ตัวอย่างแบบสัญญาซื้อขายทั่วไป
ข้อมูลจัดซื้อจัดจ้าง > ระเบียบฯ 35 > ตัวอย่างสัญญาต่างๆ > แบบฟอร์มต่างๆ



สำเนา

 

ตัวอย่างสัญญา
สัญญาซื้อขาย

แบบสัญญาซื้อขายทั่วไป

สัญญาเลขที่………………………………………..…

 สัญญาฉบับนี้ทำขึ้น ณ ……………………………..............ตำบล/แขวง…………………...…...
อำเภอ/เขต………….….....จังหวัด………………....เมื่อวันที่………..เดือน……………..พ.ศ… ….…….
ระหว่าง……………….….....โดย.…………….................ซึ่งต่อไปในสัญญานี้เรียกกว่า “ผู้ซื้อ” ฝ่ายหนึ่ง
กับ…………………....................ซึ่งจดทะเบียนเป็นนิติบุคคล ณ ………………………………………...
มีสำนักงานใหญ่อยู่เลขที่………………..ถนน……………………...ตำบล/แขวง…………………………
อำเภอ/เขต………......จังหวัด……………โดย…………......................ผู้มีอำนาจลงนามผูกพันนิติบุคคล
ปรากฏตามหนังสือรับรองของสำนักงานทะเบียนหุ้นส่วนบริษัท…………………………….....................ลงวันที่……………………………..(และหนังสือมอบอำนาจลงวันที่……………..……………………)* แนบท้ายสัญญานี้ (ในกรณีที่ผู้ขายเป็นบุคคลธรรมดา ให้ใช้ข้อความว่ากับ……………………………..อยู่บ้านเลขที่……......ถนน…………………..ตำบล/แขวง……………….…อำเภอ/เขต………………….
จังหวัด……………………)* ซึ่งต่อไปในสัญญานี้เรียกว่า “ผู้ขาย” อีกฝ่ายหนึ่ง
 คู่สัญญาได้ตกลงกันมีข้อความดังต่อไปนี้
 
ข้อ 1. ข้อตกลงซื้อขาย
 ผู้ซื้อตกลงซื้อและผู้ขายตกลงขาย………………………………………………………………….
……………………………………………………………………………………………………………….
จำนวน…………………….เป็นราคาทั้งสิ้น……………………...บาท (………………………………….)
ซึ่งได้รวมภาษีมูลค่าเพิ่มจำนวน………………………….…บาท ตลอดจนภาษีอากรอื่นๆและค่าใช้จ่ายทั้งปวงด้วยแล้ว
 ผู้ขายรับรองว่าสิ่งที่ขายให้ตามสัญญานี้เป็นของแท้ ของใหม่ ไม่เคยใช้งานมาก่อน ไม่เป็นของเก่าเก็บ และมีคุณภาพ และคุณสมบัติไม่ต่ำกว่าที่กำหนดไว้ ในเอกสารแนบท้ายสัญญา
 ในกรณีที่เป็นการซื้อสิ่งของซึ่งจะต้องมีการตรวจทดลอง ผู้ขายรับรองว่า เมื่อตรวจทดสอบแล้วต้องมีคุณภาพและคุณสมบัติไม่ต่ำกว่าที่กำหนดไว้ด้วย
 

ข้อ 2. เอกสารอันเป็นส่วนหนึ่งของสัญญา
 เอกสารแนบท้ายสัญญา ดังต่อไปนี้ ให้ถือเป็นส่วนหนึ่งของ สัญญานี้
 2.1 ผนวก 1………….(รายการคุณลักษณะเฉพาะ)  จำนวน…….……........หน้า
 2.2 ผนวก 2………….(แค็ตตาล็อก)*    จำนวน………………..หน้า
 2.3 ผนวก 3………….(แบบรูป)*     จำนวน………………..หน้า
 2.4 ผนวก 4 …………(ใบเสนอราคา)    จำนวน………………..หน้า
 2.5 ………………………….ฯลฯ…………………………
 ความใด ในเอกสารแนบท้ายสัญญา ที่ขัดแย้ง กับข้อความ ในสัญญานี้ ให้ใช้ข้อความในสัญญานี้บังคับ และในกรณีที่เอกสารแนบท้ายสัญญา ขัดแย้งกันเอง ผู้ขายจะต้องปฏิบัติตามคำวินิจของผู้ซื้อ
 
