งมาด้วย 3

 จึงเรียนมาเพื่อโปรดพิจารณานำเสนอคณะรัฐมนตรีต่อไปด้วย จักขอบคุณมาก


ขอแสดงความนับถือ
(ลงชื่อ) ประสิทธิ์ ดำรงชัย
(นายประสิทธิ์ ดำรงชัย)
ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี

สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี
สำนักกฏหมายและระเบียบกลาง
โทร. 2825827
โทรสาร 2827896

 

 

 

 

 

 

 

 คณะกรรมการควบคุมราคากลาง

องค์ประกอบ
 1. ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ประธานกรรมการ
 2. ผู้อำนวยการสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน กรรมการ
 3. ผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ กรรมการ
 4. อธิบดีกรมบัญชีกลาง กรรมการ
 5. อธิบดีกรมชลประทาน กรรมการ
 6. อธิบดีกรมทางหลวง กรรมการ
 7. อธิบดีกรมเศรษฐกิจการพาณิชย์ กรรมการ
 8. ผู้ทรงคุณวุฒิคณะวิศวกรรมศาสตร์ กรรมการ
 จากมหาวิทยาลัยของรัฐ
 9. ผู้ทรงคุณวุฒิคณะวิศวกรรมศาสตร์ กรรมการ
 จากมหาวิทยาลัยของรัฐ
 10. ผู้ทรงคุณวุฒิคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ กรรมการ
 จากมหาวิทยาลัยของรัฐ
 11. ผู้แทนสมาคมอุตสาหกรรมการก่อสร้างไทย กรรมการ
 12. ผู้แทนสมาคมสถาปนิกสยามฯ กรรมการ
 13. อธิบดีกรมโยธาธิการ กรรมการและผู้ช่วยเลขานุการ
 14. ผู้แทนสำนักงานปลัดสำนกนายกรัฐมนตรี กรรมการและผู้ช่วยเลขานุการ
 15. ผู้แทนกรมโยธาธิการ กรรมการและผู้ช่วยเลขานุการ

อำนาจหน้าที่
 1. กำหนดหลักเกณฑ์ในการคำนวณราคากลาง แล้วจัดทำเป็นคู่มือสำหรับให้ส่วนราชการต่างๆ ถือปฏิบัติ
 2. กำกับดูแลการคำนวณราคากลาง โดยมีอำนาจเข้าตรวจสอบรายละเอียดการคำนวณราคากลางที่ส่วนราชการกำหนดไว้
 3. แต่งตั้งคณะอนุกรรมการเพื่อปฏิบัติงานตามที่คณะกรรมการฯ เห็นสมควร
 4. วินิจฉัยปัญหา และยกเว้นหรือผ่อนผันการดำเนินการตามมาตรการป้องกันหรือลดโอกาสการสมยอมกันในการเสนอราคา

(สำเนา)


บันทึกข้อความ

ส่วนราชการ สำนักงานปลัดสำนักนายกัฐมนตรี สำนักกฏหมายและระเบียบกลาง โทร.2829412
ที่ นร 1305/11521     วันที่   26 พฤจิกายน 2540
เรื่อง มาตรการป้องกันหรือลดโอกาสกรสมยอมกันในการเสนอราคา

เรียน รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี (คุณหญิงสุพัตรา มาศดิตถ์)

 1. เรื่องเดิม

 1.1 สำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน ได้เสนอมาตรการเพื่อป้องกัน หรือลดโอกาสการสมยอมกันในการเสนอราคา โดยเฉพาะกรณีการจ้างเหมาก่อสร้างของส่วนราชการ ให้คณะรัฐมนตรีพิจารณา รวม 8 ประการ โดยมาตรการที่เสนอประการหนึ่ง คือ เรื่องการแก้ไขปัญหาราคากลาง ให้มีคณะกรรมการควบคุมราคากลาง เพื่อพิจารณากำหนดหลักเกณฑ์ และกำกับดูแลการคำนวณราคากลาง ของส่วนราชการต่าง ๆ ให้เป็นระบบหรือมาตรฐานเดียวกัน

