<<<< การปฏิบัติตามหนังสือเวียนกรมบัญชีกลาง ที่ กค 0421.4/ว263 ลว 24 ก.ย. 2557 จะสามารถดำเนินการได้ตั้งแต่วันที่ 6 ตุลาคม 2557 เป็นต้นไป ซึ่งสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่นี่ คลิกที่นี่
<<<< สำนักมาตรฐานการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐเปิดรับสมัครลูกจ้างชั่วคราว 3 ตำแหน่ง 4 อัตรา ตั้งแต่วันที่ 20 - 29 ตุลาคม 2557 ที่ฝ่ายบริหารทั่วไป (สมจ.) ชั้น 5 อาคาร 9 รายละเอียด คลิกที่นี่
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
การช่วยเหลือผู้ประกอบอาชีพรับเหมาก่อสร้างในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้
ข้อมูลจัดซื้อจัดจ้าง > ระเบียบฯ 35 > การซื้อการจ้าง > หนังสือเวียน



สำเนา

 

ด่วนที่สุด                                                             
ที่ นร  ๐๕๐๔/ ๑๕๕๘                                                                        สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี
                                                                                                     ทำเนียบรัฐบาล กทม. ๑๐๓๐๐

 

                                                 ๒๗  มกราคม  ๒๕๔๘

 

เรื่อง การช่วยเหลือผู้ประกอบอาชีพรับเหมาก่อสร้างในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้

 

เรียน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง

 

อ้างถึง หนังสือกระทรวงการคลัง ด่วนที่สุด กค ๐๔๐๘.๕/๑๕๘ ลงวันที่ ๕ มกราคม  ๒๕๔๘

สิ่งที่ส่งมาด้วย ๑. สำเนาหนังสือกระทรวงพาณิชย์ ที่ พณ ๐๕๐๘/๒๒๘
                        ลงวันที่ ๑๗ มกราคม  ๒๕๔๘
                   ๒. สำเนาหนังสือกระทรวงอุตสาหกรรม ด่วนที่สุด ที่ อก ๐๓๐๑/๑๔๓
                       ลงวันที่ ๑๘ มกราคม  ๒๕๔๘
                   ๓. สำเนาหนังสือสำนักงบประมาณ ด่วนที่สุด ที่ นร ๐๗๑๔/๒๐๓
                       ลงวันที่ ๑๗  มกราคม  ๒๕๔๘
                   ๔. สำเนาหนังสือสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ด่วนที่สุด ที่ ตช ๐๐๐๗.๒๓/๐๔๒๖
                        ลงวันที่ ๒๑  มกราคม  ๒๕๔๘
                   ๕. สำเนาหนังสือกองอำนวยการเสริมสร้างสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้
                        ด่วนที่สุด ที่  นร  ๕๒๐๐/๕๒  ลงวันที่  ๑๗  มกราคม  ๒๕๔๘

  

                  ตามที่ได้เสนอเรื่อง  การช่วยเหลือผู้ประกอบอาชีพรับเหมาก่อสร้างในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้  ไปเพื่อคณะรัฐมนตรีพิจารณา  ความละเอียดแจ้งแล้ว  นั้น

 

                  กระทรวงพาณิชย์  กระทรวงอุตสาหกรรม  สำนักงบประมาณ  สำนักงานตำรวจแห่งชาติและกองอำนวยการเสริมสร้างสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้  ได้เสนอความเห็นมาเพื่อประกอบการพิจารณาของคณะรัฐมนตรีด้วย  ความละเอียดปรากฏตามสำเนาหนังสือที่ส่งมาด้วยนี้

          

                 คณะรัฐมนตรีได้ประชุมปรึกษาเมื่อวันที่  ๑๘  มกราคม  ๒๕๔๘ ลงมติเห็นชอบแนวทางการช่วยเหลือผู้ประกอบอาชีพรับเหมาก่อสร้างในพื้นที่  ๓  จังหวัดชายแดนภาคใต้  ตามที่กระทรวงการคลังได้พิจารณาร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้ว  และให้ดำเนินการต่อไปได้  ตามที่กระทรวงการคลังเสนอ  โดยให้ประสานการดำเนินงานกับกองอำนวยการเสริมสร้างสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้  และชี้แจงกับผู้ประกอบการที่เกี่ยวข้องให้ทราบทั่วกันอย่างชัดเจนด้วยและสำหรับงานก่อสร้างใดที่ล่าช้าหยุดชะงัก  และผู้ประกอบการเอกชนไม่ดำเนินการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องประสานกองอำนวยการเสริมสร้างสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้  เพื่อขอให้หน่วยทหารช่างรับดำเนินการแทนต่อไป  ทั้งนี้  ค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจากการดำเนินการตามมาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบอาชีพรับเหมาก่อสร้างในพื้นที่ ๓  จังหวัดชายแดนภาคใต้ดังกล่าว  ให้หน่วยงานของรัฐเจ้าของโครงการที่เกี่ยงข้องพิจารณาปรับแผนการใช้จ่ายจากงบประมาณรายจ่ายประจำปีในโอกาสแรกก่อนโดยดำเนินการให้สอดคล้องตามนัยระเบียบว่าด้วยการบริหารงบประมาณ  พ.ศ.  ๒๕๔๖  และแก้ไขเพิ่มเติม  (ฉบับที่ ๒)  พ.ศ.  ๒๕๔๗  ตามความเห็นของสำนักงานงบประมาณด้วย
            