ข้อ 3 การส่งมอบ
 ผู้ขายจะส่งมอบสิ่งของที่ซื้อขายตามสัญญา ให้แก่ผู้ซื้อ ณ………………………………………..
…………………………..…. ภายในวันที่……………….เดือน………………….พ.ศ. …………………..
ให้ถูกต้อง และครบถ้วน ตามที่กำหนดไว้ในข้อ 1 แห่งสัญญานี้ พร้อมทั้งหีบห่อ หรือเครื่องรัดพันผูกโดยเรียบร้อย
 การส่งมอบสิ่งของ ตามสัญญานี้ ไม่ว่าจะเป็นการส่งมอบ เพียงครั้งเดียว หรือส่งมอบหลายครั้ง ผู้ขายจะต้องแจ้งกำหนดเวลาส่งมอบ แต่ละครั้ง โดยทำเป็นหนังสือนำไปยื่นต่อผู้ซื้อ ณ…………………ในเวลาราชการ ก่อนวันส่งมอบไม่น้อยกว่า…………วันทำการ
 
ข้อ 4. การใช้เรือไทย
 ถ้าสิ่งของที่ จะต้องส่งมอบให้ แก่ผู้ซื้อตามสัญญานี้ เป็นสิ่งของที่ผู้ขาย จะต้องสั่งหรือนำเข้ามาจาก ต่างประเทศ และสิ่งของนั้น ต้องนำเข้ามา โดยทางเรือ ในเส้นทางเดินเรือ ที่มีเรือไทยเดินอยู่ และสามารถ ให้บริการรับขนได้ ตามที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมประกาศกำหนด ผู้ขายต้องจัดการให้ สิ่งของดังกล่าวบรรทุกโดยเรือไทย หรือเรือที่มีสิทธิเช่นเดียวกับเรือไทยจากต่างประเทศ มายังประเทศไทย เว้นแต่จะ ได้รับอนุญาตจากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการพาณิชยนาวี ก่อนปรรทุกของนั้น ลงเรืออื่นที่มิใช่เรือไทย หรือเป็นของที่รัฐมนตรีว่ากระทรวงคมนาคม ประกาศยกเว้น ให้บรรทุก โดยเรืออื่นได้ ทั้งนี้ ไม่ว่าการสั่งหรือสั่งซื้อสิ่งของ ดังกล่าวจากต่างประเทศ จะเป็นแบบ เอฟโอบี,ซีเอฟอาร์,ซีไอเอฟ   หรือแบบอื่นใด
 ในการส่งมอบสิ่งของ ตามสัญญาให้แก่ผู้ซื้อ ถ้าสิ่งของนั้น เป็นสิ่งของตามวรรคหนึ่ง ผู้ขายจะต้องส่งมอบ ใบตราส่ง(Bill of Lading) หรือสำเนาใบตราส่งสำหรับของนั้นซึ่งแสดงว่าได้บรรทุกมา โดยเรือไทย หรือเรือที่มีสิทธิ เช่นเดียวกับเรือไทยให้แก่ผู้ซื้อพร้อมกับการส่งมอบสิ่งของด้วย
 ในกรณีที่สิ่งของดังกล่าว ไม่ได้บรรทุกจากต่างประเทศมายังประเทศไทย โดยเรือไทย หรือเรือที่มีสิทธิเช่นเดียว กับเรือไทย ผู้ขายต้องส่งมอบหลักฐานซึ่งแสดงว่า ได้รับอนุญาตจากสำนักงานคณะกรรมการ ส่งเสริมการพาณิชย์นาวี ให้บรรทุกของ โดยเรืออื่นได้ หรือหลักฐาน ซึ่งแสดงว่า ได้ชำระค่าธรรมเนียมพิเศษ เนื่องจากการไม่บรรทุกของโดยเรือไทยตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมการพาณิชย์นาวีแล้ว อย่างใดอย่างหนึ่งแก่ผู้ซื้อด้วย
 ในกรณีที่ผู้ขาย ไม่ส่งมอบหลักฐานอย่างหนึ่งอย่างใด ดังกล่าวในสองวรรคข้างต้นให้แก่ผู้ซื้อ แต่จะขอส่งมอบสิ่งของ ดังกล่าวให้ผู้ซื้อก่อน โดยยังไม่รับชำระเงินค่า สิ่งของ ผู้ซื้อมีสิทธิรับสิ่งของดังกล่าวไว้ก่อนและชำระเงินค่าสิ่งของ เมื่อผู้ขายได้ปฏิบัติถูกต้องครบถ้วนดังกล่าวแล้วได้
 