 1.2 คณะรัฐมนตรีในการประชุมเมื่อวันที่ 10 สิงหาคม 2536 มีมติอนุมัติให้แต่งตั้งคณะกรรมการควบคุมราคากลาง โดยมีปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นประธานกรรมการ หัวหน้าส่วนราชการ และผู้แทนส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ผู้ทรงคุณวุฒิจากมหาวิทยาลัยของรัฐ และผู้แทนองค์กรเอกชน รวม 15 คน เป็นกรรมการ มีอำนาจหน้าที่รวม 3 ประการ (เอกสาร1) และต่อมาคณะรัฐมนตรีในคราวประชุม เมื่อวันที่ 25 มิถุนายน 2539 มีมติให้คณะกรรมการฯ มีอำนาจหน้าที่เพิ่มเติมอีก 1 ประการ (เอกสาร 2)

 1.3 คณะกรรมการควบคุมราคากลาง ได้พิจารณาตามอำนาจหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย ผลการพิจารณาสรุปได้ว่า เห็นสมควรปรับปรุงหลักเกณฑ์ การคำนวณราคากลางในงานก่อสร้างของทางราชการ ในเรื่องของการคิดค่าอำนวยการ กำไร ภาษี โดยเพิ่มค่าความผันผวน และค่าดอกเบี้ยให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน เป็นสูตร FACTOR F จำแนกตามลักษณะงาน 3 ประเภท คือ งานอาคาร งานทาง และงานชลประทาน และเห็นด้วยในหลักการกับ มาตรการป้องกัน หรือลดโอกาสการสมยอมกัน ในการเสนอราคาของสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน โดยได้มีการพิจารณาแก้ไขปรับปรุงเพิ่มเติมรายละเอียด ในแต่ละมาตรการให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น

 คณะรัฐมนตรีในการประชุมเมื่อวันที่ 28 ธันวาคม 2536 และวันที่ 28 มิถุนายน 2537 ได้มีมติเห็นชอบให้ส่วนราชการถือปฏิบัติ ตามหลักเกณฑ์การคำนวณราคากลาง และมาตรการของสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน ทั้ง 8 ประการ ตามที่คณะกรรมการควบคุมราคากลางเสนอ โดยให้ถือปฏิบัติตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม 2537 เป็นต้นไป (เอกสาร3 และ 4)

 1.4 เมื่อมีการจัดตั้งรัฐบาลใหม่ ในรัฐบาลชุดที่ผ่านมาได้มีมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่    2 ธันวาคม 2539 ให้คณะกรรมการต่าง ๆ ที่คณะรัฐมนตรีชุดเดิมแต่งตั้งไว้ จำนวน 437 คณะ ซึ่งรวมถึงคณะกรรมการควบคุมราคากลางสิ้นสุดลง และให้กระทรวง ทบวง กรม พิจารณาทบทวนวัตถุประสงค์ เหตุผลความจำเป็น และองค์ประกอบของคณะกรรมการแต่ละคณะ โดยให้พิจารณายุบรวมหรือปรับปรุงเพื่อมิให้เกิดความซ้ำซ้อนด้วย หากเห็นว่าคณะกรรมการใดจำเป็นต้องมีเพื่อประโยชน์แก่กิจการบริหารราชการ ก็ให้นำเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาเป็นรายคณะ

 1.5 สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ได้พิจารณาเห็นว่า การปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการควบคุมราคากลาง เป็นส่วนหนึ่งของมาตรการป้องกัน หรือลดโอกาสการสมยอมกันในการเสนอราคา ดังนั้น เพื่อจะให้มาตรการป้องกัน หรือลดโอกาสการสมยอมกันในการเสนอราคาบรรลุผลตามวัตถุประสงค์ จึงได้นำเสนอรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี (นายปิยะณัฐ วัชราภรณ์) สั่งและปฏิบัติราชการแทนนายกรัฐมนตรีในขณะนั้น พิจารณามีคำสั่งให้เสนอคณะรัฐมนตรีเพื่อแต่งตั้งคณะกรรมการต่อไปแล้ว (เอกสาร 5 และ 6)