                  จึงเรียนมายืนยัน  ได้แจ้งให้ผู้ที่เกี่ยวข้องตามบัญชีแนบท้ายทราบด้วยแล้ว
         
                                                                          ขอแสดงความนับถือ


                                                                         (นายสุรชัย  ภู่ประเสริฐ)
                                                            รองเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ปฏิบัติราชการแทน                   
                                                                         เลขาธิการคณะรัฐมนตรี
 

 

               
สำนักบริหารการประชุมคณะรัฐมนตรี                  
โทร. ๐  ๒๒๘๐  ๙๐๐๐  ต่อ ๓๒๗
โทรสาร ๐  ๒๒๘๐ ๙๐๖

 

 

 

                รายชื่อผู้ที่เกี่ยวข้องซึ่งได้แจ้งเรื่อง  การช่วยเหลือผู้ประกอบอาชีพรับเหมาก่อสร้าง 
ในพื้นที่  ๓  จังหวัดชายแดนภาคใต้  ให้ทราบดังนี้
- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -

                 ๑. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม
                 ๒. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย
                 ๓. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์
                 ๔. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม
                 ๕. ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ
                 ๖. ผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ
                 ๗. ผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน
                 ๘. ผู้อำนวยการเสริมสร้างสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้
                 ๙. ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา
               ๑๐. ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส
               ๑๑. ผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี

 

 

 

 

ที่  พณ  0508/ 228                                                              กระทรวงพาณิชย์
                                                                                       44/100  ถนนนนทบุรี 1 ต.บางกระสอ
                                                                                        อ.เมือง  จ.นนทบุรี  11000

  

                                               17  มกราคม  2548

 

เรื่อง การช่วยเหลือผู้ประกอบอาชีพรับเหมาก่อสร้างในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้

 

เรียน เลขาธิการคณะรัฐมนตรี

 

อ้างถึง หนังสือสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี  ด่วนที่สุด  ที่ นร 0504/ว(ล)326  ลงวันที่ 7  มกราคม         2548
        

                    ตามหนังสือที่อ้างถึง  สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีแจ้งว่า กระทรวงการคลังได้เสนอเรื่อง  การช่วยเหลือผู้ประกอบอาชีพรับเหมาก่อสร้างในพื้นที่ ๓  จังหวัดชายแดนภาคใต้  เพื่อให้คณะรัฐมนตรีพิจารณา โดยขอให้กระทรวงพาณิชย์เสนอความเห็นในส่วนที่เกี่ยวข้องเพื่อประกอบการพิจารณาของคณะรัฐมนตรี  ความละเอียดแจ้งแล้ว  นั้น
  

