<<<<สำนักมาตรฐานการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ รับสมัครลูกจ้างชั่วคราว รายละเอียด คลิกที่นี่
<<<< ขอความร่วมมือตอบแบบสำรวจความพึงพอใจต่อผู้ให้บริการตลาดกลางอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อประเมินผลการดำเนินงานของผู้ให้บริการตลาดกลางอิเล็กทรอนิกส์ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2557 รายละเอียด คลิกที่นี่
<<<< หลักเกณฑ์การเพิกถอนการเป็นผู้ทิ้งงาน รายละเอียด คลิ๊กที่นี่ คลิกที่นี่
<<<< ด่วน !!!! การใช้งานระบบ e-GP กรุณาอย่าบล็อกการใช้งาน Pop-Up เนื่องจากจะทำให้การทำงานไม่สมบูรณ์ โดยตรวจสอบการตั้งค่า Pop-Up ได้ คลิกที่นี่
<<<< การปฏิบัติตามหนังสือเวียนกรมบัญชีกลาง ที่ กค 0421.4/ว263 ลว 24 ก.ย. 2557 จะสามารถดำเนินการได้ตั้งแต่วันที่ 6 ตุลาคม 2557 เป็นต้นไป ซึ่งสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่นี่ คลิกที่นี่
<<<< ประกาศสำนักมาตรฐานการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ เรื่อง ผลการสอบคัดเลือกลูกจ้างชั่วคราว ตำแหน่งเจ้าพนักงานการคลัง วุฒิ ปวส. ตำแหน่งนักวิชาการคลัง วุฒิ ปริญญาตรี และตำแหน่งนิติกร วุฒิ ปริญญาตรี รายละเอียด คลิกที่นี่
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
การทบทวน ปรับปรุง หรือยกเลิกมติคณะรัฐมนตรีเกี่ยวกับสิทธิของหน่วยงานต่างๆ
ข้อมูลจัดซื้อจัดจ้าง > สิทธิพิเศษ > ยกเลิก > หนังสือเวียน



สำเนา

 

 
  

ที่ นร ๐๕๐๖/ว ๑๕๕  สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี
ทำเนียบรัฐบาล กทม. ๑๐๓๐๐
 ๑๖  สิงหาคม  ๒๕๕๓
เรื่อง การทบทวน ปรับปรุง หรือยกเลิกมติคณะรัฐมนตรีเกี่ยวกับสิทธิพิเศษของหน่วยงานต่างๆ
เรียน รอง-นรม., รัฐ-นร., กระทรวง., กรม
สิ่งที่ส่งมาด้วย ๑. สำเนาหนังสือกระทรวงการคลัง ด่วนที่สุด ที่ กค ๐๔๒๑.๓/๕๖๑๓
 ลงวันที่ ๒๔ มีนาคม ๒๕๕๓
 ๒. สำเนาหนังสือกระทรวงการคลัง ด่วนที่สุด ที่ กค ๐๔๒๑.๓/๕๖๑๗
 ลงวันที่ ๒๔ มีนาคม ๒๕๕๓
 ๓. สำเนาหนังสือกระทรวงกลาโหม ด่วนที่สุด ที่ กห ๐๒๐๘/๖๙๗
 ลงวันที่ ๒๐ เมษายน ๒๕๕๓
  ๔. สำเนาหนังสือกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร
 ด่วนที่สุด ที่ ทก ๐๒๐๑.๗/๑๐๕๕ ลงวันที่ ๒๗ เมษายน ๒๕๕๓
 ๕. สำเนาหนังสือกระทรวงศึกษาธิการ ด่วนที่สุด ที่ ศธ ๐๒๐๙/๑๗๑๕
 ลงวันที่ ๒๖ เมษายน ๒๕๕๓
 ๖. สำเนาหนังสือสำนักพระราชวัง ด่วนที่สุด ที่ พว ๐๐๐๑/๒๓๒๙ ลงวันที่ ๕ เมษายน ๒๕๕๓
 ด้วยกระทรวงการคลังได้เสนอเรื่อง การทบทวน ปรับปรุง หรือยกเลิกมติคณะรัฐมนตรี              เกี่ยวกับสิทธิพิเศษของหน่วยงานต่างๆ มาเพื่อดำเนินการ ซึ่งกระทรวงกลาโหม กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศ    และการสื่อสาร กระทรวงศึกษาธิการ และสำนักพระราชวังได้เสนอความเห็นมาเพื่อประกอบการพิจารณา            ของคณะรัฐมนตรีด้วย ความละเอียดปรากฏตามสำเนาหนังสือที่ส่งมาด้วยนี้
 คณะรัฐมนตรีได้ประชุมปรึกษาเมื่อวันที่ ๒๘ กรกฎาคม ๒๕๕๓ ลงมติว่า
 ๑. อนุมัติตามมติคณะกรรมการพิจารณาสิทธิพิเศษของหน่วยงาน                                              และรัฐวิสาหกิจ ในการประชุมครั้งที่ ๔/๒๕๕๑ เมื่อวันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๕๑ ครั้งที่ ๑/๒๕๕๒ เมื่อวันที่               ๒ เมษายน ๒๕๕๒ ครั้งที่ ๒/๒๕๕๒ เมื่อวันที่ ๒๑ เมษายน ๒๕๕๒ (รายละเอียดตามหนังสือ        กระทรวงการคลัง ด่วนที่สุด ที่ กค ๐๔๒๑.๓/๕๖๑๓ ลงวันที่ ๒๔ มีนาคม ๒๕๕๓) และในการประชุม                 ครั้งที่ ๒/๒๕๕๑ เมื่อวันที่ ๒๘ เมษายน ๒๕๕๑ ครั้งที่ ๓/๒๕๕๑ ครั้งที่ ๓/๒๕๕๑ เมื่อวันที่ ๑๕ กรกฎาคม ๒๕๕๑ (รายละเอียดตามหนังสือกระทรวงการคลัง ด่วนที่สุด ที่ กค ๐๔๒๑.๓/๕๖๑๗ ลงวันที่ ๒๔ มีนาคม ๒๕๕๓)      ตามที่กระทรวงการคลังเสนอ     
/๒. ...

- ๒ -
 ๒. ให้กระทรวงการคลังรับความเห็นของคณะรัฐมนตรีไปพิจารณาดำเนินการด้วยว่า              กรณีสิทธิพิเศษของหน่วยงานต่างๆ ที่ให้ดำเนินการโดยวิธีกรณีพิเศษได้นั้น สมควรกำหนด                                      ให้มีการตรวจสอบราคาตลาดเพื่อใช้เป็นเกณฑ์ราคาอ้างอิงด้วย เพื่อให้มีการดำเนินการมีความโปร่งใส                  และประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
 จึงเรียนยืนยันมา/จึงเรียนยืนยันมาและขอได้โปรดแจ้งให้ส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ                    และหน่วยงานอื่นของรัฐในกำกับดูแลทราบและถือปฏิบัติต่อไป/จึงเรียนมาเพื่อโปรดทราบ/                                      จึงเรียนมาเพื่อโปรดทราบและขอได้โปรดแจ้งให้ส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ และหน่วยงานอื่นของรัฐ                        ในกำกับดูแลทราบและถือปฏิบัติต่อไป/จึงเรียนมาเพื่อโปรดทราบและถือปฏิบัติต่อไป
 ขอแสดงความนับถือ

                                                                                     (นายสุรชัย  ภู่ประเสริฐ)
                                                                                     เลขาธิการคณะรัฐมนตรี

 

 

 

 


สำนักวิเคราะห์เรื่องเสนอคณะรัฐมนตรี
โทร. ๐ ๒๒๘๐ ๙๐๐๐ ต่อ ๓๒๘
โทรสาร ๐ ๒๒๘๐ ๙๐๖๔
WWW.cabinet.thaigov.go.th
(M53-07-09 : ธวัชชัย)

 

 