 1.6 ในระหว่างนั้น นายกรัฐมนตรี (พลเอก ชวลิต ยงใจยุทธ) ได้ปรารภปัญหาเกี่ยวกับการจัดซื้อจัดจ้าง ที่มักปรากฏว่าผู้เสนอราคามีการสมยอมกันในการเสนอราคา สมควรมีการดำเนินการเพื่อแก้ปัญหาดังกล่าว ซึ่งสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตร ีได้เสนอความเห็นเพื่อประกอบการพิจารณาว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นเกี่ยวกับเรื่องนี้ มักจะเป็นข้อครหาในรายละเอียดวิธีการปฏิบัติของแต่ละส่วนราชการ หากมีการฝ่าฝืน ให้ถือว่าเป็นการผิดวินัยอย่างร้ายแรง และเห็นสมควรให้สำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน และสำนักงาน ป.ป.ป. ติดตามตรวจสอบการปฏิบัติงาน ของส่วนราชการต่าง ๆ ในเรื่องนี้อย่างใกล้ชิด นอกจากนี้ สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีได้เสนอความเห็นว่า ควรให้มีคณะกรรมการควบคุมราคากลาง พร้อมกับให้มีหน่วยงานรับผิดชอบ ในเรื่องการจัดทำหลักเกณฑ์มาตรฐานในการคำนวณราคากลาง โดยให้มีหน้าที่รับผิดชอบ ในการคำนวณราคากลาง สำหรับงานก่อสร้าง รวมตลอดถึงการจัดหาพัสดุที่มีราคาสูง และการจัดฝึกอบรมพัฒนาข้าราชการ ที่มีหน้าที่เกี่ยวข้องให้มีความเข้าใจในหลักการคำนวณราคากลาง เพื่อเป็นเครื่องมือให้ส่วนราชการต่าง ๆ ใช้ในการตรวจสอบ เปรียบเทียบกับราคาตามผลการประกวดราคา

 นายกรัฐมนตรีพิจารณาแล้วมีคำสั่งเห็นชอบ มอบสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีดำเนินการต่อไป (เอกสาร 7)

 สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ได้ดำเนินการตามคำสั่งนายกรัฐมนตรี โดยมีหนังสือแจ้งเวียนส่วนราชการต่าง ๆ กำชับให้ถือปฏิบัติตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดไว้แล้ว รวมทั้งได้มีหนังสือไปยังสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน และสำนักงาน ป.ป.ป. ขอความร่วมมือในการติดตามตรวจสอบการปฏิบัติของส่วนราชการต่าง ๆ

 สำหรับเรื่องคณะกรรมการควบคุมราคากลาง เนื่องจากได้ดำเนินการขอทบทวนไปแล้ว ตามข้อ 1.5 จึงได้ขอทราบผลไปยังสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี และได้รับแจ้งจากสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีว่า ได้นำเรื่องสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ขอทบทวนการแต่งตั้งคณะกรรมการควบคุมราคากลาง เสนอรองนายกรัฐมนตรี (นายสุขวิช รังสิตพล) พิจารณาแล้วมีคำสั่งให้ชะลอเรื่องไว้ก่อน (เอกสาร 8)

 1.7 สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี พิจารณาเห็นว่า คณะกรรมการควบคุมราคากลาง ยังมีภารกิจที่จะต้องดำเนินการต่อไปอีกหลายประการ ดังนั้น จึงได้นำเสนอรองนายกรัฐมนตรี (นายสุขวิช รังสิตพล) ผ่านรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี (นายปิยะณัฐ วัชราภรณ์) ในขณะนั้น พิจารณาเรื่องนี้อีกครั้งหนึ่ง รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรับมนตรีได้มีคำสั่งว่า เนื่องจากเรื่องนี้รองนายกรัฐมนตรี (นายสุขวิช รังสิตพล) เคยมีความเห็นให้ชะลอเรื่องไว้ก่อน ดังนั้น ก่อนจะนำเสนอจึงขอให้ประสานกับรองนายกรัฐมนตรี เพื่อขอความเห็นชอบเบื้องต้นก่อนจะเหมาะสมกว่า เสนอไปโดยไม่มีการปรึกษาหารือกัน (เอกสาร 9)

 2. ข้อเท็จจริง

 กรมทางหลวง ได้มีหนังสือ ที่ คค 0602/12451 ลงวันที่ 18 สิงหาคม 2540 แจ้งว่า ขณะนี้ได้มีพระราชกฤษฎีกาปรับปรุงอัตราภาษีมูลค่าเพิ่มจากเดิมร้อยละ 7 เป็นร้อยละ 10 ตั้งแต่วันที่ 16 สิงหาคม 2540 เป็นต้นไป ประกอบกับสถานการณ์เศรษฐกิจปัจจุบัน ได้มีการเพิ่มอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ และปัจจัยในการก่อสร้างอื่นเพิ่มสูงขึ้น ทำให้ต้นทุนในการก่อสร้างทางสูงขึ้น ซึ่งจะมีผลกระทบต่อ FACTOR F ในการคำนวณราคากลางงานก่อสร้าง แต่เนื่องจาก การคำนวณราคากลางงานก่อสร้าง ได้ใช้หลักเกณฑ์การคิดราคากลาง ของคณะกรรมการควบคุมราคากลาง ซึ่งแต่งตั้งโดยคณะรัฐมนตรี กรมทางหลวงจึงได้มีข้อเสนอเพื่อพิจารณา รวม 2 ประการ ดังนี้