                     กระทรวงพาณิชย์ ได้พิจารณาในส่วนที่เกี่ยวข้องตามที่ปรากฏในข้อ 3.2 ซึ่งได้มีการเสนอให้กระทรวงพาณิชย์กำหนดมาตรการส่งเสริม  และสนับสนุนให้บริษัทผู้รับประกันภัยรับประกันภัยบุคคลและเครื่องจักรในงานก่อสร้างของทางราชการในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ในอัตราปกติทั่วไป โดยอาจจัดให้มีโครงการและมาตรการจูงใจเพื่อส่งเสริมและสนับสนุนด้วยก็ได้  ทั้งนี้  เพื่อเป็นการช่วยเหลือผู้ประกอบอาชีพรับเหมาก่อสร้างในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้แล้ว ขอเรียนให้ทราบดังนี้
                     1. ในการรับเหมาก่อสร้างนั้น จะมีการประกันภัยการปฏิบัติงานตามสัญญา (Contract Work) มารองรับ  ซึ่งจะให้ความคุ้มครอง 3 หมวด คือ หมวดที่ 1 งานก่อสร้างและวิศวกรรมโยธาคุ้มครองความสูญเสียหรือความเสียหายใด ๆ ที่เกิดขึ้นแก่ทรัพย์สินที่เอาประกันภัยที่เกิดจากอุบัติเหตุหมวดที่ 2 งานติดตั้งเครื่องจักร คุ้มครองความเสียหายต่องานติดตั้งเครื่องจักรและอุปกรณ์ต่าง ๆ และหมวดที่ 3 ความรับผิดต่อบุคคลภายนอก คุ้มครองความบาดเจ็บหรือเสียชีวิตตลอดจนความเสียหายของทรัพย์สินของบุคคลภายนอกซึ่งมีสาเหตุมาจากอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นจากงานก่อสร้างหรืองานติดตั้งเครื่องจักร 
                    อย่างไรก็ตามกรมธรรม์ประกันภัยดังกล่าวมีข้อยกเว้นไม่คุ้มครองความสูญเสีย หรือความเสียหาย  หรือความรับผิดในทางตรงและทางอ้อม  อันมีสาเหตุหรือเกิดขึ้นจากสงคราม การรุกราน การกระทำของศัตรูต่างแดน การกระทำอันมีลักษณะคล้ายสงคราม (ไม่ว่าจะได้มีการประกาศสงครามหรือไม่) สงครามกลางเมือง การแข็งข้อ การปฏิวัติ การกบฏ การยึดอำนาจ การจลาจล  การนัดหยุดงาน การปิดโรงงาน  ความไม่สงบของประชาชนที่ถึงขนาดเท่ากับขัดขืนต่อรัฐบาล  การยึดอำนาจโดยทหาร  หรือกลุ่มบุคคลที่มีเจตนาร้าย หรือบุคคลผู้ทำการแทนหรือเกี่ยวกับองค์การทางการเมืองใด ๆ การคบคิดกันล้มล้างรัฐบาล การยึด การเกณฑ์ การเรียกเอา หรือการทำลาย หรือการทำความเสียหาย โดยคำสั่งของรัฐบาลทางนิตินัย หรือทางพฤตินัย หรือโดยเจ้าหน้าที่ของรัฐบาล
                   ในการนี้กระทรวงพาณิชย์  โดยกรมการประกันภัยจึงได้ประสานงานไปยังสมาคมประกันวินาศภัย  ขอให้พิจารณารับประกันภัย  รวมถึงภัยจลาจลและนัดหยุดงาน  ภัยก่อการร้ายด้วยแต่ได้รับทราบว่าข้อยกเว้นดังกล่าวนี้ถูกกำหนดโดยสัญญาประกันภัยต่อของบริษัทประกันภัยต่อในต่างประเทศ บริษัทประกันภัยในประเทศไทยจึงไม่สามารถรับประกันภัยได้จึงต้องมีเวลาในการติดต่อเจรจากับบริษัทรับประกันภัยต่อในต่างประเทศก่อน  ทั้งนี้กรมการประกันภัยและสมาคมประกันวินาศภัยจะได้ร่วมกันหารือในเรื่องดังกล่าวต่อไป
                   2. สำหรับในส่วนของการประกันภัยบุคคลนั้น  ขณะนี้กระทรวงพาณิชย์ได้จัดให้มี
การประกันภัยอุบัติเหตุเอื้ออาทรไว้ให้แก่ประชาชนชาวไทยอยู่แล้ว  โดยหากผู้เอาประกันภัยเสียชีวิต  หรือทุพพลภาพถาวรจากอุบัติเหตุ  จะได้รับค่าทดแทนรายละ  300,000  บาท  เบี้ยประกันภัย  365  บาท  ต่อคนต่อปี ซึ่งการประกันภัยดังกล่าวได้มีการยกเว้นสงคราม (ไม่ว่าจะประกาศหรือไม่ก็ตาม) การรุกรามหรือการกระทำของศัตรูต่างชาติ สงครามกลางเมือง การปฏิวัติ การกบฏ การที่ประชาชนก่อความวุ่นวายถึงขนาดลุกฮือขึ้นต่อต้านรัฐบาล การจลาจล การนัดหยุดงาน การก่อการร้าย เช่นเดียวกัน แต่กระทรวงพาณิชย์  โดยกรมการประกันภัยได้ขอความร่วมมือบริษัทประกันภัยซึ่งได้ให้ความร่วมมือ  โดยให้ความคุ้มครองรวมถึงภัยข้างต้นทั้งหมดแก่ประชาชนที่มีภูมิลำเนาในจังหวัดยะลา นราธิวาส ปัตตานี และสตูลแล้ว  ทั้งนี้กระทรวงพาณิชย์จะได้หารือกับสมาคมประกันภัยวินาศภัย  เพื่อขอขยายความคุ้มครองถึงพนักงานลูกจ้างของบริษัทเอกชน  ซึ่งเป็นคู่สัญญากับรัฐให้ได้รับความคุ้มครองเช่นเดียวกับประชาชนที่มีภูมิลำเนาใน 4 จังหวัดภาคใต้ต่อไป