ที่ กค ๐๔๒๑.๓/๕๖๑๓                        


     กระทรวงการคลัง
     ถนนพระราม ๖ กทม. ๑๐๔๐๐
 ๒๔  มีนาคม  ๒๕๕๓
เรื่อง การทบทวน ปรับปรุง หรือยกเลิกมติคณะรัฐมนตรีเกี่ยวกับสิทธิพิเศษของหน่วยงานต่างๆ
เรียน เลขาธิการคณะรัฐมนตรี
อ้างถึง   ๑. หนังสือสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ที่ นร ๐๕๐๕/๓๒๘๐ ลงวันที่ ๓๑ พฤษภาคม ๒๕๔๘
   ๒. หนังสือสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ด่วนมาก ที่ สร ๐๒๐๓/๑๖๕๖๘ ลงวันที่ ๖ กันยายน ๒๕๒๕
   ๓. หนังสือสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ที่ นร ๐๒๐๓/๑๒๘๖๗ ลงวันที่ ๖ กันยายน ๒๕๒๘   ๔. หนังสือสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ที่ นร ๐๒๐๓/ว ๙๒ ลงวันที่ ๑๑ กรกฎาคม ๒๕๒๙
   ๕. หนังสือสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ที่ นร ๐๒๐๒/ว ๒๓ ลงวันที่ ๑๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๓๑
   ๖. หนังสือสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ด่วนที่สุด ที่ นร ๐๕๐๕/ว ๑๑ ลงวันที่ ๒๐ มกราคม ๒๕๔๗
   ๗. หนังสือสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ด่วนมาก ที่ นร ๐๒๐๒/๑๓๗๙๖ ลงวันที่ ๕ กันยายน ๒๕๓๓
   ๘. หนังสือสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ที่ นร ๐๕๐๕/ว ๒๗๓ ลงวันที่ ๒๑ พฤศจิกายน ๒๕๔๖
   ๙. หนังสือสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ด่วนมาก ที่ นร ๐๕๐๔/ว ๑๒๒ ลงวันที่ ๔ มิถุนายน ๒๕๔๗
 ๑๐. หนังสือสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ที่ สร ๐๒๐๓/ว ๑๑๘ ลงวันที่ ๑๐ ตุลาคม ๒๕๑๗
 ๑๑. หนังสือสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ที่ นร ๐๒๐๕/ว ๑๙๐ ลงวันที่ ๑๒ ธันวาคม ๒๕๓๑
๑. ความเป็นมา
 สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีได้มีหนังสือที่อ้างถึง ๑ แจ้งว่า คณะรัฐมนตรีได้มีมติ         เมื่อวันที่ ๘ มีนาคม ๒๕๔๘ เห็นชอบตามที่นายกรัฐมนตรีเสนอว่า ในการบริหารราชการแผ่นดินของรัฐบาลตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน คณะรัฐมนตรีได้พิจารณาตัดสินใจและลงมติในเรื่องต่างๆ เป็นจำนวนมาก           ซึ่งมติคณะรัฐมนตรีบางเรื่องอาจซ้ำซ้อน ล้าสมัย ไม่มีความจำเป็นแล้วสำหรับสถานการณ์ปัจจุบัน มีสาระ ไม่สอดคล้องกับบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ และกฎหมายปัจจุบัน ตลอดจนพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี พ.ศ. ๒๕๔๖ จึงขอให้สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีรับไปดำเนินการตรวจสอบเพื่อประมวล ปรับปรุง และขอยกเลิกมติคณะรัฐมนตรีที่ไม่จำเป็น และขัดกับรัฐธรรมนูญหรือกฎหมาย ซึ่งสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีได้ขอให้คณะกรรมการพิจารณาสิทธิพิเศษของหน่วยงานและรัฐวิสาหกิจพิจารณาเสนอความเห็นว่า สมควรยกเลิกหรือปรับปรุงมติคณะรัฐมนตรีเกี่ยวกับสิทธิพิเศษของหน่วยงานต่างๆ อย่างไร หรือไม่ เพราะเหตุใด
/๒. ...
- ๒ -
 ๒. การดำเนินการ
 คณะกรรมการพิจารณาสิทธิพิเศษของหน่วยงานและรัฐวิสาหกิจ ซึ่งแต่งตั้งโดยคณะรัฐมนตรี ได้พิจารณาทบทวนสิทธิพิเศษที่หน่วยงานต่างๆ ได้รับตามมติคณะรัฐมนตรี ในการประชุมครั้งที่ ๔/๒๕๕๑ เมื่อวันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๕๑  ครั้งที่ ๑/๒๕๕๒ เมื่อวันที่ ๒ เมษายน ๒๕๕๒ และ ครั้งที่ ๒/๒๕๕๒     เมื่อวันที่ ๒๑ เมษายน ๒๕๕๒ แล้ว เห็นว่า มีหน่วยงานที่สมควรเสนอคณะรัฐมนตรีเพื่อ (๑) พิจารณาให้   คงได้รับให้สิทธิพิเศษต่อไป จำนวน ๖หน่วยงาน เนื่องจากยังคงมีภารกิจที่สอดรับกับวัตถุประสงค์ของ      มติคณะรัฐมนตรีที่อนุมัติให้ได้รับสิทธิพิเศษไว้ และมีความจำเป็นที่จะยังคงให้ได้รับสิทธิพิเศษต่อไปอีก ประกอบกับมติคณะรัฐมนตรีที่ให้สิทธิพิเศษแก่หน่วยงานต่างๆ ดังกล่าว เป็นสิทธิพิเศษประเภทไม่บังคับ กล่าวคือ เป็นทางเลือกให้ส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ หรือหน่วยงานอื่นของรัฐ จะจัดซื้อหรือจัดจ้าง             จากหน่วยงานที่ได้รับสิทธิพิเศษหรือไม่ก็ได้ หากประสงค์จะซื้อหรือจ้างจากหน่วยงานที่ได้รับสิทธิพิเศษ  ให้สามารถดำเนินการได้โดยไม่ต้องสอบราคาหรือประกวดราคา ซึ่งไม่เป็นการขัดต่อรัฐธรรมนูญ           แห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ (๒) พิจารณายกเลิกการได้รับสิทธิพิเศษ จำนวน ๒ หน่วยงาน เนื่องจากไม่มีภารกิจในการผลิต รับจ้างทำ จำหน่าย ให้บริการ หรือไม่มีความจำเป็นแล้วในสถานการณ์ปัจจุบัน หรือเป็นการให้สิทธิพิเศษที่ขัดต่อบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ โดยมีข้อเท็จจริง ดังนี้
 ๒.๑ สิทธิพิเศษที่เห็นสมควรเสนอคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาให้คงไว้ต่อไป จำนวน        ๖ หน่วยงาน เนื่องจากยังคงมีภารกิจสอดรับกับวัตถุประสงค์ของมติคณะรัฐมนตรีที่อนุมัติให้ได้รับสิทธิพิเศษไว้ และยังมีความจำเป็นที่จะขอให้ได้รับสิทธิพิเศษต่อไปอีก ประกอบกับเป็นการให้สิทธิพิเศษประเภทไม่บังคับ ซึ่งไม่เป็นการขัดต่อรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ ดังนี้
 ๒.๑.๑ พิจารณาให้หน่วยงานคงได้รับสิทธิพิเศษต่อไปตามหลักเกณฑ์หรือเงื่อนไขเดิม จำนวน ๑ หน่วยงาน ได้แก่ สิทธิพิเศษของหน่วยงานสร้างอาวุธ ของกระทรวงกลาโหม ตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ ๓๑ สิงหาคม ๒๕๒๕ แจ้งตามนัยหนังสือที่อ้างถึง ๒ อนุมัติเป็นหลักการให้ส่วนราชการ           ของกระทรวงต่างๆ สั่งซื้อหรือสั่งจ้างสร้างอาวุธจากหน่วยงานสร้างอาวุธของกระทรวงกลาโหมได้         โดยวิธีกรณีพิเศษ และจ่ายเงินล่วงหน้าได้ร้อยละ ๗๕ นั้น กระทรวงกลาโหมได้มีหนังสือชี้แจงสรุปว่า  ขอให้คงได้รับสิทธิพิเศษดังกล่าวต่อไปอีก เนื่องจากหน่วยงานสร้างอาวุธของกระทรวงกลาโหม ได้แก่   ศูนย์อำนวยการสร้างอาวุธ และโรงงานวัตถุระเบิดทหาร ยังมีภารกิจหลักในการวิจัยและพัฒนา ผลิตอาวุธยุทโธปกรณ์เพื่อจำหน่ายให้แก่ส่วนราชการในสังกัดกระทรวงกลาโหม ส่วนราชการอื่น และเอกชน          ทั้งภายในและภายนอกประเทศ
 คณะกรรมการพิจารณาสิทธิพิเศษฯ พิจารณาแล้ว มีมติว่า เนื่องจากหน่วยงานสร้างอาวุธของกระทรวงกลาโหมจัดตั้งขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อการพึ่งพาตนเองในด้านความมั่นคงโดยไม่ต้องพึ่งพาผลิตภัณฑ์จากต่างประเทศ และสามารถทำการวิจัยและพัฒนาเพื่อนำไปสู่การผลิตขึ้นใช้เอง
/ร่วมกัน …
- ๓ -
ร่วมกันทุกเหล่าทัพตามมาตรฐานสากล โดยมีหน้าที่ดำเนินการวิจัยและพัฒนา ผลิตอาวุธยุทโธปกรณ์     เพื่อจำหน่ายให้แก่ส่วนราชการในสังกัดกระทรวงกลาโหม ส่วนราชการอื่น และเอกชนทั้งภายในและภายนอกประเทศ ซึ่งการที่คณะรัฐมนตรีได้อนุมัติเป็นหลักการให้ส่วนราชการของกระทรวงต่างๆ สั่งซื้อหรือสั่งจ้างสร้างอาวุธจากหน่วยงานสร้างอาวุธของกระทรวงกลาโหมได้ โดยวิธีกรณีพิเศษ และจ่ายเงินล่วงหน้าได้ร้อยละ ๗๕ ก็เป็นไปเพื่อสนับสนุนให้บรรลุซึ่งวัตถุประสงค์ดังกล่าวเป็นสำคัญ ประกอบกับปัจจุบัน หน่วยงานสร้างอาวุธของกระทรวงกลาโหม ได้แก่ ศูนย์อำนวยการสร้างอาวุธ และโรงงานวัตถุระเบิดทหาร ยังคงปฏิบัติภารกิจตามที่คณะรัฐมนตรีมีมติให้ได้รับสิทธิพิเศษไว้ โดยมีสถิติการรับทำหรือจำหน่ายอาวุธให้แก่ส่วนราชการต่างๆ ในปี พ.ศ. ๒๕๔๗ – ๒๕๕๐ ในวงเงิน ๒๖๗.๖๕ ล้านบาท ประกอบกับลูกค้าหลักที่สั่งซื้อในแต่ละปีเกือบร้อยละ ๑๐๐ จะเป็นเหล่าทัพและส่วนราชการต่างๆ ซึ่งได้รับผ่อนผันให้จ่ายเงินล่วงหน้าได้ร้อยละ ๗๕ ซึ่งหากมีการยกเลิกสิทธิพิเศษดังกล่าว จะทำให้หน่วยงานสร้างอาวุธที่มีการก่อสร้างโดย     ใช้เงินงบประมาณจำนวนมากขาดสภาพคล่องและอาจต้องปิดกิจการ ทั้งยังจะส่งผลกระทบต่อการรักษาความมั่นคงของประเทศได้ ดังนั้น จึงเห็นสมควรเสนอคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาให้การสนับสนุน โดยให้หน่วยงานสร้างอาวุธของกระทรวงกลาโหมได้รับสิทธิพิเศษดังกล่าวต่อไปตามเดิม