ข้อ 5. การตรวจรับ
 เมื่อผู้ซื้อได้ตรวจรับ สิ่งของที่ส่งมอบ และเห็นว่าถูกต้องครบถ้วน ตามสัญญาแล้ว ผู้ซื้อจะออก หลักฐานการรับมอบไว้ให้ เพื่อผู้ขาย นำมาเป็น หลักฐานประกอบการขอรับเงินค่าสิ่งของนั้น
 ถ้าผลของการตรวจรับ ปรากฏว่าสิ่งของ ที่ผู้ขายส่งมอบ ไม่ตรงตามสัญญาข้อ 1 ผู้ซื้อทรงไว้ ซึ่งสิทธิที่จะไม่รับสิ่งของนั้น ในกรณีเช่นว่านี้ ผู้ขายต้องรีบนำสิ่งของนั้นกลับคืนโดยเร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ และนำสิ่งของ มาส่งมอบให้ใหม่ หรือต้องทำการแก้ไข ให้ถูกต้องตามสัญญาด้วยค่าใช้จ่ายของผู้ขายเอง และระยะเวลาที่เสียไปเพราะ เหตุดังกล่าว ผู้ขายจะนำมาอ้างเป็นเหตุ ขอขยายเวลาทำการตามสัญญาหรือของดหรือลดค่าปรับไม่ได้
 ในกรณีที่ผู้ขายส่งมอบ สิ่งของถูกต้อง แต่ไม่ครบจำนวน หรือส่งมอบครบจำนวน แต่ไม่ถูกต้องทั้งหมด ผู้ซื้อจะตรวจรับ เฉพาะส่วนที่ถูกต้อง โดยออกหลักฐานการตรวจรับเฉพาะส่วนนั้นก็ได้* (ความในวรรคสามนี้ จะไม่กำหนดไว้ ในกรณีที่ผู้ซื้อต้องการสิ่งของ ทั้งหมดในคราวเดียวกัน หรือการซื้อสิ่งของที่ประกอบ เป็นชุดหรือหน่วย ถ้าขาดส่วนประกอบอย่างหนึ่งอย่างใดไปแล้ว จะไม่สามารถใช้งานได้โดยสมบูรณ์)
 
ข้อ 6. การชำระเงิน
 (ผู้ซื้อตกลงชำระเงิน ค่าสิ่งของตามข้อ 1 ให้แก่ผู้ขาย เมื่อผู้ซื้อได้รับมอบ สิ่งของตามข้อ 5 ไว้โดยครบถ้วนแล้ว)*
 (ผู้ซื้อตกลงชำระเงินค่าสิ่งของตามข้อ 1 ให้แก่ผู้ขาย ดังนี้
 6.1 เงินล่วงหน้า จำนวน………..............บาท (……………………………..) จะจ่ายให้ภายใน
…………….วัน นับแต่ วันทำสัญญานี้ ทั้งนี้โดยผู้ขาย จะต้องนำหลักประกันเงินล่วงหน้าเป็น…………..….. (หนังสือค้ำประกันของธนาคารภายในประเทศหรือพันธบัตรรัฐบาลไทย) ……….........เต็มตามจำนวนเงินล่วงหน้าที่ จะได้รับมามอบให้แก่ผู้ซื้อ เป็นหลักประกันการชำระคืนเงินล่วงหน้าก่อนการรับชำระเงินล่วงหน้านั้น
 6.2 เงินที่เหลือ จำนวน………………บาท (……………………………………….) จะจ่ายให้ เมื่อผู้ซื้อได้รับมอบสิ่งของ ตามข้อ 5 ไว้โดยครบถ้วนแล้ว)*
 การจ่ายเงินตามเงื่อน ไขแห่งสัญญานี้ ผู้ซื้อจะโอนเงิน เข้าบัญชีเงินฝากธนาคารของผู้ขาย              ชื่อธนาคาร…………….………..…..สาขา……………….…ชื่อบัญชี……………………………………
เลขที่บัญชี……………………ทั้งนี้ ผู้ขายตกลง เป็นผู้รับภาระเงินค่าธรรมเนียม หรือค่าบริการอื่นใดเกี่ยวกับหารโอน ที่ธนาคารเรียกเก็บ และยินยอม ให้มีการหักเงิน ดังกล่าวจากจำนวนเงินโอนใน งวดนั้นๆ(ความในวรรคนี้ ใช้สำหรับ กรณีที่ส่วนราชการ จะจ่ายเงินตรงให้แก่ผู้ขาย (ระบบ Direct Payment) โดยการโอนเงิน เข้าบัญชีเงินฝากธนาคารของผู้ขาย ตามแนวทาง ที่กระทรวงการคลังกำหนด)
 