                จึงเรียนมาเพื่อโปรดทราบและพิจารณานำเสนอคณะรัฐมนตรีเพื่อประกอบการพิจารณาต่อไป

 

 

                                                                             ขอแสดงความนับถือ


                                                                             (นายวัฒนา  เมืองสุข)
                                                                          รัฐมนตรีว่ากระทรวงพาณิชย์

กรมการประกันภัย
โทร. 0-2547-4550
โทรสาร 0-2547-4549

 

 

 

 

ด่วนที่สุด
ที่  อก  0301/143                                                                         กระทรวงอุตสาหกรรม
                                                                                                 ถนนพระราม 6 เขตราชเทวี
                                                                                                 กรุงเทพฯ 10400        
                                                                                      
     

                                                18  มกราคม  2548

 

เรื่อง การช่วยเหลือผู้ประกอบอาชีพรับเหมาก่อสร้างในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้

 

เรียน เลขาธิการคณะรัฐมนตรี

อ้างถึง หนังสือสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี  ด่วนที่สุด  ที่ นร 0504/ว(ล)326  ลงวันที่ 7  มกราคม         2548
 

                         ตามหนังสือที่อ้างถึง  สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี  จะนำเรื่องการช่วยเหลือผู้
ประกอบอาชีพรับเหมาก่อสร้างในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ เสนอคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณา   
จึงขอความเห็นในส่วนที่เกี่ยวข้องจากกระทรวงอุตสาหกรรม เพื่อประกอบการพิจารณาของ
คณะรัฐมนตรี ความละเอียดแจ้งแล้วนั้น
  

                         กระทรวงอุตสาหกรรม  พิจารณาในส่วนที่เกี่ยวข้องแล้วเห็นด้วยตามข้อเสนอของ
กระทรวงการคลัง
  

                         จึงเรียนมาเพื่อโปรดทราบ

 

 

                                                                                        ขอแสดงความนับถือ

 

                                                                                   (นายพงษ์ศักดิ์  รักตพงศ์ไพศาล)
                                                                                 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม
กรมโรงงานอุตสาหกรรม
สำนักงานเลขานุการกรม
โทร. 0 2202 4006 โทรสาร 0 2202 4013
http//www.diw.go.th

 

 

 

 

ด่วนที่สุด
ที่  นร  0714/203                                                                       สำนักงานงบประมาณ
                                                                                              ถนนพระราม 6 กทม. 10400        
                                                                                      
     

                                                    17  มกราคม  2548

 

เรื่อง การช่วยเหลือผู้ประกอบอาชีพรับเหมาก่อสร้างในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้

 

เรียน เลขาธิการคณะรัฐมนตรี

อ้างถึง หนังสือสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี  ด่วนที่สุด  ที่ นร 0504/ว(ล)326  ลงวันที่ 7  มกราคม         2548
  

                            ตามหนังสือที่อ้างถึง  สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีขอให้สำนักงบประมาณเสนอ
ความเห็นในส่วนที่เกี่ยวข้องเพื่อประกอบการพิจารณาของคณะรัฐมนตรี  กรณีที่กระทรวงการคลังได้
เสนอเรื่องมาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบอาชีพรับเหมาก่อสร้างในพื้นที่  3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ 
(จังหวัดยะลา  จังหวัดปัตตานีและจังหวัดนราธิวาส) จำนวน 6 ข้อ ความละเอียดแจ้งแล้ว นั้น
 

                            สำนักงบประมาณ  ได้พิจารณาในส่วนที่เกี่ยวข้องเฉพาะประเด็นที่กระทรวงการคลัง
นำเสนอในข้อ 3.5  คือ “ในการกำหนดราคากลางงานก่อสร้างของทางราชการ  ควรกำหนดให้คำนวณ
ราคากลางงานก่อสร้างตามหลักเกณฑ์ปกติ  แล้วบวกเพิ่มเป็นค่าตอบแทนพิเศษเพื่อจูงใจในการ
ปฏิบัติงาน จำนวนร้อยละ  5 ของราคากลางที่คำนวณได้ รวมเป็นราคากลางงานก่อสร้างนั้น จนกว่า
สถานการณ์จะกลับคืนสู่ภาวะปกติตามประกาศของทางราชการ” และข้อ 3.6  คือ  “ค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้น
จากการดำเนินการตามมาตรการดังกล่าว  ควรกำหนดให้ขออนุมัติเบิกจ่ายจากงบกลาง รายการเงิน
สำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น” แล้ว ขอเรียนดังนี้