 ๒.๑.๒ พิจารณาให้หน่วยงานคงได้รับสิทธิพิเศษต่อไป โดยปรับปรุงหลักเกณฑ์หรือเงื่อนไขการได้รับสิทธิพิเศษ จำนวน ๕ หน่วยงาน เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน และขอให้แจ้งเวียนมติคณะรัฐมนตรีให้ส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ และหน่วยงานอื่นของรัฐทราบต่อไป ดังนี้
 (๑) สิทธิพิเศษของโรงกลั่นน้ำมันฝาง กรมการพลังงานทหาร
 ตามที่คณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อวันที่ ๓ กันยายน ๒๕๒๘ แจ้งตาม            นัยหนังสือที่อ้างถึง ๓ อนุมัติให้ส่วนราชการและรัฐวิสาหกิจในสังกัดกระทรวงกลาโหม ซื้อผลิตภัณฑ์ น้ำมันต่างๆ จากโรงกลั่นน้ำมันฝาง กรมการพลังงานทหาร ได้เป็นกรณีพิเศษอีกแห่งหนึ่ง นอกเหนือจาก  การปิโตรเลียมแห่งประเทศไทย นั้น กระทรวงกลาโหมได้มีหนังสือชี้แจงสรุปว่า ขอให้คงได้รับสิทธิพิเศษดังกล่าวต่อไป เนื่องจากโรงกลั่นน้ำมันฝาง กรมการพลังงานทหาร ยังมีภารกิจหลักในการสนับสนุนน้ำมัน ซึ่งถือเป็นยุทธปัจจัยสำคัญให้กับกองทัพ โดยจำหน่ายในราคาที่ต่ำกว่าบริษัททั่วไป จึงเป็นการแบ่งเบาภาระด้านงบประมาณในการจัดหาน้ำมันเชื้อเพลิงของกองทัพ
 คณะกรรมการพิจารณาสิทธิพิเศษฯ พิจารณาแล้ว มีมติว่า การที่คณะรัฐมนตรี มีมติอนุมัติให้ส่วนราชการและรัฐวิสาหกิจในสังกัดกระทรวงกลาโหมซื้อผลิตภัณฑ์น้ำมันต่างๆ จาก        โรงกลั่นน้ำมันฝาง กรมการพลังงานทหาร ได้เป็นกรณีพิเศษอีกแห่งหนึ่ง นอกเหนือจากการปิโตรเลียม   แห่งประเทศไทย มีวัตถุประสงค์ในด้านความมั่นคงเป็นสำคัญ เนื่องจาก กรมการพลังงานทหารมีภารกิจหลักในการสนับสนุนน้ำมัน ซึ่งถือเป็นยุทธปัจจัยสำคัญให้กับกองทัพ โดยจำหน่ายในราคาที่ต่ำกว่าบริษัททั่วไป จึงเป็นการแบ่งเบาภาระด้านงบประมาณการจัดหาน้ำมันเชื้อเพลิงของกองทัพ ประกอบกับปัจจุบัน
/โรงกลั่น …
- ๔ -
โรงกลั่นน้ำมันฝาง กรมการพลังงานทหาร ยังคงปฏิบัติภารกิจตามที่คณะรัฐมนตรีมีมติให้ได้รับสิทธิพิเศษไว้ โดยมีสถิติการจำหน่ายผลิตภัณฑ์น้ำมันต่างๆ โดยวิธีกรณีพิเศษ ให้แก่กองทัพบกเพื่อส่งให้กับมณฑลทหารบกที่ ๓๓ และจังหวัดทหารบกตาก โดยในปี พ.ศ. ๒๕๔๙ มีจำนวน ๘๒๖,๐๐๐ ลิตร เป็นเงิน ๑๘.๔๖ ล้านบาท และ ปี พ.ศ. ๒๕๕๐ จำนวน ๑,๐๐๘,๐๐๐ ลิตร เป็นเงิน ๒๓.๔๗ ล้านบาท ซึ่งหากมีการยกเลิก  สิทธิพิเศษดังกล่าว อาจจะส่งผลกระทบต่อการรักษาความมั่นคงของประเทศได้ ดังนั้น จึงเห็นสมควรเสนอคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาให้การสนับสนุน โดยยกเลิกมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ ๓ กันยายน ๒๕๒๘     แจ้งตามนัยหนังสือที่อ้างถึง ๓ และกำหนดหลักเกณฑ์หรือเงื่อนไขการให้สิทธิพิเศษขึ้นมาใหม่ ดังนี้
 “อนุมัติให้โรงกลั่นน้ำมันฝาง กรมการพลังงานทหาร ได้รับสิทธิพิเศษในการจำหน่ายผลิตภัณฑ์น้ำมันต่างๆ โดยให้ส่วนราชการและรัฐวิสาหกิจในสังกัดกระทรวงกลาโหม            ที่ประสงค์จะซื้อผลิตภัณฑ์น้ำมันต่างๆ จากโรงกลั่นน้ำมันฝาง กรมการพลังงานทหาร สามารถติดต่อซื้อ     ได้โดยตรง โดยวิธีกรณีพิเศษ หรือที่เรียกชื่ออย่างอื่นซึ่งมีวิธีการทำนองเดียวกัน ตามระเบียบว่าด้วยการพัสดุ ที่หน่วยงานนั้นๆ ถือปฏิบัติ”
 (๒) สิทธิพิเศษขององค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก (อผศ.)
 ตามที่คณะรัฐมนตรีได้มีมติให้สิทธิพิเศษแก่ อผศ. ไว้ รวม ๒ เรื่อง ดังนี้
 (๒.๑) มติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ ๘ กรกฎาคม ๒๕๒๙ และ วันที่ ๑๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๓๑ แจ้งตามนัยหนังสือที่อ้างถึง ๔ และ ๕ ตามลำดับ ให้สิทธิพิเศษประเภทไม่บังคับแก่ อผศ.                โดยกำหนดให้ส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ และหน่วยงานขึ้นตรงต่อกระทรวงกลาโหม สั่งซื้อหรือสั่งจ้าง       ทำผลิตภัณฑ์ต่างๆ ที่ อผศ. สามารถทำหรือผลิตขึ้นเองเท่านั้น โดยวิธีกรณีพิเศษ ทั้งนี้ โดยให้ อผศ.             แสดงรายการให้กระทรวงการคลังพิจารณาและแจ้งเวียนให้ส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ และหน่วยงานขึ้นตรงต่อกระทรวงกลาโหมทราบ ซึ่งต่อมา กระทรวงการคลังได้พิจารณาและมีหนังสือแจ้งเวียนรายการผลิตภัณฑ์ที่ให้ อผศ. ได้รับสิทธิพิเศษไว้ ตามนัยหนังสือกระทรวงการคลัง ที่ กค ๐๕๐๒/ว ๑๓๘ ลงวันที่ ๒๑ พฤศจิกายน ๒๕๓๔ และ ด่วนที่สุด ที่ กค ๐๔๐๘.๒/ว ๒๕ ลงวันที่ ๒๖ มีนาคม ๒๕๔๖ ได้แก่ รายการผลิตภัณฑ์ตัดเย็บเครื่องแบบ เครื่องแต่งกาย เครื่องนอน เครื่องสนาม ผลิตภัณฑ์เครื่องหนัง ผลิตภัณฑ์ไม้ ครุภัณฑ์ ผลิตภัณฑ์โลหะ และยุทธภัณฑ์ประเภทอื่นๆ
 (๒.๒) มติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ ๑๓ มกราคม ๒๕๔๗ แจ้งตาม      นัยหนังสือที่อ้างถึง ๖ ให้สิทธิพิเศษประเภทไม่บังคับแก่ อผศ. เกี่ยวกับการจ้างเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย            โดยกำหนดให้ส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ หน่วยงานตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบบริหารราชการส่วนท้องถิ่น หน่วยงานอื่นซึ่งมีกฎหมายบัญญัติให้มีฐานะเป็นราชการบริหารส่วนท้องถิ่น หรือหน่วยงานอื่นของรัฐ ประสงค์จะจ้างบริการรักษาความปลอดภัยจากสำนักงานรักษาความปลอดภัยของ อผศ. ให้ดำเนินการจ้างได้โดยวิธีกรณีพิเศษ ตามระเบียบพัสดุที่หน่วยงานนั้นๆ ถือปฏิบัติ
/กระทรวงกลาโหม …
- ๕ -
กระทรวงกลาโหมได้มีหนังสือชี้แจงสรุปว่า ขอให้คงได้รับสิทธิพิเศษตามมติคณะรัฐมนตรีดังกล่าว                ต่อไปอีก เนื่องจาก อผศ. ยังมีภารกิจและดำเนินกิจการตามวัตถุประสงค์ในการจัดตั้งเพื่อให้ความช่วยเหลือ สนับสนุน และจัดหาตำแหน่งงานให้กับทหารผ่านศึก ครอบครัวทหารผ่านศึก และทหารนอกประจำการ           ให้มีงานทำและมีรายได้ สามารถยึดเป็นอาชีพได้อย่างถาวร ซึ่งสอดคล้องกับเจตนารมณ์ตามที่คณะรัฐมนตรีได้ให้สิทธิพิเศษไว้
 คณะกรรมการพิจารณาสิทธิพิเศษฯ พิจารณาแล้ว มีมติว่า ตามที่คณะรัฐมนตรีมีมติให้ อผศ. ได้รับสิทธิพิเศษประเภทไม่บังคับ ในเรื่องการสั่งซื้อหรือสั่งจ้างทำผลิตภัณฑ์ต่างๆ ที่ อผศ. สามารถทำหรือผลิตขึ้นเอง โดยให้กระทรวงการคลังพิจารณาและแจ้งเวียนรายการให้ส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ และหน่วยงานอื่นของรัฐทราบ รวมทั้งการได้รับสิทธิพิเศษเกี่ยวกับการจ้างเจ้าหน้าที่รักษา   ความปลอดภัย ตามนัยข้อ (๒.๑) และ (๒.๒) ข้างต้น โดยวิธีกรณีพิเศษ มีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นการให้    ความช่วยเหลือสนับสนุน และจัดหาตำแหน่งงานให้กับทหารผ่านศึก ครอบครัวทหารผ่านศึก และทหาร นอกประจำการให้มีงานทำและมีรายได้ สามารถยึดเป็นอาชีพได้อย่างถาวร โดยในส่วนของงานรักษา    ความปลอดภัย จะมีส่วนในการทำหน้าที่ช่วยเหลือในด้านความมั่นคงและปลอดภัยให้แก่ชาติบ้านเมือง    ตามนโยบายของกระทรวงกลาโหม เป็นการบำรุงขวัญแก่ทหารซึ่งปฏิบัติหน้าที่เพื่อประเทศชาติ อีกทั้ง       ยังเป็นการช่วยลดภาระงบประมาณรายจ่ายของรัฐ ในการให้การสงเคราะห์ทหารผ่านศึกอีกด้วย ประกอบกับการให้สิทธิพิเศษดังกล่าวแก่ อผศ. เป็นประเภทไม่บังคับ กล่าวคือ มิได้เป็นบทบังคับให้ส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ หรือหน่วยงานอื่นของรัฐ  ต้องซื้อหรือจ้างจาก อผศ. แต่เพียงแห่งเดียว แต่เปิดโอกาสให้สามารถเลือกใช้บริการจาก อผศ. หรือไม่ก็ได้ หากประสงค์จะเลือกซื้อหรือเลือกใช้บริการจาก อผศ. ก็สามารถดำเนินการได้โดยวิธีกรณีพิเศษ โดยไม่ต้องประกวดราคาหรือสอบราคา ซึ่งผลิตภัณฑ์ที่ อผศ. ได้รับสิทธิพิเศษนั้น กระทรวงการคลังได้พิจารณาและ แจ้งเวียนเฉพาะรายการผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพคุณสมบัติที่เป็นประโยชน์ต่อทางราชการเท่านั้น กรณีจึงไม่ถือว่าเป็นการขัดต่อบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญและกฎหมายอื่นๆ นอกจากนี้ ในปัจจุบัน อผศ. ยังคงปฏิบัติภารกิจตามที่คณะรัฐมนตรีมีมติให้ได้รับสิทธิพิเศษไว้ โดยมีสถิติการรับทำหรือจำหน่ายผลิตภัณฑ์ต่างๆ ในปี พ.ศ. ๒๕๔๘ เป็นเงิน ๕๒๘.๖๘ ล้านบาท และ ปี พ.ศ. ๒๕๔๙ เป็นเงิน ๕๐๗.๕๖ ล้านบาท ส่วนสถิติในการให้บริการด้านรักษาความปลอดภัยในปี พ.ศ. ๒๕๔๗ เป็นเงิน ๙๗๖.๖๔ ล้านบาท ปี พ.ศ. ๒๕๔๘ เป็นเงิน ๑,๑๔๘.๒๒ ล้านบาท ปี พ.ศ. ๒๕๔๙ เป็นเงิน ๑,๔๒๖.๑๑ ล้านบาท และ ปี พ.ศ. ๒๕๕๐ เป็นเงิน ๑,๖๐๑.๑๘ ล้านบาท ดังนั้น จึงเห็นสมควรเสนอคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณา    ให้การสนับสนุนให้ อผศ. ได้รับสิทธิพิเศษดังกล่าวต่อไป ดังนี้