ข้อ 7. การรับประกัน ความชำรุดบกพร่อง
 ผู้ขายยอมรับประกันความชำรุดบกพร่อง หรือขัดข้อง ของสิ่งของตามสัญญานี้เป็นเวลา………ปี…………………..เดือน นับแต่ วันที่ผู้ซื้อได้รับมอบ โดยภายในกำหนดเวลาดังกล่าว หากสิ่งของตามสัญญานี้ เกิดชำรุดบกพร่อง หรือขัดข้องอันเนื่องมาจาก การใช้งานตามปกติ ผู้ขาย จะต้องจัดการซ่อมแซม หรือแก้ไข ให้อยู่ในสภาพ ที่ใช้การได้ดีดังเดิม ภายใน………..วัน นับแต่วันที่ ได้รับแจ้ง จากผู้ซื้อ โดยไม่คิดค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น
 
ข้อ 8. หลักประกันการปฏิบัติตามสัญญา
 ในขณะทำสัญญานี้ ผู้ขายได้นำหลักประกันเป็น………………..เป็นจำนวนเงิน…………บาท (……………………………) ซึ่งเท่ากับร้อยละ…………… (……….%) ของราคาทั้งหมด ตามสัญญา มามอบให้แก่ผู้ซื้อ เพื่อเป็นหลักการปฏิบัติ ตามสัญญานี้
 หลักประกัน ที่ผู้ขายนำมามอบไว้ ตามวรรคหนึ่ง ผู้ซื้อจะคืน ให้เมื่อผู้ขายพ้น จากข้อผูกผัน    ตามสัญญานี้แล้ว (ส่วนหลักประกันตามข้อ 6.1 ผู้ซื้อจะคืนให้ พร้อมกับ การจ่ายเงินงวดสุดท้ายตามข้อ 6.2)*

ข้อ 9. การบอกเลิกสัญญา
 เมื่อครบกำหนดส่งมอบ สิ่งของต่างสัญญานี้แล้ว ถ้าผู้ขายไม่ส่งมอบสิ่งของ ที่ตกลงขายให้แก่    ผู้ซื้อ หรือส่งมอบไม่ถูกต้อง หรือไม่ครบจำนวน ผู้ซื้อมีสิทธิบอกเลิกสัญญาทั้งหมดหรือบางส่วนได้
 ในกรณีที่ผู้ซื้อใช้สิทธิบอกเลิกสัญญา ผู้ซื้อมีสิทธิริบหลักประกัน หรือเรียกร้องจากธนาคารผู้ออกหนังสือค้ำประกันตามสัญญา (ข้อ 6 และ)* ข้อ 8 เป็นจำนวนเงินทั้งหมด หรือแต่บางส่วนก็ได้ แล้วแต่ผู้ซื้อ จะเห็นสมควร และถ้าผู้ซื้อจัดซื้อสิ่งของ จากบุคคลอื่นเต็มจำนวน หรือเฉพาะจำนวนที่ขาดส่ง แล้วแต่กรณี ภายในกำหนด……….เดือน นับแต่ วันเลิกสัญญา ผู้ขาย จะต้องชดใช้ราคาที่เพิ่มขึ้น จากราคาที่กำหนดไว้ในสัญญานี้ด้วย
 