 2.1 ขอให้คณะกรรมการควบคุมราคากลางพิจารณาปรับปรุงอัตราการคำนวณราคากลางใหม่ ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน เพื่อใช้เป็นหลักปฏิบัติต่อไป และในระหว่างที่หลักเกณฑ์การคำนวณราคากลาง ที่ปรับปรุงใหม่ยังไม่ประกาศใช้ขอให้กำหนดค่า FACTOR ที่จะมาคำนวณชดเชย ให้กับการยื่นซองประกวดราคา และการทำสัญญาที่เกิดขึ้นก่อน วันที่หลักเกณฑ์การคำนวณราคากลางอัตราใหม่ประกาศใช้

 2.2 ผู้ประกอบการรายใดที่ได้ยื่นซองเสนอราคาแล้ว และได้รับการปรับราคาตามอัตราใหม่ในข้อ 2.1 หากเห็นว่าราคาไม่เหมาะสม ก็สามารถไม่ลงนามในสัญญาได้โดยไม่ถูกพิจารณาให้เป็นผู้ทิ้งงาน (เอกสาร 10)

 3. ข้อพิจารณา

 สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี พิจารณาแล้วเห็นว่า การปรับอัตราภาษีที่ใช้ใน FACTOR F ในการคำนวณราคากลาง จะต้องเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณา โดยมีความเห็นของคณะกรรมการควบคุมราคากลา งเสนอประกอบการพิจารณาด้วย แต่โดยที่คณะกรรมการควบคุมราคากลางได้ถูกยุบเลิกไปแล้ว ดังนั้น เพื่อให้การดำเนินการเป็นไปด้วยความรอบครอบก่อนจะนำเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณา สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี จึงได้ขอเชิญผู้แทนหน่วยงานต่าง ๆ ตามองค์ประกอบของคณะกรรมการควบคุมราคากลาง มาร่วมประชุมพิจารณาเรื่องนี้เมื่อวันที่ 16 กันยายน 2540

 ที่ประชุมผู้แทนหน่วยงานดังกล่าวพิจารณาแล้วเห็นว่า ตามตาราง FACTOR F ที่ใช้ในการคำนวณราคากลาง ประกอบด้วย ค่าอำนวยการ ค่าความผันผวน กำไร ดอกเบี้ย และภาษี ซึ่งเดิมในส่วนของดอกเบี้ย ได้กำหนดให้สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นผู้แจ้งเวียนอัตราดอกเบี้ยทุกต้นปีงบประมาณ และระหว่างปีงบประมาณ กรณีที่อัตราดอกเบี้ยมีการเปลี่ยนแปลงเกินร้อยละ 1
 ในส่วนของภาษีเดิมกำหนดอัตราภาษีตามภาษีมูลค่าเพิ่ม คือร้อยละ 7 แต่มิได้มีการกำหนดรายละเอียดวิธีการปฏิบัติไว้ ถึงกรณีที่จะมีการเปลี่ยนแปลงอัตราภาษีมูลค่าเพิ่ม ดังนั้น ในปัจจุบันองค์ประกอบของการคิดค่า FACTOR F จึงมีองค์ประกอบที่เป็นตัวแปร 2 องค์ประกอบ คือ ดอกเบี้ย และภาษี สำหรับดอกเบี้ย สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีเป็นหน่วยงานรับผิดชอบในการแจ้งเปลี่ยนแปลงอยู่แล้ว ส่วนภาษีซึ่ง จะต้องมีการเปลี่ยนแปลงไปตามอัตราภาษีมูลค่าเพิ่มใหม่คือร้อยละ 10 เนื่องจากอัตราเดิมเป็นไปตามมติคณะรัฐมนตรี หากจะมีการเปลี่ยนแปลงที่ประชุม เห็นสมควรให้นำเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณา โดยขอให้พิจารณาเป็นหลักการด้วยว่า ในกรณีที่จะมีการเปลี่ยนแปลงอัตราภาษีอีกในโอกาสต่อไป ควรกำหนดให้มีหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่ง รับผิดชอบในการดำเนินการแจ้งการเปลี่ยนแปลงอัตราดอกเบี้ย ทั้งนี้ เพื่อความคล่องตัวในการปฏิบัติ และไม่เป็นภาระแก่คณะรัฐมนตรี