 ก. สิทธิพิเศษในการจำหน่ายหรือรับจ้างทำผลิตภัณฑ์ต่างๆ ที่ อผศ. สามารถทำหรือผลิตขึ้นเอง เห็นควรให้ยกเลิกมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ ๘ กรกฎาคม ๒๕๒๙ และ วันที่ ๑๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๓๑ แจ้งตามนัยหนังสือที่อ้างถึง ๔ และ ๕ ตามลำดับ และกำหนดหลักเกณฑ์หรือเงื่อนไขการให้สิทธิพิเศษขึ้นมาใหม่ ดังนี้
/“อนุมัติ …
- ๖ -
 “อนุมัติให้องค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก (อผศ.) ได้รับสิทธิพิเศษในการจำหน่ายหรือรับจ้างทำผลิตภัณฑ์ต่างๆ ที่ อผศ. สามารถทำหรือผลิตขึ้นเอง โดยให้ส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ และหน่วยงานขึ้นตรงต่อกระทรวงกลาโหม ที่ประสงค์จะสั่งซื้อหรือสั่งจ้างทำผลิตภัณฑ์ต่างๆ จาก อผศ. สามารถติดต่อซื้อหรือจ้างได้โดยตรง โดยวิธีกรณีพิเศษ หรือที่เรียกชื่ออย่างอื่นซึ่งมีวิธีการ   ทำนองเดียวกัน ตามระเบียบว่าด้วยการพัสดุที่หน่วยงานนั้นๆ ถือปฏิบัติ ทั้งนี้ ให้ อผศ. แสดงรายการ         ให้กระทรวงการคลังพิจารณาและแจ้งเวียนให้ส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ และหน่วยงานขึ้นตรงต่อกระทรวงกลาโหมทราบ”
 ข. สิทธิพิเศษในการรับจ้างบริการรักษาความปลอดภัย เห็นควรให้ยกเลิกมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ ๑๓ มกราคม ๒๕๔๗ แจ้งตามนัยหนังสือที่อ้างถึง ๖ และกำหนดหลักเกณฑ์หรือเงื่อนไขการให้สิทธิพิเศษขึ้นมาใหม่ ดังนี้
 “อนุมัติให้องค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก (อผศ.) ได้รับสิทธิพิเศษในการรับจ้างบริการรักษาความปลอดภัย โดยให้ส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ หน่วยงานตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบบริหารราชการส่วนท้องถิ่น หน่วยงานอื่นซึ่งมีกฎหมายบัญญัติให้มีฐานะเป็นราชการบริหารส่วนท้องถิ่น หรือหน่วยงานอื่นของรัฐ ที่ประสงค์จะจ้างบริการรักษาความปลอดภัยจากสำนักงานรักษาความปลอดภัยของ อผศ. สามารถติดต่อจ้างได้โดยตรง โดยวิธีกรณีพิเศษ หรือที่เรียกชื่ออย่างอื่นซึ่งมีวิธีการ   ทำนองเดียวกัน ตามระเบียบว่าด้วยการพัสดุที่หน่วยงานนั้นๆ ถือปฏิบัติ”
 (๓) สิทธิพิเศษของสภากาชาดไทย
 ตามที่คณะรัฐมนตรีมีมติเมื่อวันที่ ๓๑ สิงหาคม ๒๕๓๓ แจ้งตาม       นัยหนังสือที่อ้างถึง ๗ อนุมัติให้สภากาชาดไทยได้รับสิทธิพิเศษในการจำหน่ายวัคซีนโรคตับอักเสบบีและผลิตภัณฑ์อื่นๆ ที่สภากาชาดไทยผลิตได้ ให้แก่ส่วนราชการ และรัฐวิสาหกิจได้โดยวิธีกรณีพิเศษ นั้น กระทรวงสาธารณสุขได้มีหนังสือชี้แจงสรุปว่า สภากาชาดไทยเป็นองค์การสาธารณกุศลที่ไม่แสวงหาผลกำไร ปัจจุบัน ยังมีภารกิจในการจำหน่ายวัคซีนและเซรุ่มให้แก่ส่วนราชการ โรงพยาบาลของรัฐ และรัฐวิสาหกิจ ตามที่มติคณะรัฐมนตรีอนุมัติ และยังมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะได้รับสิทธิพิเศษต่อไปอีก เพราะผลิตภัณฑ์วัคซีนและเซรุ่มที่ผลิตขณะนี้มีผลิตแห่งเดียวในประเทศไทย และเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพได้มาตรฐานสากล สามารถแข่งขันกับผู้ผลิตจากต่างประเทศ ทำให้ประชาชนได้รับผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพมาตรฐานสูงและราคาถูก ด้านแผนการดำเนินงานและแผนการประชาสัมพันธ์ ได้มีแผนผลิตและบรรจุผลิตภัณฑ์เพิ่มขึ้นทุกปี         ตามเป้าหมาย โดยมีการประชาสัมพันธ์ส่งจดหมายแจ้งรายการผลิตภัณฑ์ที่เพิ่มขึ้นและราคาตลอดจนรายละเอียดของการสั่งซื้อไปยังโรงพยาบาลทุกแห่ง นอกจากนี้ ยังได้ตั้งตัวแทนเผยแพร่การจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์เพื่อส่งเสริมการขายและประชาสัมพันธ์ผลิตภัณฑ์พร้อมจำหน่ายให้องค์กรเอกชนด้วย โดยมีสถิติการจำหน่ายให้แก่ส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ หรือหน่วยงานอื่นของรัฐในปี พ.ศ.๒๕๔๗ จำนวน ๗๑.๗๓ ล้านบาท ปี พ.ศ. ๒๕๔๘ จำนวน ๙๖.๗๕ ล้านบาท ปี พ.ศ.๒๕๔๙ จำนวน ๘๖.๐๒ ล้านบาท ปี พ.ศ.๒๕๕๐ จำนวน ๑๐๒.๖๕ ล้านบาท และ ปี พ.ศ. ๒๕๕๑ จำนวน ๑๑๐.๗๓ ล้านบาท
/คณะกรรมการ …
- ๗ -
 คณะกรรมการพิจารณาสิทธิพิเศษฯ พิจารณาแล้ว มีมติว่า ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ ได้บัญญัติให้รัฐต้องดำเนินการตามแนวโยบายเศรษฐกิจไว้     ในมาตรา ๘๔ (๑) สนับสนุนเศรษฐกิจแบบเสรีและเป็นธรรม โดยอาศัยกลไกตลาด โดยต้องยกเลิกและ     ละเว้นการตรากฎหมายและกฎเกณฑ์ที่ควบคุมธุรกิจ ซึ่งมีบทบัญญัติที่ไม่สอดคล้องกับความจำเป็นทางเศรษฐกิจ และต้องไม่ประกอบ กิจการที่เป็นการแข่งขันกับเอกชน เว้นแต่ มีความจำเป็นเพื่อประโยชน์ในการรักษาความมั่นคงของรัฐรักษาผลประโยชน์ส่วนรวม หรือการจัดให้มีสาธารณูปโภค ทั้งนี้ เมื่อพิจารณาวัตถุประสงค์ในการให้สิทธิพิเศษแก่สภากาชาดไทย ในการจำหน่ายวัคซีโรคตับอักเสบบี และผลิตภัณฑ์อื่นๆ ที่สภากาชาดไทยผลิตได้ให้แก่ส่วนราชการ และรัฐวิสาหกิจโดยวิธีกรณีพิเศษ เนื่องจากมีฐานะเป็นนิติบุคคลในรูปสมาคมการกุศล อยู่ในความควบคุมของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข และได้มีการมอบหมายให้สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะเป็นผู้ดูแลระเบียบว่าด้วยการพัสดุในขณะนั้นรับไปกำหนดให้สภากาชาดไทยได้รับสิทธิพิเศษในเรื่องดังกล่าวไว้ในระเบียบว่าด้วยการพัสดุด้วย ซึ่งต่อมา สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีได้กำหนดหลักเกณฑ์การให้สิทธิพิเศษแก่หน่วยงานดังกล่าวให้สอดคล้องกับมติคณะรัฐมนตรีไว้ในระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุ พ.ศ.๒๕๓๕ และที่แก้ไขเพิ่มเติม แล้ว ตามนัยข้อ ๖๓ ที่ว่า ในกรณีที่มีกฎหมาย หรือมติคณะรัฐมนตรีกำหนดให้ความสนับสนุนให้ซื้อยาและเวชภัณฑ์ที่มิใช่ยาจากหน่วยงานใด ก็ให้ส่วนราชการจัดซื้อยา หรือเวชภัณฑ์ที่มิใช่ยาจากหน่วยงานดังกล่าวได้โดยวิธีกรณีพิเศษด้วย ซึ่งการให้สิทธิพิเศษแก่สภากาชาดไทยดังกล่าวเป็นประเภทไม่บังคับ กล่าวคือ     ให้เป็นทางเลือกแก่หน่วยงานของทางราชการที่จะซื้อหรือไม่ก็ได้ ดังนั้น จึงไม่เป็นการขัดกับบทบัญญัติ     ตามรัฐธรรมนูญดังกล่าวข้างต้น ประกอบกับปัจจุบัน สภากาชาดไทยยังคงมีภารกิจในการผลิต และจำหน่ายวัคซีนโรคตับอักเสบบี และผลิตภัณฑ์อื่นๆ ที่สภากาชาดไทยผลิตได้ออกจำหน่ายตามที่ได้รับสิทธิพิเศษ       มีการพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้มีประสิทธิภาพตลอดเวลา ซึ่งมีหน่วยงานของทางราชการได้จัดหาไว้ใช้            เป็นจำนวนมาก อันจะเป็นผลให้ทางราชการได้ใช้ผลิตภัณฑ์ที่ดีและมีคุณภาพได้มาตรฐาน จึงเห็นสมควรเสนอคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาให้การสนับสนุนให้สภากาชาดไทยได้รับสิทธิพิเศษดังกล่าวต่อไป โดยยกเลิกมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ ๓๑ สิงหาคม ๒๕๓๓ แจ้งตามนัยหนังสือที่อ้างถึง ๗ และกำหนดหลักเกณฑ์หรือเงื่อนไขการให้สิทธิพิเศษขึ้นมาใหม่ ดังนี้
 “อนุมัติให้สภากาชาดไทยได้รับสิทธิพิเศษในการจำหน่ายวัคซีน       โรคตับอักเสบบีและผลิตภัณฑ์อื่นๆ ที่สภากาชาดไทยผลิตได้ โดยให้ส่วนราชการและรัฐวิสาหกิจ ที่ประสงค์จะซื้อวัคซีนโรคตับอักเสบบีและผลิตภัณฑ์อื่นๆ จากสภากาชาดไทย สามารถติดต่อซื้อได้โดยตรง โดยวิธีกรณีพิเศษ หรือที่เรียกชื่ออย่างอื่นซึ่งมีวิธีการทำนองเดียวกัน ตามระเบียบว่าด้วยการพัสดุที่หน่วยงานนั้นๆ ถือปฏิบัติ”
/(๔) ...