ข้อ 10. ค่าปรับ
 ในกรณีที่ ผู้ซื้อมิได้ใช้สิทธิบอกเลิกสัญญา ตามสัญญาข้อ 9 ผู้ขายจะต้องชำระค่าปรับให้ ผู้ซื้อเป็นรายวัน ในอัตราร้อยละ…………….(…………….%) ของราคาสิ่งของ ที่ยังไม่ได้รับมอบ นับแต่วันถัดจาก วันครบกำหนดตามสัญญา จนถึงวันที่ผู้ขาย ได้นำสิ่งของมาส่งมอบให้แก่ผู้ซื้อจนถูกต้องครบถ้วน
 การคิดค่าปรับ ในกรณีสิ่งของ ที่ตกลงซื้อขายประกอบกันเป็นชุด แต่ผู้ขายส่งมอบเพียงบางส่วน หรือขาดส่วนประกอบ ส่วนหนึ่งส่วนใดไป ทำให้ไม่สามารถใช้การได้ โดยสมบูรณ์ ให้ถือว่ายังไม่ได้        ส่งมอบสิ่งของนั้นเลย และให้คิดค่าปรับ จากราคาสิ่งของเต็มทั้งชุด
 ในระหว่างที่ผู้ซื้อยังมิได้ ใช้สิทธิบอกเลิกสัญญานั้น หากผู้ซื้อเห็นว่าผู้ขาย ไม่อาจปฏิบัติตามสัญญาต่อไปได้ ผู้ซื้อจะใช้สิทธิบอกเลิก และริบหลักประกัน หรือเรียกร้องจากธนาคารผู้ออกหนังสือค้ำประกันตามสัญญา (ข้อ 6 และ)* ข้อ 8 กับเรียกร้องให้ชดใช้ราคาที่เพิ่มขึ้น ตามที่กำหนดไว้ในสัญญาข้อ 9 วรรคสองก็ได้ และถ้าผู้ซื้อ ได้แจ้งข้อเรียกร้องให้ชำระค่าปรับไปยังผู้ขาย เมื่อครบกำหนดส่งมอบแล้ว      ผู้ซื้อมีสิทธิที่จะปรับผู้ขาย จนถึงวันบอกเลิกสัญญาได้อีกด้วย
 
ข้อ 11. การรับผิดชอบชดใช้ค่าเสียหาย
 ถ้าผู้ขาย ไม่ปฏิบัติตามสัญญา ข้อหนึ่งข้อใดด้วยเหตุใดๆ ก็ตาม จนเป็นเหตุให้เกิดความเสียหายแก่ผู้ซื้อแล้ว ผู้ขายต้องชดใช้ค่าเสียหาย ให้แก่ผู้ซื้อโดยสิ้นเชิง ภายในกำหนด 30 วัน นับตั้งแต่วันที่ ได้รับแจ้งจากผู้ซื้อ
 
ข้อ 12. การขอขยายเวลาส่งมอบ
 ในกรณีที่มีเหตุสุดวิสัย หรือเหตุใดๆ อันเนื่องมาจากความผิด หรือบกพร่องของฝ่ายผู้ซื้อ หรือพฤติการณ์อันใดอันหนึ่ง ซึ่งผู้ขายไม่ต้องรับผิดชอบ ตามกฎหมายเป็นเหตุให้ผู้ขายไม่สามารถส่งมอบสิ่งของตามเงื่อนไข และกำหนดเวลาแห่งสัญญานี้ได้ ผู้ขายมีสิทธิขอขยายเวลาทำการตามสัญญา หรือ ของด หรือลดค่าปรับได้ โดยจะต้องแจ้งเหตุหรือพฤติการณ์ ดังกล่าวพร้อมหลักฐาน เป็นหนังสือให้ผู้ซื้อทราบภายใน 15 วัน นับแต่วันที่เหตุนั้นสิ้นสุดลง
 ถ้าผู้ขายไม่ปฏิบัติให้เป็นไป ตามความในวรรคหนึ่ง ให้ถือว่าผู้ขายได้สละสิทธิเรียกร้อง ในการที่จะขอขยายเวลาทำการตามสัญญา หรือของดหรือลดค่าปรับ โดยไม่เงื่อนไขใดๆ ทั้งสิน เว้นแต่กรณีเหตุเกิดจากความผิด หรือบกพร่องของฝ่ายผู้ซื้อ ซึ่งมีหลักฐานชัดแจ้ง หรือผู้ซื้อทราบดีอยู่แล้วตั้งแต่ต้น
 การขยายเวลาทำการตามสัญญา หรือของด หรือลดค่าปรับตามวรรคหนึ่ง อยู่ในดุลพินิจของผู้ซื้อที่จะพิจารณา
 สัญญานี้ทำขึ้นสองฉบับ มีข้อความถูกต้องตรงกัน คู่สัญญาได้ อ่าน และเข้าใจข้อความ โดยละเอียดตลอดแล้ว จึงได้ลงลายมือชื่อ พร้อมทั้งประทับตรา (ถ้ามี) ไว้เป็นสำคัญต่อหน้าพยาน และคู่สัญญาต่างยึดถือไว้ฝ่ายละฉบับ