 นอกจากนี้ที่ประชุมมีความเห็นเพิ่มเติมว่า ในการเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาเรื่องนี้ควรเสนอทบทวน ให้แต่งตั้งคณะกรรมการฯ ยังมีภารกิจที่จะต้องปฏิบัติต่อไป เพื่อให้มาตรการป้องกัน หรือลดโอกาสการสมยอมกัน ในการเสนอราคาบรรลุผลมากยิ่งขึ้น (เอกสาร 11)

 อนึ่ง สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ขอเรียนข้อมูลเกี่ยวกับคณะกรรมการควบคุมราคากลาง เพื่อประกอบการพิจารณาเพิ่มเติม ดังนี้

 3.1 มติคณะรัฐมนตรีเดิมได้แต่งตั้งคณะกรรมการควบคุมราคากลางให้มีอำนาจหน้าที่ รวม 4 ประการ คือ
 3.1.1 กำหนดหลักเกณฑ์ในการคำนวณราคากลาง แล้วจัดทำเป็นคู่มือสำหรับให้ส่วนราชการต่าง ๆ ถือปฏิบัติ
 3.1.2 กำกับ ดูแลการคำนวณราคากลาง โดยมีอำนาจเข้าตรวจสอบ รายละเอียดการคำนวณราคากลางที่ส่วนราชการคำนวณไว้
 3.1.3 แต่งตั้งคณะอนุกรรมการเพื่อปฏิบัติงานตามที่คณะกรรมการฯ เห็นสมควร
 3.1.4 วินิจฉัยปัญหา และยกเว้นหรือผ่อนผันการดำเนินการตามมาตรการป้องกันหรือลดโอกาสสมยอมกันในการเสนอราคา
 สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี จึงต้องทำหน้าที่เป็นสำนักงานของคณะกรรมการควบคุมราคากลาง และคณะอนุกรรมการฯ ที่คณะกรรมการฯ จะแต่งตั้งขึ้นเพื่อดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ดังกล่าวข้างต้น

 3.2 การดำเนินงานที่ผ่านมาของคณะกรรมการฯ
 3.2.1 คณะกรรมการฯ ได้ปรับปรุงหลักเกณฑ์การคำนวณราคากลางในงานก่อสร้าง ในส่วนของการคิดค่าอำนวยการ กำไร ภาษี โดยเพิ่มค่าความผันผวน และค่าดอกเบี้ยให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน เป็นสูตร FACTOR F โดยจำแนกงานออกเป็น 3 ลักษณะ คือ งานอาคาร งานทาง และงานชลประทาน ในส่วนของอัตราดอกเบี้ยที่ใช้ในการคำนวณราคากลาง ได้กำหนดให้ใช้อัตราดอกเบี้ยขั้นต่ำของเงินกู้ (MLR) ของธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ณ วันที่ 1 ตุลาคมของทุกปี เป็นเกณฑ์ในการพิจารณา และให้สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นผู้แจ้งเวียนอัตราดอกเบี้ยทุกต้นปีงบประมาณ และในระหว่างปีงบประมาณ ในกรณีที่อัตราดอกเบี้ยมีการเปลี่ยนแปลงถึง 1%
 3.2.2 คณะกรรมการฯ ได้แต่งตั้งคณะอนุกรรมการเฉพาะกิจ พิจารณาจัดทำหลักสูตรการฝึกอบรมการคำนวณราคากลาง (อลฝ.) มีอำนาจหน้าที่ พิจารณาจัดทำหลักสูตรการฝึกอบรมการคำนวณราคากลาง ในงานก่อสร้างของทางราชการให้แล้วเสร็จ แล้วนำเสนอคณะกรรมการควบคุมราคากลางพิจารณา