- ๘ -
 (๔) สิทธิพิเศษของโรงพิมพ์ของส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ หน่วยงาน      ตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบบริหารราชการส่วนท้องถิ่น หน่วยงานอื่นที่มีกฎหมายบัญญัติให้มีฐานะเป็นราชการบริหารส่วนท้องถิ่น หรือหน่วยงานอื่นของรัฐ และโรงพิมพ์ที่อยู่ในความควบคุมของหน่วยงานดังกล่าว
 ตามที่คณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อวันที่ ๑๘ พฤศจิกายน ๒๕๔๖ แจ้งตาม      นัยหนังสือที่อ้างถึง ๘ อนุมัติตามมติคณะกรรมการกลั่นกรองเรื่องเสนอคณะรัฐมนตรี คณะที่ ๗              (ฝ่ายกฎหมายและระบบราชการ) ที่เห็นควรให้ยกเลิกมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ ๒๑ สิงหาคม ๒๕๓๓     เรื่อง สิทธิพิเศษของโรงพิมพ์ส่วนราชการและรัฐวิสาหกิจ และให้ถือปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ใหม่ ในการให้สิทธิพิเศษ รวม ๗ ข้อ ตามที่กระทรวงการคลังโดยคณะกรรมการพิจารณาสิทธิพิเศษฯ เสนอ ดังนี้
 (๑) ในกรณีส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ หน่วยงานตามกฎหมายว่าด้วย ระเบียบบริหารราชการส่วนท้องถิ่น หน่วยงานอื่นที่มีกฎหมายบัญญัติให้มีฐานะเป็นราชการบริหาร        ส่วนท้องถิ่น หรือหน่วยงานอื่นของรัฐที่มีโรงพิมพ์ซึ่งมีฐานะเป็นส่วนราชการหรือรัฐวิสาหกิจหรือ          เป็นโรงพิมพ์ที่อยู่ในความควบคุมของหน่วยงานดังกล่าวข้างต้น ต้องจ้างพิมพ์จากโรงพิมพ์ของตนเองก่อน    โดยวิธีกรณีพิเศษ ในราคาไม่เกินราคามาตรฐานที่กระทรวงการคลังกำหนด โดยให้โรงพิมพ์ดังกล่าว     เสนอราคามาตรฐานให้กระทรวงการคลังพิจารณาให้ความเห็นชอบก่อน ซึ่งราคามาตรฐานดังกล่าวนี้       อาจปรับปรุงให้เหมาะสมกับสภาพการณ์อยู่เสมอได้
 (๒) กรณีโรงพิมพ์ที่มีฐานะเป็นส่วนราชการหรือรัฐวิสาหกิจ หรือ    เป็นโรงพิมพ์ที่อยู่ในความควบคุมของส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ ฯ ตามนัยข้อ (๑) ดังกล่าวข้างต้น แจ้งว่า       มีงานเกินขีดความสามารถหรือไม่สามารถรับพิมพ์งานได้ทั้งหมดหรือบางส่วน ให้ส่งงานพิมพ์ในส่วนที่   ไม่สามารถดำเนินการได้ไปให้โรงพิมพ์ส่วนราชการหรือรัฐวิสาหกิจอื่นช่วยพิมพ์ก็ได้ โดยให้ดำเนินการได้โดยวิธีกรณีพิเศษ
 (๓) กรณีที่หน่วยงานมีงานพิมพ์มากเกินขีดความสามารถที่โรงพิมพ์       ตามนัยข้อ (๑) จะพิมพ์ได้ และประสงค์จะจ้างพิมพ์โดยวิธีสอบราคาหรือประกวดราคา ตามระเบียบพัสดุที่หน่วยงานของตนถือปฏิบัติ ให้แจ้งโรงพิมพ์ส่วนราชการและรัฐวิสาหกิจฯ อื่นทราบ เพื่อเข้าร่วมแข่งขันราคาด้วย
 (๔) กรณีหน่วยงานที่ไม่มีโรงพิมพ์เป็นของตนเอง หากประสงค์จะจ้างพิมพ์จากโรงพิมพ์ที่ได้รับสิทธิพิเศษตามข้อ (๑) ยกเว้นโรงพิมพ์ส่วนท้องถิ่น ให้จ้างพิมพ์ได้โดยวิธีกรณีพิเศษ    ในราคาไม่เกินราคามาตรฐานที่กระทรวงการคลังกำหนด โดยให้โรงพิมพ์ดังกล่าวเสนอราคามาตรฐาน      ให้กระทรวงการคลังให้ความเห็นชอบก่อน ซึ่งราคามาตรฐาน ดังกล่าวนี้ อาจปรับปรุงให้เหมาะสม           กับสภาพการณ์อยู่เสมอได้
 (๕) กรณีหน่วยงานที่ไม่มีโรงพิมพ์เป็นของตนเอง ไม่ประสงค์จะจ้างพิมพ์    โดยวิธีกรณีพิเศษ แต่ประสงค์จะจ้างพิมพ์โดยวิธีสอบราคาหรือประกวดราคาตามระเบียบพัสดุที่หน่วยงานของตนถือปฏิบัติ ให้แจ้งโรงพิมพ์ส่วนราชการและรัฐวิสาหกิจทราบ เพื่อเข้าร่วมแข่งขันราคาด้วย
/(๖) ...
- ๙ -
 (๖) กรณีโรงพิมพ์ที่มีฐานะเป็นส่วนราชการหรือรัฐวิสาหกิจ หรือ    เป็นโรงพิมพ์ที่อยู่ในความควบคุมของส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ ฯ ตามนัยข้อ (๑) ดังกล่าวข้างต้น             หากการดำเนินงานมีผลกำไร ให้คงได้รับสิทธิพิเศษต่อไป แต่ถ้ามีผลการดำเนินงานขาดทุน และไม่มีศักยภาพในการรับงานพิมพ์อีกต่อไป ก็ให้พิจารณายุบเลิกโรงพิมพ์ดังกล่าวโดยเร็ว
 (๗) ให้กระทรวงการคลัง โดยคณะกรรมการพิจารณาสิทธิพิเศษฯ พิจารณาระงับสิทธิของโรงพิมพ์ในกรณีที่ตรวจพบว่า โรงพิมพ์ที่ได้รับสิทธิพิเศษในการรับจ้างพิมพ์งานจากส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ หรือหน่วยงานอื่นของรัฐ ส่งงานพิมพ์ให้เอกชนรับช่วงพิมพ์ต่อ ซึ่งเป็นการปฏิบัติไม่ถูกต้อง ตามมติคณะรัฐมนตรี โดยมิต้องเสนอขออนุมัติคณะรัฐมนตรี
 คณะกรรมการพิจารณาสิทธิพิเศษฯ พิจารณาแล้ว มีมติว่า การให้สิทธิพิเศษดังกล่าว มีวัตถุประสงค์ที่จะให้หน่วยงานของทางราชการใช้ประโยชน์ในทรัพย์สินของรัฐที่มีอยู่ให้คุ้มค่าที่สุดก่อนที่จะไปจ้างเอกชน แต่ทั้งนี้ราคาจ้างจะต้องไม่สูงกว่าท้องตลาดทั่วไป จึงกำหนดให้โรงพิมพ์ที่ได้รับ สิทธิพิเศษแต่ละแห่งดังกล่าวเสนอราคาจ้างพิมพ์มาให้กระทรวงการคลังเป็นผู้พิจารณาให้ความเห็นชอบก่อน ซึ่งราคามาตรฐานการพิมพ์ในแต่ละโรงพิมพ์ไม่เท่ากัน ขึ้นอยู่กับต้นทุนการผลิตของโรงพิมพ์แต่ละแห่ง   เป็นสำคัญ แต่เนื่องจากที่ผ่านมา มีโรงพิมพ์หลายแห่งได้ขอปรับปรุงราคามาตรฐานการพิมพ์ตามที่กระทรวงการคลังได้ให้ความเห็นชอบไว้อยู่เนืองๆ สาเหตุเกิดจากมีต้นทุนการพิมพ์เพิ่มสูงขึ้นจากการปรับราคากระดาษ ค่าแรงงาน และค่าวัสดุอุปกรณ์ที่ใช้ในการพิมพ์ ประกอบกับหลักเกณฑ์ดังกล่าวได้ถือปฏิบัติมาระยะเวลาหนึ่งแล้ว เงื่อนไขในการให้สิทธิพิเศษบางประการไม่เหมาะสมกับสภาวการณ์ปัจจุบัน            จึงเห็นสมควรปรับปรุงหลักเกณฑ์การให้สิทธิพิเศษดังกล่าวใหม่ โดยให้ยกเลิกการกำหนดราคามาตรฐานการพิมพ์ของโรงพิมพ์แต่ละแห่ง และในกรณีที่หน่วยงานต่างๆ จะจ้างพิมพ์จากโรงพิมพ์ที่ได้รับสิทธิพิเศษ หรือกรณีที่จะจ้างพิมพ์โดยวิธีสอบราคาหรือประกวดราคา จะกำหนดให้มีการแข่งขันราคาระหว่างโรงพิมพ์ที่ได้รับสิทธิพิเศษด้วยกัน โดยให้แจ้งโรงพิมพ์ที่ได้รับสิทธิพิเศษไม่น้อยกว่า ๓ แห่ง มาเข้าร่วมแข่งขันราคา ซึ่งหลักเกณฑ์ที่กำหนดขึ้นใหม่นี้ จะช่วยให้โรงพิมพ์ของทางราชการมีการปรับปรุงประสิทธิภาพการพิมพ์ และมีศักยภาพในการดำเนินงาน เพื่อให้เกิดความคุ้มค่าจากการใช้ประโยชน์ในทรัพย์สินของรัฐที่มีอยู่     โดยกำหนดหลักเกณฑ์การให้สิทธิพิเศษใหม่ ดังนี้
 (๑) ในกรณีส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ หน่วยงานตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบบริหารราชการส่วนท้องถิ่น หน่วยงานอื่นที่มีกฎหมายบัญญัติให้มีฐานะเป็นราชการบริหารส่วนท้องถิ่น หรือหน่วยงานอื่นของรัฐที่มีโรงพิมพ์ซึ่งมีฐานะเป็นส่วนราชการหรือรัฐวิสาหกิจ หรือเป็นโรงพิมพ์ที่อยู่ใน  ความควบคุมของหน่วยงานดังกล่าวข้างต้น ต้องจ้างพิมพ์จากโรงพิมพ์ของตนเองก่อน โดยวิธีกรณีพิเศษ หรือที่เรียกชื่ออย่างอื่นซึ่งมีวิธีการทำนองเดียวกัน ตามระเบียบว่าด้วยการพัสดุที่หน่วยงานนั้นๆ ถือปฏิบัติ
 (๒) กรณีตามข้อ (๑) หากโรงพิมพ์ของตนเอง แจ้งว่า มีงานเกิน           ขีดความสามารถหรือไม่สามารถรับพิมพ์งานได้ทั้งหมดหรือบางส่วน ให้ส่งงานพิมพ์ในส่วนที่ไม่สามารถ
/ดำเนินการ …
- ๑๐ -