(ลงชื่อ)………………………..ผู้ซื้อ
(………………….……………….)

(ลงชื่อ)………………………..ผู้ขาย
(…………….……………………..)

(ลงชื่อ)………………………..พยาน
(…………………….……………..)

(ลงชื่อ)………………………..พยาน
(…………………………..………..)

 

 

 

 

 

 

_________________________________________________________________________
หมายเหตุ * เป็นข้อความหรือเงื่อนไขเพิ่มเติมซึ่งส่วนราชการผู้ทำสัญญาอาจเลือกใช้หรือตัดออกได้ตามข้อเท็จจริง
แบบหนังสือค้ำประกัน
(หลักประกันซอง)

เลขที่…………………….……     วันที่………………..……………….
 ข้าพเจ้า……………………...(ชื่อธนาคาร/บริษัทเงินทุน)……………..……สำนักงานตั้งอยู่เลขที่…………......ถนน……………………..ตำบล/แขวง………….….……...อำเภอ/เขต…………………….
จังหวัด……...…..…..….โดย…………………..…….ผู้มีอำนาจลงนามผูกผันธนาคาร/บริษัทเงินทุนขอทำหนังสือค้ำประกันฉบับนี้ให้ไว้ต่อ…….….(ชื่อส่วนราชการผู้ประกวดราคา)…………ดังมีข้อความต่อไปนี้
 1. ตามที่ ………….(ชื่อผู้เสนอราคา) ….…………ได้ยื่นซองประกวดราคาสำหรับการจัดซื้อ ..………ตามเอกสารประกวดราคา เลขที่ ………..ซึ่งต้องวางหลักประกันซอง ตามเงื่อนไขการประกวดราคาต่อ …………….(ชื่อส่วนราชการผู้ประกวดราคา)……………เป็นจำนวนเงิน …………….บาท (………………..) นั้น
 ข้าพเจ้ายอมผูกผันตน โดยไม่มีเงื่อน ไขที่จะค้ำประกันชนิดเพิกถอนไม่ได้ เช่นเดียวกับลูกหนี้ชั้นต้น ในการชำระเงิน ตามสิทธิเรียกร้องของ …….…….………….(ชื่อส่วนราชการ ผู้ประกวดราคา) …………………..จำนวน ไม่เกิน ……………….……….…..บาท (……………………………………)ในกรณี ………………...……… (ชื่อผู้เสนอราคา) ………………..………..……ไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไข ในการประกวดราคา อันเป็นเหตุให้.………………….(ชื่อส่วนราชการ ผู้ประกวดราคา)…………...…….มีสิทธิริบหลักประกันซอง หรือให้ชดใช้ค่าเสียหายใด ๆ รวมทั้งกรณีที่…………..….… (ชื่อผู้เสนอราคา) ……….………ได้ถอนใบเสนอราคา ของตนภายในระยะเวลา ที่ใบเสนอราคา ยังมีผลอยู่ หรือมิได้ไป    ลงนามในสัญญา เมื่อได้รับแจ้ง ไปทำสัญญา หรือมิได้วางหลักประกันสัญญา ภายในระยะเวลาที่กำหนด ในเอกสารประกวดราคา โดยข้าพเจ้า จะไม่อ้างสิทธิใด ๆ เพื่อโต้แย้งและ….……………….…….…… (ชื่อส่วนราชการผู้ประกวด)…..….………….…….. ไม่จำเป็นต้องเรียกร้องให้ ………………....…...... (ชื่อผู้เสนอราคา)………………………..ชำระหนี้นั้นก่อน
 2. หนังสือค้ำประกันนี้ มีผลใช้บังคับตั้งแต่ …………….…….. ถึง ......………………………และข้าพเจ้าจะไม่เพิกถอนการค้ำประกันนี้ ภายในระยะเวลาที่กำหนดไว้
 3. ถ้า ………………..…….(ชื่อผู้เสนอราคา)………….…...………..ขยายกำหนดเวลายืนราคา ของการเสนอราคาออกไป ข้าพเจ้ายินยอม ที่จะขยายกำหนดเวลา การค้ำประกันนี้ ออกไปเวลาเท่ากับระยะเวลายืนราคาที่ได้ขยายออกไปดังกล่าว
 