                           1. เห็นด้วยในหลักการ การให้ความช่วยเหลือเป็นกรณีพิเศษเฉพาะงานก่อสร้างใน
พื้นที่  3  จังหวัดชายแดนภาคใต้ (จังหวัดยะลา  จังหวัดปัตตานี  และจังหวัดนราธิวาส)  สำหรับการกำหนดให้คำนวณราคากลางงานก่อสร้างตามหลักเกณฑ์ปกติ  แล้วบวกเพิ่มเป็นค่าตอบแทนพิเศษเพื่อจูงใจในการปฏิบัติงานจำนวนร้อยละ 5 ของราคากลางที่คำนวณได้ เป็นราคากลางงานก่อสร้างนั้น จนกว่าสถานการณ์ความไม่สงบเรียบร้อยในพื้นที่  3  จังหวัดชายแดนภาคใต้ดังกล่าว จะกลับคืนสู่ภาวะปกติตามประกาศของทางราชการซึ่งเป็นไปตามมติที่ประชุมการหารือ  เพื่อพิจารณาให้ความช่วยเหลือผู้ประกอบอาชีพรับเหมาก่อสร้างใน 3  จังหวัดชายแดนภาคใต้  เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 2 ธันวาคม 2547 ณ  กรมบัญชีกลาง

                          2. สำหรับค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจากการดำเนินการตามมาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบ
อาชีพรับเหมาก่อสร้างในพื้นที่  3  จังหวัดชายแดนภาคใต้ดังกล่าว  เห็นสมควรให้หน่วยงานของรัฐเจ้าของโครงการที่เกี่ยงข้อง  พิจารณาปรับแผนการใช้จ่ายจากงบประมาณรายจ่ายประจำปีใน โอกาสแรกก่อน โดยดำเนินการให้สอดคล้องตามนัยระเบียบว่าด้วยการบริหารงบประมาณ  พ.ศ. 2546  และแก้ไขเพิ่มเติม  (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2547  ด้วย

                          จึงเรียนมาเพื่อโปรดนำเสนอความเห็นประกอบการพิจารณาของคณะรัฐมนตรีต่อไป

 

 

                                                                                                  ขอแสดงความนับถือ


                                                                                               (นายวุฒิพันธุ์  วิชัยรัตน์)
                                                                                            ผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ

 

สำนักมาตรฐานต้นทุนงบประมาณ
โทร. 0 2273  9027-8  ต่อ  3507
โทรสาร 0  2273  9240
ไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ std@bbmail.bb.go.th

 

 

 


ด่วนที่สุด
ที่  ตซ  0007.23/0426                                                                      สำนักงานตำรวจแห่งชาติ
                                                                                                    ถนนพระราม 1  ปทุมวัน
                                                                                                    กรุงเทพมหานคร 10330        
                                                                                      
                                                     21  มกราคม  2548

 

เรื่อง การช่วยเหลือผู้ประกอบอาชีพรับเหมาก่อสร้างในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้

เรียน เลขาธิการคณะรัฐมนตรี

อ้างถึง หนังสือสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ด่วนที่สุด ที่ นร 0504/ว(ล)326 ลงวันที่ 7 มกราคม 2548

                    

                     ตามหนังสือที่อ้างอิงถึง  ขอให้พิจารณาความเห็นในส่วนที่เกี่ยวข้องกับเรื่องการช่วยเหลือผู้ประกอบอาชีพรับเหมาก่อสร้างในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่กระทรวงการคลังเสนอคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณา ความละเอียดแจ้งแล้วนั้น
                     สำนักงานตำรวจแห่งชาติ  ได้พิจารณาเรื่องดังกล่าวข้างต้นแล้วเห็นว่าน่าจะมีประเด็นที่เกี่ยวข้องกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ  2 เรื่อง ได้แก่ การอนุญาตให้มี พกพา ใช้อาวุธปืน และการดำเนินการเกี่ยวกับการใช้วัตถุระเบิดเพื่อทำการระเบิดหิน ซึ่งในส่วนภูมิภาคนั้นการอนุญาตเป็นอำนาจของกระทรวงมหาดไทย  แต่ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติมีข้อห่วงใยในเรื่องของการตรวจสอบและการควบคุม ซึ่งหากมีการอนุญาตเป็นจำนวนมากเกินไปอาจเกิดปัญหาส่งผลกระทบในเรื่องความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนได้
 