ดำเนินการได้ ไปให้โรงพิมพ์อื่นของส่วนราชการหรือรัฐวิสาหกิจ ฯ หรือโรงพิมพ์ที่อยู่ในความควบคุม   ของหน่วยงานตามนัยข้อ (๑) ช่วยพิมพ์ก็ได้ ทั้งนี้ ให้มีหนังสือสอบถามราคาไปยังโรงพิมพ์ที่ประสงค์จะจ้างพิมพ์ ไม่น้อยกว่า ๓ แห่ง และให้จ้างพิมพ์จากโรงพิมพ์ที่เสนอราคาต่ำสุด โดยวิธีกรณีพิเศษ หรือที่เรียกชื่ออย่างอื่นซึ่งมีวิธีการทำนองเดียวกัน ตามระเบียบว่าด้วยการพัสดุที่หน่วยงานนั้นๆ ถือปฏิบัติ
 (๓) กรณีที่หน่วยงานมีงานพิมพ์มากเกินขีดความสามารถที่โรงพิมพ์       ตามนัยข้อ (๑) จะพิมพ์ได้ และประสงค์จะจ้างพิมพ์โดยวิธีสอบราคาหรือประกวดราคา ตามระเบียบพัสดุ     ที่หน่วยงานของตนถือปฏิบัติ ให้แจ้งโรงพิมพ์อื่นของส่วนราชการหรือรัฐวิสาหกิจ ฯ หรือโรงพิมพ์ที่อยู่ในความควบคุมของหน่วยงานตามนัยข้อ (๑) ไม่น้อยกว่า ๓ แห่ง ทราบ เพื่อเข้าร่วมแข่งขันราคาด้วย
 (๔) กรณีหน่วยงานที่ไม่มีโรงพิมพ์เป็นของตนเอง หากประสงค์จะจ้างพิมพ์จากโรงพิมพ์ที่ได้รับสิทธิพิเศษตามนัยข้อ (๑) ให้มีหนังสือสอบถามราคาไปยังโรงพิมพ์ที่ประสงค์จะจ้างพิมพ์ ไม่น้อยกว่า ๓ แห่ง และให้จ้างพิมพ์จากโรงพิมพ์ที่เสนอราคาต่ำสุด โดยวิธีกรณีพิเศษ หรือที่เรียกชื่ออย่างอื่นซึ่งมีวิธีการทำนองเดียวกัน ตามระเบียบว่าด้วยการพัสดุที่หน่วยงานนั้นๆ ถือปฏิบัติ
 (๕) กรณีหน่วยงานที่ไม่มีโรงพิมพ์เป็นของตนเอง ไม่ประสงค์จะจ้างพิมพ์โดยวิธีกรณีพิเศษ แต่ประสงค์จะจ้างพิมพ์โดยวิธีสอบราคาหรือประกวดราคาตามระเบียบพัสดุที่หน่วยงานของตนถือปฏิบัติ ให้แจ้งโรงพิมพ์อื่นของส่วนราชการหรือรัฐวิสาหกิจ ฯ หรือโรงพิมพ์ที่อยู่ในความควบคุมของหน่วยงานตามนัยข้อ (๑) ไม่น้อยกว่า ๓ แห่ง ทราบ เพื่อเข้าร่วมแข่งขันราคาด้วย
 (๖) กรณีโรงพิมพ์ที่มีฐานะเป็นส่วนราชการหรือรัฐวิสาหกิจ ฯ        หรือ เป็นโรงพิมพ์ที่อยู่ในความควบคุมของหน่วยงานตามนัยข้อ (๑) หากการดำเนินงานมีผลกำไร             ให้คงได้รับสิทธิพิเศษต่อไป แต่ถ้ามีผลการดำเนินงานขาดทุน และไม่มีศักยภาพในการรับงานพิมพ์อีกต่อไป ก็ให้พิจารณายุบเลิกโรงพิมพ์ดังกล่าวโดยเร็ว
 (๗) ให้กระทรวงการคลัง โดยคณะกรรมการพิจารณาสิทธิพิเศษฯ พิจารณาระงับสิทธิของโรงพิมพ์ในกรณีที่ตรวจพบว่า โรงพิมพ์ที่ได้รับสิทธิพิเศษในการรับจ้างพิมพ์งาน          จากส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ ฯ ส่งงานพิมพ์ให้เอกชนรับช่วงพิมพ์ต่อ ซึ่งเป็นการปฏิบัติไม่ถูกต้อง                  ตามมติคณะรัฐมนตรี โดยมิต้องเสนอขออนุมัติคณะรัฐมนตรี
 (๕) สิทธิพิเศษของโครงการส่วนพระองค์ สวนจิตรลดา
 ตามที่คณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อวันที่ ๒๕ พฤษภาคม ๒๕๔๗ แจ้งตามนัยหนังสือที่อ้างถึง ๙ อนุมัติให้สิทธิพิเศษแก่โครงการส่วนพระองค์ สวนจิตรลดา โดยกำหนดให้ส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ และหน่วยงานอื่นของรัฐ ที่ประสงค์จะจัดซื้อนม ยู เอช ที จิตรลดา และผลิตภัณฑ์อื่น ๆ ที่ผลิตได้จากโครงการส่วนพระองค์ สวนจิตรลดา ให้สามารถดำเนินการได้โดยวิธีกรณีพิเศษ ตามระเบียบ                สำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุ พ.ศ. ๒๕๓๕ และที่แก้ไขเพิ่มเติม หรือตามระเบียบว่าด้วยการพัสดุ      ที่หน่วยงานนั้น ๆ ถือปฏิบัติ ทั้งนี้ การจะสั่งซื้อผลิตภัณฑ์ดังกล่าวหรือไม่นั้น ให้ขึ้นอยู่กับดุลพินิจของ
/หัวหน้า …
- ๑๑ -
หัวหน้าหน่วยงานนั้น ๆ ที่จะเป็นผู้พิจารณา นั้น สำนักพระราชวังได้มีหนังสือชี้แจงสรุปว่า จุดมุ่งหมาย      ในการสร้างโรงงานแปรรูปผลิตภัณฑ์ นม และน้ำผลไม้ รวมถึงโรงสีข้าว เป็นเพียงโรงงานขนาดทดลอง มิได้มุ่งหาผลกำไรจากการค้าขาย ไม่มีนโยบายในการเข้าไปทำธุรกิจแข่งกับเอกชน แต่เป็นอาชีพพระราชทาน เพื่อให้ผู้เข้าอบรมหรือดูงานได้ทราบว่าการผลิตที่มุ่งเน้นคุณภาพการใช้วัตถุดิบภายในประเทศเพื่อแปรรูปอุตสาหกรรมที่เกี่ยวกับการเกษตรยังคงเป็นรากฐานที่แข็งแกร่งของประเทศไทย ซึ่งเป็นประเทศเกษตรกรรมที่มีความอุดมสมบูรณ์ การใช้ทรัพยากรทางการเกษตรในแนวทางเศรษฐกิจพอเพียงสำหรับประชาชนไทยยังคงอยู่ได้ และเพื่อเป็นกำลังใจให้กับเกษตรกรต่อไป ประกอบกับปัจจุบัน สหกรณ์หรือ  กลุ่มเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนม ยังคงมีความเดือดร้อนจากปัญหาน้ำนมดิบล้นตลาด และปัญหาสินค้าเกษตรตกต่ำ ถึงแม้ว่าโครงการส่วนพระองค์ฯ จะมีโรงงานแปรรูปผลิตภัณฑ์ แต่ก็สามารถช่วยแก้ปัญหาเกษตรกร          ได้เพียงบางส่วนโดยจะมีการดำเนินงานควบคู่กันไปทั้ง ๒ ด้าน คือ โครงการกึ่งธุรกิจ เช่น โรงงานผลิตและแปรรูปนมสดครบวงจร โรงงานแปรรูปผลไม้ และโครงการที่ไม่ใช่ธุรกิจ เช่น โครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืช โครงการธนาคารพืชพรรณ เป็นต้น ด้านการประชาสัมพันธ์ ไม่มีแผนการประชาสัมพันธ์ เพื่อการจำหน่ายผลิตภัณฑ์แต่อย่างใด จึงไม่มีงบประมาณเพื่อผลทางการค้า เช่น บริษัท หรือ  ผู้ประกอบกิจการอื่นๆ จะเป็นเพียงการเปิดให้ผู้ที่สนใจหรือหน่วยงานราชการที่สนใจเข้ามาชมกิจกรรมภายในโครงการส่วนพระองค์ฯ ได้     โดยการเข้ามาชมภายในโครงการส่วนพระองค์ฯ ซึ่งตั้งอยู่ในเขตพระราชวังสวนจิตรลดา เขตดุสิต กรุงเทพมหานคร หรือเข้าชมผ่านเว็บไซต์ www.Kanchanapisek.or.th สำหรับในด้านความจำเป็นที่จะขอให้ได้รับสิทธิพิเศษต่อไป นั้น เนื่องจากมีส่วนราชการหรือหน่วยงานที่มีความประสงค์จะสนับสนุนผลิตภัณฑ์จากโครงการส่วนพระองค์ ฯ จึงเป็นเรื่องความสะดวกของการเข้าไปนำเสนอตรงกับผู้ซื้อเท่านั้น โครงการ                       ส่วนพระองค์ ฯ ไม่เคยเข้าไปยื่นขอซื้อแบบในการประมูลราคากับหน่วยงาน หรือหน่วยราชการอื่น              เว้นแต่ เป็นความต้องการของหน่วยงานนั้นๆ เอง ที่ต้องการให้นักเรียนได้ดื่มนมที่มีคุณภาพดี                     จากโครงการส่วนพระองค์ฯ โดยการจัดซื้อก็ไม่ได้ซื้อสูงกว่าราคากลางที่มีระเบียบกำหนดไว้ และยังสามารถดำเนินการได้รวดเร็วในกรณีที่เป็นเรื่องเร่งด่วน เช่น ในบางท้องถิ่นที่มีการจัดซื้อแบบยื่นซองประกวดราคาแต่ไม่มีผู้มายื่นสอบราคาก็ไม่สามารถจัดซื้อนมให้นักเรียนได้ทันเวลา ซึ่งเป็นลักษณะเพื่ออำนวยการ      ความสะดวกระหว่างส่วนราชการด้วยกัน มิใช่เพื่อการผูกขาด หรือเพื่อความได้เปรียบทางการค้า เพราะด้วยปริมาณการผลิตของโรงงานขนาดทดลองจากโครงการส่วนพระองค์ฯ ไม่สามารถเทียบได้กับมูลค่า         การจำหน่ายนมโรงเรียนทั่วประเทศซึ่งมีมูลค่าเจ็ดพันล้านบาท สำหรับสถิติในการจำหน่ายนม ยู เอช ที จิตรลดา ให้แก่หน่วยงานต่าง ๆ ปรากฏว่าในปี พ.ศ.๒๕๔๘ มีจำนวน ๑๑๓ สัญญา จำนวนเงิน ๕๑.๓๕   ล้านบาท ปี พ.ศ.๒๕๔๙ จำนวน ๒๓๖ สัญญา จำนวนเงิน ๙๓.๑๙ ล้านบาท ปี พ.ศ. ๒๕๕๐ จำนวน ๑๗๓ สัญญา จำนวนเงิน ๑๐๓.๓๔ ล้านบาท
 คณะกรรมการพิจารณาสิทธิพิเศษฯ พิจารณาแล้ว มีมติว่า ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ ได้บัญญัติให้รัฐต้องดำเนินการตามแนวนโยบายเศรษฐกิจไว้
/ใน …
- ๑๒ -