ข้าพเจ้าได้ลงนาม และประทับตรา ไว้ต่อหน้าพยานเป็นสำคัญ

(ลงชื่อ)……………………..ผู้ค้ำประกัน
(……………………………….………)
ตำแหน่ง……………………………….

(ลงชื่อ)…………………..……..พยาน
(………………………………………)

(ลงชื่อ)………………………..พยาน
(………………………….…………)

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 


แบบหนังสือค้ำประกัน
(หลักประกันสัญญา)

เลขที่…………………….     วันที่……………………..................
ข้าพเจ้า ………...………….(ชื่อธนาคาร)……………….….สำนักงานตั้งอยู่เลขที่………………
ถนน ………………....…ตำบล/แขวง ………….…..อำเภอ/เขต ………………จังหวัด …….…………..
โดย ………...…………..ผู้มีอำนาจลงนามผูกผันธนาคาร ขอทำหนังสือค้ำประกันฉบับนี้ ให้ไว้ต่อ……...…………(ชื่อส่วนราชการผู้ซื้อ)……………….ซึ่งต่อไปนี้ เรียกว่า “ผู้ขาย” ได้ทำสัญญาซื้อขาย ……………….กับผู้ซื้อ ตามสัญญาเลขที่ ……..….……..ลงวันที่ ..………..………ซึ่งผู้ขาย ต้องวางหลักประกัน การปฏิบัติ ตาม สัญญาต่อผู้ซื้อ เป็นจำนวนเงิน………..…..บาท(………….………..…..) ซึ่งเท่ากับร้อยละ ………..(…………..………%) ของราคาทั้งหมดตามสัญญา
 ข้าพเจ้ายอมผูกพันตน โดยไม่มีเงื่อนไข ที่จะค้ำประกันชนิดเพิกถอนไม่ได้ เช่นเดียวกับลูกหนี้ชั้นต้น ในการชำระเงิน ให้ตามสิทธิเรียกร้องของผู้ซื้อ จำนวนเงินไม่เกิน………………………………บาท
(…………………………..) ในกรณีที่ผู้ขาย ก่อให้เกิดความเสียหายใด ๆ หรือต้องชำระค่าปรับ หรือค่าใช้จ่ายใด ๆ หรือผู้ขายมิได้ปฏิบัติ ตามภาระหน้าที่ใด ๆ ที่กำหนดสัญญาดังกล่าวข้างต้น ทั้งนี้ โดยข้าพเจ้าจะไม่อ้างถึงสิทธิใด ๆ เพื่อโต้แย้ง และผู้ซื้อไม่จำเป็นต้องเรียกร้องให้ผู้ขายชำระหนี้นั้นก่อน
 2. หากผู้ซื้อได้ขยายระยะเวลาให้แก่ผู้ขาย หรือยินยอมให้ผู้ขายปฏิบัติผิดแผก ไปจากเงื่อนไข ๆ ในสัญญา ให้ถือว่าข้าพเจ้าได้ยินยอม ในกรณีนั้น ๆ ด้วย
 3. หนังสือค้ำประกันนี้ มีผลใช้บังคับตั้งแต่วันทำสัญญาซื้อขาย ดังกล่าวข้างต้นจนถึงวันที่ภาระหน้าที่ทั้งหลายของผู้ขาย จะได้ปฏิบัติให้สำเร็จลุล่วงไป และข้าพเจ้าจะไม่เพิกถอนการค้ำประกัน     ไม่ว่ากรณี ใด ๆ ตราบเท่าที่ผู้ขายยังต้องรับผิดชอบ ต่อผู้ซื้อตามสัญญาซื้อขายอยู่
 ข้าพเจ้าได้ลงนามประทับตรา ไว้ต่อหน้าพยานเป็นสำคัญ