                     จึงเรียนมาเพื่อโปรดทราบ

 

 

                                                                                                     ขอแสดงความนับถือ

                                                                                       พลตำรวจเอก
                                                                                                        (โกวิท  วัฒนะ)
                                                                                                 ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ
สำนักงานแผนงานผลและงบประมาณ
โทร.0-2205-3177

 

 

 

 

ด่วนที่สุด
ที่  นร  ๕๒๐๐/๕๒                                                            กองอำนวยการเสริมสร้างสันติสุข
                                                                                    จังหวัดชายแดนภาคใต้ ค่ายสิรินธร 

                                                                                    อำเภอยะรัง จังหวัดปัตตานี ๙๔๑๖๐         
                                                                                      
                                           ๑๙  มกราคม  ๒๕๔๘

 

เรื่อง การช่วยเหลือผู้ประกอบอาชีพรับเหมาก่อสร้างในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้

เรียน เลขาธิการคณะรัฐมนตรี

อ้างถึง หนังสือสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ด่วนที่สุด ที่ นร ๐๕๐๔/ว(ล)๓๒๖ ลงวันที่ ๗ มกราคม ๒๕๔๘

  

                                ตามอ้างถึง กองอำนวยการเสริมสร้างสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้  ได้พิจารณา
เห็นชอบตามที่ กระทรวงการคลังจะนำเสนอคณะรัฐมนตรีทั้ง ๖  ข้อ
    

                                จึงเรียนมาเพื่อกรุณาพิจารณา

 

                                                                                             ขอแสดงความนับถือ

                                                                                     พลเอก
                                                                                               (สิริชัย  ธัญญสิริ)
                                                                    ผู้อำนวยการเสริมสร้างสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้

 

 


ส่วนกิจการพลเรือน
โทร.๐-๗๓๒๑-๕๕๒๑

 

 

 

 

ด่วนที่สุด
ที่  กค  0408.5/158                                                                         กระทรวงการคลัง
                                                                                                   ถนนพระราม 6 กทม.  10400   
      
                                                     5  มกราคม  2548

 

เรื่อง การช่วยเหลือผู้ประกอบอาชีพรับเหมาก่อสร้างในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้

เรียน เลขาธิการคณะรัฐมนตรี

สิ่งที่ส่งมาด้วย    หนังสือจังหวัดยะลา ด่วนที่สุด ที่ ยล 0016.1/36335  ลงวันที่ 11 พฤศจิกายน  2547
                      จำนวน 20 ชุด

 

                       1. ข้อเท็จจริง

                           ด้วยจังหวัดยะลาแจ้งว่า  ชมรมผู้รับเหมาก่อสร้าง  3  จังหวัดชายแดนภาคใต้  ได้เสนอ
มาตรการเพื่อช่วยเหลือผู้รับเหมาก่อสร้างใน  3  จังหวัดชายแดนภาคใต้  ที่ได้รับผลกระทบจากการเกิดเหตุการณ์ไม่สงบเรียบร้อยในพื้นที่  3  จังหวัดชายแดนภาคใต้  เพื่อทางราชการให้ความช่วยเหลือ รวม 9 ประเด็น  และจังหวัดยะลาได้เชิญผู้รับเหมาก่อสร้างที่ร่วมลงลายมือชื่อในหนังสือขอความช่วยเหลือฯ มาประชุมร่วมกับส่วนราชการที่เกี่ยวข้องเมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายน 2547  ได้ข้อสรุปในเรื่องของการรักษาความปลอดภัย  การขออนุญาตซื้อและพกพาอาวุธปืนและการจัดตั้งหน่วยรักษาความปลอดภัย  การประกันภัยและการประกันวินาศภัย  และการควบคุมรักษาวัตถุระเบิด  ส่วนประเด็นที่เหลือ จำนวน 5 ประเด็น  ได้แก่ การขอให้ทางราชการขยายอายุสัญญา จำนวน 180 วันทุกสัญญาที่มี  นิติสัมพันธ์หรืองานที่รอเซ็นสัญญา  การขอให้ทางราชการชดเชยค่าความผันผวนของราคาวัสดุ (หิน)ร้อยละ 20 การขอเพิ่มค่าแรงงานและค่า Factor F  การให้เพิ่มระยะเวลาดำเนินการของสัญญาที่จะดำเนินการร้อยละ 50 และการขอให้รัฐบาลยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล นั้น  จังหวัดยะลาได้พิจารณาเห็นว่ากรณีดังกล่าวเป็นเรื่องที่อยู่นอกเหนืออำนาจของจังหวัดฯ จึงขอให้กระทรวงการคลังพิจารณาดำเนินการให้ส่วนราชการที่มีอำนาจหน้าที่เกี่ยวข้องดำเนินการให้ความช่วยเหลือต่อไป ดังรายละเอียดปรากฏตามสิ่งที่ส่งมาด้วย