ในมาตรา ๘๔ (๑) สนับสนุนระบบเศรษฐกิจแบบเสรีและเป็นธรรม โดยอาศัยกลไกตลาด และสนับสนุน   ให้มีการพัฒนาเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน โดยต้องยกเลิกและละเว้นการตรากฎหมายและกฎเกณฑ์ที่ควบคุมธุรกิจ ซึ่งมีบทบัญญัติที่ไม่สอดคล้องกับความจำเป็นทางเศรษฐกิจ และต้องไม่ประกอบกิจการที่มีลักษณะเป็นการแข่งขันกับเอกชน เว้นแต่มีความจำเป็นเพื่อประโยชน์ในการรักษาความมั่นคงของรัฐ รักษาผลประโยชน์ส่วนรวม หรือการจัดให้มีสาธารณูปโภค กรณีนี้ เมื่อพิจารณาวัตถุประสงค์ในการให้สิทธิพิเศษแก่โครงการส่วนพระองค์สวนจิตรลดา ในการจำหน่ายนม ยู เอช ที จิตรลดา และผลิตภัณฑ์อื่น ๆ ที่ผลิตได้จากโครงการส่วนพระองค์ สวนจิตรลดา แล้วปรากฏว่า เป็นการให้สิทธิพิเศษประเภทไม่บังคับ กล่าวคือ ให้เป็นทางเลือกแก่หน่วยงานของทางราชการ ที่จะสั่งซื้อหรือสั่งจ้างหรือไม่ก็ได้ ประกอบกับโครงการส่วนพระองค์       สวนจิตรลดา เป็นโครงการที่มุ่งเน้นการผลิตผลิตภัณฑ์ต่างๆ เพื่อเป็นตัวอย่างแก่เกษตรกรและบุคคลทั่วไป โดยมิได้หวังผลกำไรทางการค้า และเป็นการส่งเสริมและช่วยเหลือเกษตรกรให้มีงานทำ มีรายได้ และมีอาชีพสามารถเลี้ยงตนเอง นับว่าเป็นการสนับสนุนให้มีการพัฒนาเศรษฐกิจที่ยั่งยืน ถือได้ว่ายังมีความจำเป็น     ทางเศรษฐกิจ ดังนั้น จึงไม่เป็นการขัดต่อบทบัญญัติตามรัฐธรรมนูญดังกล่าวข้างต้น นอกจากนี้ ปัจจุบัน      ยังมีส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ หรือหน่วยงานอื่นของรัฐ จัดซื้อนม ยู เอช ที จิตรลดา และผลิตภัณฑ์ต่างๆ     ในปีหนึ่งๆ เป็นจำนวนมาก จึงเห็นสมควรเสนอคณะรัฐมนตรีให้การสนับสนุนโดยให้โครงการส่วนพระองค์ สวนจิตรลดา คงได้รับสิทธิพิเศษดังกล่าวต่อไป โดยยกเลิกมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ ๒๕ พฤษภาคม ๒๕๔๗ แจ้งตามนัยหนังสือที่อ้างถึง ๙ และกำหนดหลักเกณฑ์หรือเงื่อนไขการให้สิทธิพิเศษขึ้นมาใหม่ ดังนี้
 “อนุมัติให้โครงการส่วนพระองค์ สวนจิตรลดา ได้รับสิทธิพิเศษ        ในการจำหน่ายนม ยู เอช ที จิตรลดา และผลิตภัณฑ์อื่น ๆ ที่ผลิตได้ โดยให้ส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ และหน่วยงานอื่นของรัฐ ที่ประสงค์จะจัดซื้อนม ยู เอช ที จิตรลดา และผลิตภัณฑ์อื่น ๆ จากโครงการส่วนพระองค์ สวนจิตรลดา ให้สามารถติดต่อซื้อได้โดยตรง โดยวิธีกรณีพิเศษ หรือที่เรียกชื่ออย่างอื่นซึ่งมีวิธีการทำนองเดียวกัน ตามระเบียบว่าด้วยการพัสดุที่หน่วยงานนั้นๆ ถือปฏิบัติ”
 ๒.๒ สิทธิพิเศษที่เห็นสมควรเสนอคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณายกเลิก จำนวน ๒ หน่วยงาน เนื่องจากไม่มีภารกิจในการผลิต รับจ้างทำ จำหน่าย ให้บริการ หรือไม่มีความจำเป็นแล้วในสถานการณ์ปัจจุบัน หรือเป็นการให้สิทธิพิเศษที่ขัดต่อบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ และขอให้แจ้งเวียนมติคณะรัฐมนตรีให้ส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ และหน่วยงานต่างๆ ทราบต่อไป ดังนี้
 ๒.๒.๑ สิทธิพิเศษของโรงเรียนผู้ใหญ่รวมช่าง โรงเรียนผู้ใหญ่สายอาชีวศึกษา และโรงเรียนฝึกฝนอาชีพเคลื่อนที่
 ตามที่คณะรัฐมนตรีมีมติเมื่อวันที่ ๘ ตุลาคม ๒๕๑๗ แจ้งตามนัยหนังสือ    ที่อ้างถึง ๑๐ เห็นชอบตามข้อเสนอของกระทรวงศึกษาธิการโดยสนับสนุนให้ทางราชการจ้างหรือซื้อสิ่งของเย็บ ปัก ถัก ทอ จากโรงเรียนผู้ใหญ่รวมช่าง โรงเรียนผู้ใหญ่สายอาชีวศึกษา และโรงเรียนฝึกฝนอาชีพเคลื่อนที่ ได้เป็นกรณีพิเศษ โดยให้หน่วยราชการนั้น ๆ ทำการตกลงเรื่องคุณภาพและราคาโดยตรงกับทางโรงเรียน นั้น
/กระทรวง …
- ๑๓ -
กระทรวงศึกษาธิการได้มีหนังสือชี้แจงสรุปว่า โรงเรียนผู้ใหญ่รวมช่าง และโรงเรียนผู้ใหญ่สายอาชีวศึกษา   เคยอยู่ในความควบคุมดูแลของสำนักบริหารงานการศึกษานอกโรงเรียน (เดิม) ปัจจุบัน ได้ยุบเลิกโรงเรียนผู้ใหญ่ดังกล่าวแล้ว ส่วนโรงเรียนฝึกฝนอาชีพเคลื่อนที่ได้โอนไปสังกัดกรมสามัญศึกษา และกรมการศึกษา      นอกโรงเรียน พร้อมเปลี่ยนชื่อสถานศึกษาใหม่หลายครั้งตามภารกิจที่สังกัดส่วนราชการต่างๆ ตามลำดับ   จนปัจจุบัน เป็นสำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยจังหวัด เรียกโดยย่อว่า สำนักงาน กศน. จังหวัดสังกัดสำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ซึ่งมีภารกิจจัดการศึกษานอกระบบ ไม่ได้เปิดสอนวิชาชีพประเภทเย็บ ปัก ถัก ทอ และไม่ได้รับจ้างจาก ทางราชการทำหรือจำหน่ายงานเย็บ ปัก ถัก ทอ แต่ประการใด
 คณะกรรมการพิจารณาสิทธิพิเศษฯ พิจารณาแล้ว มีมติว่า ตามรัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ ได้บัญญัติให้รัฐต้องดำเนินการตามแนวโยบายเศรษฐกิจไว้     ในมาตรา ๘๔ (๑) สนับสนุนระบบเศรษฐกิจแบบเสรีและเป็นธรรมโดยอาศัยกลไกตลาด และสนับสนุน    ให้มีการพัฒนาเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน โดยต้องยกเลิกและละเว้นการตรากฎหมายและกฎเกณฑ์ที่ควบคุมธุรกิจซึ่งมีบทบัญญัติที่ไม่สอดคล้องกับความจำเป็นทางเศรษฐกิจ และต้องไม่ประกอบกิจการที่มีลักษณะเป็นการแข่งขันกับเอกชน เว้นแต่ มีความจำเป็นเพื่อประโยชน์ในการรักษาความมั่นคงของรัฐ รักษาผลประโยชน์ส่วนรวม หรือการจัดให้มีสาธารณูปโภค กรณีสิทธิพิเศษของโรงเรียนผู้ใหญ่รวมช่าง โรงเรียนผู้ใหญ่       สายอาชีวศึกษา และโรงเรียนฝึกฝนอาชีพเคลื่อนที่ แม้จะเป็นการให้สิทธิพิเศษประเภทไม่บังคับ กล่าวคือ เป็นทางเลือกแก่หน่วยงานของทางราชการ ที่จะซื้อหรือไม่ก็ได้ ซึ่งไม่เป็นการขัดต่อบทบัญญัติตามรัฐธรรมนูญดังกล่าว แต่เมื่อปรากฏข้อเท็จจริงตามหนังสือชี้แจงของกระทรวงศึกษาธิการว่า ปัจจุบันโรงเรียนผู้ใหญ่รวมช่างและโรงเรียนผู้ใหญ่สายอาชีวศึกษาได้ยุบเลิกไปแล้ว ส่วนโรงเรียนฝึกฝนอาชีพเคลื่อนที่ได้เปลี่ยนชื่อเป็นสำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยจังหวัด สำนักงาน กศน. จังหวัด สังกัดสำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ซึ่งมีภารกิจในการจัดการศึกษานอกระบบ ไม่ได้เปิดสอนวิชาชีพประเภทเย็บ ปัก ถัก ทอ และไม่ได้รับจ้างจากทางราชการทำหรือจำหน่ายงานเย็บ ปัก ถัก ทอ แต่ประการใด จึงเห็นว่า การให้สิทธิพิเศษแก่หน่วยงานดังกล่าวไม่มีความจำเป็นแล้วสำหรับสถานการณ์ปัจจุบัน ดังนั้น จึงเห็นสมควรเสนอคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณายกเลิกการให้สิทธิพิเศษดังกล่าวแก่โรงเรียนผู้ใหญ่รวมช่าง โรงเรียนผู้ใหญ่สายอาชีวศึกษา และโรงเรียนฝึกฝนอาชีพเคลื่อนที่
 ๒.๒.๒ สิทธิพิเศษของบริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) หรือ องค์การโทรศัพท์        แห่งประเทศไทย เดิม)
 ตามที่คณะรัฐมนตรีมีมติเมื่อวันที่ ๖ ธันวาคม ๒๕๓๑ แจ้งตามนัยหนังสือ   ที่อ้างถึง ๑๑ อนุมัติให้สิทธิพิเศษแก่บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) (บมจ.ทีโอที) หรือ องค์การโทรศัพท์-  แห่งประเทศไทย เดิม ในการให้บริการติดตั้งโทรศัพท์ไว้ใช้ในราชการ เฉพาะที่จะต้องเชื่อมโยงกับข่ายสาย
/ของ …
- ๑๔ -
ของ บมจ.ทีโอที โดยกำหนดให้ส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ และหน่วยงานอื่นของรัฐที่ประสงค์จะทำการติดตั้งโทรศัพท์ในส่วนที่ต้องเชื่อมโยงกับข่ายสายของ บมจ.ทีโอที ให้สั่งจ้างจาก บมจ.ทีโอที ได้โดยวิธีกรณีพิเศษ นั้น บมจ.ทีโอที ได้มีหนังสือแจ้งสรุปว่า ปัจจุบันยังคงมีภารกิจในเรื่องดังกล่าวและขอให้คงได้รับสิทธิพิเศษต่อไปอีก ทั้งนี้ หากส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ และหน่วยงานของรัฐประสงค์จะจ้าง ผู้ให้บริการรายอื่นดำเนินการติดตั้งระบบโทรศัพท์โดยเชื่อมโยงกับข่ายสายของ บมจ.ทีโอที ก็สามารถที่จะกระทำได้