 อลฝ. ได้พิจารณาดำเนินการจัดทำหลักสูตรการฝึกอบรมการคำนวณราคากลาง ในงานก่อสร้างของทางราชการตาม ที่ได้รับมอบหมาย และมีความเห็นเพิ่มเติมว่า ควรมีการกำหนดให้มีคู่มือประกอบฝึกอบรมด้วย เพื่อเสริมให้การฝึกอบรม เกิดผลในทางปฏิบัติมากยิ่งขึ้น ซึ่งในการจัดทำคู่มือ ได้พิจารณาจากเอกสารที่เกี่ยวข้องกับการคำนวณราคากลาง ที่หน่วยงานด้านช่างได้จัดทำไว้ก่อนแล้วเป็นแนวทาง ประกอบความเห็น และข้อเสนอแนะของคณะอนุกรรมการทุกท่าน ในการนี้ อลฝ. ได้พิจารณากำหนดหลักสูตรการฝึกอบรมการคำนวณราคากลาง เป็นหลักสูตรอย่างกว้างสำหรับบุคคลทั่วไป มีระยะเวลาฝึกอบรม 3 วัน และกำหนดให้มีการทำ WORK SHOP การจัดทำราคากลางอย่างง่าย เพื่อเป็นการเสริมทักษะในทางปฏิบัติด้วย (เอกสาร 12)

 หลักสูตรและคู่มือการฝึกอบรมการคำนวณราคากลางในงานก่อสร้างของทางราชการตามที่ อลฝ. เสนอดังกล่าว ยังไม่มีผลในทางปฏิบัติ เพราะยังไม่ได้รับความเห็นชอบ จากคณะกรรมการควบคุมราคากลาง
 3.3 โดยที่คณะกรรมการควบคุมราคากลาง ยังมีภารกิจที่จะต้องดำเนินการต่อไป ได้แก่
 3.3.1 การกำหนดหลักเกณฑ์การคำนวณราคากลาง งานก่อสร้างของทางราชการในลักษณะอื่น ๆ นอกเหนือจาก งานอาคาร งานทาง และงานชลประทานที่ได้กำหนดแล้ว
 3.3.2 พิจารณาปรับปรุงหลักเกณฑ์การถอดแบบ ให้มีความเหมาะสมสอดคล้อง กับกรรมวิธีการก่อสร้าง sที่ได้มีการเปลี่ยนแปลงไป
 3.3.3 การกำกับ ดูแล ตรวจสอบการคำนวณราคากลางของส่วนราชการ
 3.3.4 การให้ความเห็นชอบหลักสูตร และคู่มือการฝึกอบรมการคำนวณราคากลางในงานก่อสร้างของทางราชการที่ อลฝ. ได้จัดทำไว้ และการจัดฝึกอบรมการคำนวณราคากลางให้กับส่วนราชการต่าง ๆ

 4. ข้อเสนอ

 สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี เห็นสมควรเสนอให้คณะรัฐมนตรีพิจารณา ดังนี้

 4.1 อนุมัติเปลี่ยนแปลงอัตราภาษีที่ใช้คำนวณราคากลางในงานก่อสร้างของทางราชการ ในสูตร FACTOR F จากเดิมร้อยละ 7 เป็นร้อยละ 10 และเนื่องจากขณะนี้ ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ได้แจ้งอัตราดอกเบี้ยขั้นต่ำของเงินกู้ (MLR) มีอัตราร้อยละ 14.75 (เอกสาร 13) ดังนั้น สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี จึงได้จัดทำตาราง FACTOR F ตามอัตราภาษีและอัตราดอกเบี้ยใหม่ดังกล่าว มาเพื่อประกอบการพิจารณาพร้อมนี้แล้ว (เอกสาร 14) และในกรณีที่มีการเปลี่ยนแปลงอัตราภาษีอีกในโอกาสต่อไป ให้สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐนตรี เป็นหน่วยงานรับผิดชอบ ในการแจ้งเวียนการเปลี่ยนแปลง อัตราภาษีใหม่ให้ส่วนราชการต่างๆ ทราบ ทั้งนี้ เพื่อความคล่องตัวในทางปฏิบัติ และไม่เป็นภาระแก่คณะรัฐมนตรี

 4.2 อนุมัติแต่งตั้งคณะกรรมการควบคุมราคากลาง เพื่อปฏิบัติหน้าที่ต่อไป ทั้งนี้สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ได้แนบองค์ประกอบและอำนาจหน้าที่ตามมติคณะรัฐมนตรีเดิม มาเพื่อประกอบการพิจารณาด้วย (เอกสาร15)

 จึงเรียนมาเพื่อโปรดพิจารณา หากเห็นชอบด้วย ขอได้กรุณานำเสนอรองนายกรัฐมนตรี (นายพิชัย รัตตกุล) เพื่อนำกราบเรียนนายกรัฐมนตรี พิจารณาเสนอคณะรัฐมนตรีต่อไปด้วย


(ลงชื่อ) ประสิทธิ์ ดำรงชัย
   (นายประสิทธิ์ ดำรงชัย)
ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี

เอกสารแนบ