 

                     2. การดำเนินการของกระทรวงการคลัง

                         กระทรวงการคลังได้พิจารณาเห็นว่า  ประเด็นการขอความช่วยเหลือดังกล่าวเกี่ยวข้อง
กับภารกิจของกระทรวงการคลังและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่จะพิจารณาให้ความช่วยเหลือ จึงได้เชิญ
ผู้แทนสำนักงบประมาณสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ สำนักงานปลัดกระทรวงพาณิชย์ กรมการค้าภายใน กรมโยธาธิการและผังเมือง  กรมทางหลวง  และกรมทางหลวงชนบท  มาร่วมประชุมหารือเพื่อพิจารณาให้ความช่วยเหลือผู้ประกอบอาชีพรับเหมาก่อสร้างใน  3 จังหวัดชายแดนภาคใต้  เมื่อวันที่ 2 ธันวาคม 2547 ซึ่งที่ประชุมพิจารณาได้ข้อสรุป และมีมติให้กระทรวงการคลัง (กรมบัญชีกลาง) เป็นเจ้าของเรื่องนำเสนอคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณา
                        สำหรับกรณีการขอให้รัฐบาลยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลแก่ผู้ประกอบการรับเหมาก่อสร้าง  3  จังหวัดชายแดนภาคใต้ในปี พ.ศ.2547 นั้น  กระทรวงการคลัง (กรมสรรพากร) ได้พิจารณาเห็นว่า การคำนวณเพื่อเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลในปัจจุบัน  หากผู้ประกอบกิจการดำเนินกิจการแล้วไม่มีรายได้หรือมีรายได้น้อยจนทำให้มีผลประกอบการขาดทุน ก็จะไม่มีภาระในการเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลแต่อย่างใด  อีกทั้งยังสามารถนำผลขาดทุนไปหักออกจากกำไรสุทธิในปีต่อๆ ไปได้อีกเป็นระยะเวลา 5 ปี  จึงนับได้ว่า หลักเกณฑ์การคำนวณภาษีเงินได้นิติบุคคลได้ช่วยเหลือและเอื้อประโยชน์แก่ผู้ประกอบกิจการโดยตรงอยู่แล้ว  จึงไม่สมควรกำหนดให้มีการยกเว้นภาษีเงินได้แต่อย่างใด  นอกจากนี้ ในการพิจารณากำหนดให้มีการยกเว้นภาษีเงินได้ตามประมวลรัษฎากรจำเป็นจะต้องเป็นการให้สิทธิประโยชน์แก่ผู้ประกอบกิจการเป็นการทั่วไป โดยไม่สามารถเลือกปฏิบัติให้กับผู้ประกอบกิจการรายใดรายหนึ่งเป็นการเฉพาะได้

 