(ลงชื่อ)…………….……………ผู้ค้ำประกัน
(……………………………………………)
ตำแหน่ง……………………………………

(ลงชื่อ)………………………………พยาน
(………………………………………..…)

(ลงชื่อ)……………………..............พยาน
(……………………………………….…)
แบบหนังสือค้ำประกัน
(หลักประกันการรับเงินค่าพัสดุล่วงหน้า)

เลขที่………………….      วันที่…………..………..……………
ข้าพเจ้า………..…..(ชื่อธนาคาร)………….…….สำนักงานตั้งอยู่เลขที่……...……ถนน ………ตำบล/แขวง…….…อำเภอ/เขต…...…จังหวัด…...….โดย……...…ผู้มีอำนาจลงนามผูกพันธนาคารขอทำหนังสือค้ำประกันฉบับนี้ให้ไว้ต่อ……(ชื่อส่วนราชการ)………ซึ่งต่อไปนี้เรียกว่า“ผู้ซื้อ” ดังมีข้อความต่อไปนี้
 1. ตามที่ …….(ชื่อผู้ขาย)………..ซึ่งต่อไปนี้เรียกว่า “ผู้ขาย” ได้ทำสัญญากับผู้ซื้อตามสัญญาเลขที่….ลงวันที่…….ซึ่งผู้ขายมีสิทธิที่จะขอรับเงินค่าพัสดุล่วงหน้าเป็นจำนวนเงิน…..บาท(…………) นั้น
 2. ข้าพเจ้ายินยอม ค้ำประกันการจ่ายเงินค่าพัสดุหน้า ที่ผู้ขายได้รับไปภายในวงเงิน……..บาท (……………………)
 3. หากผู้ซึ่งได้รับเงิน ค่าพัสดุล่วงหน้าตามข้อ 1 จากผู้ซื้อไปแล้ว ไม่ปฏิบัติตามสัญญาหรือตามเงื่อนไขอื่น ๆ แนบท้ายสัญญา อันเป็นเหตุให้ต้องจ่ายเงินค่าพัสดุล่วงหน้า ที่ได้รับไปดังกล่าวคืนให้แก่ผู้ซื้อ หรือผู้ขายมีความผูกผัน ที่จะต้องจ่ายคืนเงินค่าพัสดุล่วงหน้าแก่ผู้ซื้อไม่ว่ากรณีใดๆ ข้าพเจ้าตกลงที่จะจ่ายคืนเงินล่วงหน้าเต็มตามจำนวน……..…..บาท(……..…….……..)หรือตามจำนวนที่ยังค้างอยู่ ให้แก่ผู้ซื้อภายใน 7 วัน นับถัดจากวันที่ได้รับคำบอกกล่าว เป็นหนังสือจากผู้ซื้อ โดยผู้ซื้อไม่จำต้องเรียกร้อง    ให้ผู้ขายชำระหนี้ก่อน
 หากผู้ซื้อได้ขยายระยะเวลา ให้แก่ผู้ขาย หรือยินยอมให้ผู้ขายปฏิบัติผิดแผกไปจากเงื่อนไขใดๆ ในสัญญา ให้ถือว่าข้าพเจ้าได้ยินยอม ในกรณีนั้น ๆ ด้วย
 4. ข้าพเจ้า จะไม่เพิกถอน การค้ำประกัน ไม่ว่ากรณีใด ๆ ตราบเท่าที่ผู้ขาย ยังต้องรับผิดชอบ   ต่อผู้ซื้อตามสัญญาอยู่
 ข้าพเจ้าได้ลงนาม และประทับตราไว้ต่อหน้าพยานเป็นสำคัญ

(ลงชื่อ)…………………………ผู้ค้ำประกัน
(……………………………………..…….)
ตำแหน่ง…………………………………..

(ลงชื่อ)…………………………..…พยาน
(………………………………………….)

(ลงชื่อ)……………………….……พยาน
(…………………………………….….)

เอกสารแนบ