                    3. ประเด็นเสนอเพื่อคณะรัฐมนตรีพิจารณา

                        กระทรวงการคลังพิจารณาแล้ว  เห็นสมควรนำเสนอประเด็นที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
ได้มีข้อสรุปร่วมกันต่อคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณา ดังนี้ 
                        3.1 กำหนดให้กระทรวงมหาดไทย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ จังหวัด และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พิจารณาให้ความช่วยเหลือเจ้าหน้าที่ของทางราชการและเจ้าหน้าที่ของบริษัท/ห้างฯ  ผู้รับเหมาก่อสร้างที่ปฏิบัติงานในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ เกี่ยวกับการขออนุญาตมี พกพา และใช้อาวุธปืนเพื่อป้องกันตนเองในการปฏิบัติงานในพื้นที่ฯ ตามความเหมาะสมและจำเป็นโดยอาจกำหนดให้มีหลักเกณฑ์และแนวทางปฏิบัติเกี่ยวกับการขออนุญาตมี พกพา และใช้อาวุธปืนเป็นกรณีเฉพาะพื้นที่ใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้
                       3.2 กำหนดให้กระทรวงพาณิชย์กำหนดมาตรการส่งเสริม  และสนับสนุนให้บริษัทผู้รับประกันภัยรับประกันภัยบุคคลและเครื่องจักรในงานก่อสร้างของทางราชการในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ในอัตราปกติทั่วไป โดยอาจจัดให้มีโครงการและมาตรการจูงใจเพื่อส่งเสริม
และสนับสนุนด้วยก็ได้
                       3.3 กำหนดให้กระทรวงมหาดไทย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดตั้งหน่วยงานเฉพาะกิจในพื้นที่  เพื่อรับผิดชอบและดำเนินการเกี่ยวกับการขออนุญาต  เก็บรักษา  จำหน่าย  และใช้วัตถุระเบิดเพื่อการระเบิดหินสำหรับการก่อสร้างในลักษณะ One Stop Service ทั้งนี้ เพื่อให้เกิดความสะดวกรวดเร็วในการขอและใช้วัตถุระเบิด เพื่อนำไปใช้ระเบิดหินเพื่อแก้ปัญหาการขาดแคลนหินประเภทต่างๆ ที่จะใช้ในงานก่อสร้างรวมทั้งการกำหนดมาตรการเพื่อให้มีการนำวัตถุระเบิดไปใช้ให้ตรงตามวัตถุประสงค์ด้วย
                      กรณีที่สามารถใช้วัตถุอื่น  ซึ่งมีคุณภาพและคุณสมบัติใช้ทดแทนวัสดุสำหรับงานก่อสร้างของทางราชการได้  ให้พิจารณานำมาใช้ทดแทนได้ตามความเหมาะสมและจำเป็น โดยให้พิจารณาวัสดุทดแทนที่หาได้จากแหล่งในพื้นที่เป็นลำดับแรก  และให้คิดราคาค่าวัสดุและค่าขนส่งในอัตราปกติ
                      3.4 กำหนดให้ส่วนราชการ  รัฐวิสาหกิจ  และหน่วยงานอื่นของรัฐ  พิจารณาขยายอายุสัญญาในงานก่อสร้างของทางราชการที่มีนิติสัมพันธ์หรือที่รอเซ็นสัญญา ได้จำนวน 180 วัน  และหากมีความจำเป็นต้องขยายอายุสัญญา เกินกว่า 180 วัน ให้เป็นอำนาจของหัวหน้าส่วนราชการ ผู้ว่า-ราชการจังหวัด หรือผู้ซึ่งหัวหน้าส่วนราชการหรือผู้ว่าราชการจังหวัดมอบอำนาจเป็นผู้อนุมัติขยายอายุสัญญา สำหรับงานก่อสร้างใหม่และไม่อยู่ระหว่างรอเซ็นสัญญาฯ  ให้พิจารณาเพิ่มระยะเวลาดำเนินการที่จะกำหนดในสัญญา ได้จำนวนไม่เกินร้อยละ 50 ของระยะเวลาที่ได้ประมาณการไว้เดิม
                     3.5 ในการกำหนดราคากลางงานก่อสนร้างของทางราชการ ควรกำหนดให้คำนวณราคากลางงานก่อสร้างตามหลักเกณฑ์ปกติ  แล้วบวกเพิ่มเป็นค่าตอบแทนพิเศษเพื่อจูงใจในการปฏิบัติงาน  จำนวนร้อยละ 5 ของราคากลางที่คำนวณได้ เป็นราคากลางงานก่อสร้างนั้น จนกว่าสถานการณ์จะกลับคืนสู่ภาวะปกติตามประกาศของทางราชการ
                     3.6 ค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจากการดำเนินการตามมาตรการดังกล่าว  ควรกำหนดให้ขออนุมัติเบิกจ่ายจากเงินงบกลาง รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น
                     ทั้งนี้ สมควรกำหนดให้มีการประสานการดำเนินงานในส่วนที่เกี่ยวข้องกับกองอำนวยการเสริมสร้างสันติสุข 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้  (กอ.สสส.จซต.) และให้ใช้มาตรการ
                     ดังกล่าวเป็นการเฉพาะในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ (จังหวัดยะลา จังหวัดปัตตานี  และจังหวัดนราธิวาส)  ซึ่งได้รับผลกระทบจากการเกิดเหตุการณ์ความไม่สงบเรียบร้อย จนกว่าสถานการณ์จะกลับสู่ภาวะปกติตามประกาศของทางราชการ
            
                     จึงเรียนมาเพื่อโปรดนำเสนอคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาต่อไปด้วย จะขอบคุณมาก 

 

                                                                                          ขอแสดงความนับถือ


                                                                                       (นายสมคิด  จาตุศรีพิทักษ์)
                                                                                     รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง

 

 

กรมบัญชีกลาง
สำนักพัฒนามาตรฐานระบบพัสดุภาครัฐ
โทร. 0 2273 9673
โทรสาร 0 2271 1049


 

เอกสารแนบ