 คณะกรรมการพิจารณาสิทธิพิเศษฯ พิจารณาแล้ว มีมติว่า ตามที่คณะรัฐมนตรีมีมติให้สิทธิพิเศษแก่ บมจ.ทีโอที (องค์การโทรศัพท์แห่งประเทศไทย เดิม) ในการให้บริการติดตั้งโทรศัพท์ไว้ใช้ในราชการเฉพาะที่จะต้องเชื่อมโยงกับข่ายสายของ บมจ.ทีโอที นั้น มีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นการรักษาไว้ซึ่งประโยชน์อันควรมีควรได้ ขององค์การโทรศัพท์แห่งประเทศไทยอันเป็นองค์การของรัฐ ซึ่งเป็นผู้ดำเนินการเกี่ยวกับกิจการโทรศัพท์ทุกชนิดทั่วราชอาณาจักรซึ่งมีความเชี่ยวชาญในการนี้โดยตรง  แม้จะยังมีสถานะเป็นรัฐวิสาหกิจอยู่ แต่ได้มีการแปรสภาพไปเป็นบริษัทมหาชนแล้ว ย่อมมีศักยภาพและ   ขีดความสามารถที่จะเข้าแข่งขันในตลาดการค้าได้อย่างเสรี ประกอบกับปัจจุบันมีผู้ให้บริการเกี่ยวกับกิจการโทรศัพท์หลายราย ซึ่ง บมจ.ทีโอที ได้ชี้แจงว่า ผู้ให้บริการรายอื่นสามารถทำการติดตั้งระบบโทรศัพท์     โดยเชื่อมโยงกับข่ายสายของ บมจ.ทีโอที ได้ ดังนั้น การให้สิทธิพิเศษดังกล่าวจึงไม่มีความจำเป็นแล้ว        ในสถานการณ์ปัจจุบัน และเพื่อเป็นการส่งเสริมและสนับสนุนให้มีการแข่งขันทางการค้าอย่างเสรีและเป็นธรรม ซึ่งจะส่งผลให้ราชการได้รับประโยชน์สูงสุด จึงเห็นสมควรเสนอคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณายกเลิกการให้สิทธิพิเศษดังกล่าวแก่ บมจ.ทีโอที
 ๓. ประเด็นเสนอคณะรัฐมนตรี
 กระทรวงการคลังพิจารณาแล้ว เห็นชอบด้วยกับมติของคณะกรรมการพิจารณาสิทธิพิเศษของหน่วยงานและรัฐวิสาหกิจ ตามนัยข้อ ๒ ข้างต้น ดังนั้น จึงเห็นสมควรเสนอคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณา ดังนี้
 ๓.๑ พิจารณาให้หน่วยงานคงได้รับสิทธิพิเศษต่อไป จำนวน ๖ หน่วยงาน เนื่องจาก   ยังคงมีภารกิจสอดรับกับวัตถุประสงค์ของมติคณะรัฐมนตรีที่อนุมัติให้ได้รับสิทธิพิเศษไว้ และยังมีความจำเป็นที่จะขอให้ได้รับสิทธิพิเศษต่อไปอีก ประกอบกับเป็นการให้สิทธิพิเศษประเภทไม่บังคับ ซึ่งไม่เป็นการ     ขัดต่อรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ ดังนี้
 ๓.๑.๑ พิจารณาให้หน่วยงานคงได้รับสิทธิพิเศษต่อไปตามหลักเกณฑ์หรือ   เงื่อนไขเดิม จำนวน ๑ หน่วยงาน ได้แก่ สิทธิพิเศษของหน่วยงานสร้างอาวุธ ของกระทรวงกลาโหม         ตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ ๓๑ สิงหาคม ๒๕๒๕ แจ้งตามนัยหนังสือสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี   ด่วนมาก ที่ สร ๐๒๐๓/๑๖๕๖๘ ลงวันที่ ๖ กันยายน ๒๕๒๕
/๓.๑.๒ …
- ๑๕ -
 ๓.๑.๒ พิจารณาให้หน่วยงานคงได้รับสิทธิพิเศษต่อไป โดยปรับปรุงหลักเกณฑ์หรือเงื่อนไขการได้รับสิทธิพิเศษ จำนวน ๕ หน่วยงาน เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน และขอให้แจ้งเวียนมติคณะรัฐมนตรีให้ส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ และหน่วยงานอื่นของรัฐทราบต่อไป ดังนี้
 (๑) สิทธิพิเศษของโรงกลั่นน้ำมันฝาง กรมการพลังงานทหาร โดยยกเลิก มติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ ๓ กันยายน ๒๕๒๘ แจ้งตามนัยหนังสือสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี                 ที่ นร ๐๒๐๓/๑๒๘๖๗ ลงวันที่ ๖ กันยายน ๒๕๒๘ และกำหนดหลักเกณฑ์หรือเงื่อนไขการให้สิทธิพิเศษขึ้นมาใหม่ ดังนี้
 “อนุมัติให้โรงกลั่นน้ำมันฝาง กรมการพลังงานทหาร ได้รับสิทธิพิเศษในการจำหน่ายผลิตภัณฑ์น้ำมันต่างๆ โดยให้ส่วนราชการและรัฐวิสาหกิจในสังกัดกระทรวงกลาโหม            ที่ประสงค์จะซื้อผลิตภัณฑ์น้ำมันต่างๆ จากโรงกลั่นน้ำมันฝาง กรมการพลังงานทหาร สามารถติดต่อซื้อ     ได้โดยตรง โดยวิธีกรณีพิเศษ หรือที่เรียกชื่ออย่างอื่นซึ่งมีวิธีการทำนองเดียวกัน ตามระเบียบว่าด้วยการพัสดุ ที่หน่วยงานนั้นๆ ถือปฏิบัติ”
 (๒) สิทธิพิเศษขององค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก (อผศ.)
 (๒.๑) สิทธิพิเศษในการจำหน่ายหรือรับจ้างทำผลิตภัณฑ์ต่างๆ ที่ อผศ. สามารถทำหรือผลิตขึ้นเอง โดยยกเลิกมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ ๘ กรกฎาคม ๒๕๒๙ และ วันที่ ๑๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๓๑ แจ้งตามนัยหนังสือสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ที่ นร ๐๒๐๓/ว ๙๒ ลงวันที่ ๑๑ กรกฎาคม ๒๕๒๙ และ ที่ นร ๐๒๐๒/ว ๒๓ ลงวันที่ ๑๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๓๑ ตามลำดับ และกำหนดหลักเกณฑ์หรือเงื่อนไขการให้สิทธิพิเศษขึ้นมาใหม่ ดังนี้
 “อนุมัติให้องค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก (อผศ.) ได้รับ    สิทธิพิเศษในการจำหน่ายหรือรับจ้างทำผลิตภัณฑ์ต่างๆ ที่ อผศ. สามารถทำหรือผลิตขึ้นเอง โดยให้ส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ และหน่วยงานขึ้นตรงต่อกระทรวงกลาโหม ที่ประสงค์จะสั่งซื้อหรือสั่งจ้างทำผลิตภัณฑ์ต่างๆ จาก อผศ. สามารถติดต่อซื้อหรือจ้างได้โดยตรง โดยวิธีกรณีพิเศษ หรือที่เรียกชื่ออย่างอื่นซึ่งมีวิธีการทำนองเดียวกัน ตามระเบียบว่าด้วยการพัสดุที่หน่วยงานนั้นๆ ถือปฏิบัติ ทั้งนี้ ให้ อผศ. แสดงรายการให้กระทรวงการคลังพิจารณาและแจ้งเวียนให้ส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ และหน่วยงานขึ้นตรงต่อกระทรวงกลาโหมทราบ”
 (๒.๒) สิทธิพิเศษในการรับจ้างบริการรักษาความปลอดภัย             โดยยกเลิกมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ ๑๓ มกราคม ๒๕๔๗ แจ้งตามนัยหนังสือสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ด่วนที่สุด ที่ นร ๐๕๐๕/ว ๑๑ ลงวันที่ ๒๐ มกราคม ๒๕๔๗ และกำหนดหลักเกณฑ์หรือเงื่อนไขการให้สิทธิพิเศษขึ้นมาใหม่ ดังนี้
 “อนุมัติให้องค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก (อผศ.) ได้รับ    สิทธิพิเศษในการรับจ้างบริการรักษาความปลอดภัย โดยให้ส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ หน่วยงานตามกฎหมาย
/ว่าด้วย …
- ๑๖ -
ว่าด้วยระเบียบบริหารราชการส่วนท้องถิ่น หน่วยงานอื่นซึ่งมีกฎหมายบัญญัติให้มีฐานะเป็นราชการบริหารส่วนท้องถิ่น หรือหน่วยงานอื่นของรัฐ ที่ประสงค์จะจ้างบริการรักษาความปลอดภัยจากสำนักงานรักษา ความปลอดภัยของ อผศ. สามารถติดต่อจ้างได้โดยตรง โดยวิธีกรณีพิเศษ หรือที่เรียกชื่ออย่างอื่นซึ่งมีวิธีการ   ทำนองเดียวกัน ตามระเบียบว่าด้วยการพัสดุที่หน่วยงานนั้นๆ ถือปฏิบัติ”
 (๓) สิทธิพิเศษของสภากาชาดไทย โดยยกเลิกมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่  ๓๑ สิงหาคม ๒๕๓๓ แจ้งตามนัยหนังสือสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ด่วนมาก ที่ นร ๐๒๐๒/๑๓๗๙๖  ลงวันที่ ๕ กันยายน ๒๕๓๓ และกำหนดหลักเกณฑ์หรือเงื่อนไขการให้สิทธิพิเศษขึ้นมาใหม่ ดังนี้
 “อนุมัติให้สภากาชาดไทยได้รับสิทธิพิเศษในการจำหน่ายวัคซีน       โรคตับอักเสบบีและผลิตภัณฑ์อื่นๆ ที่สภากาชาดไทยผลิตได้ โดยให้ส่วนราชการและรัฐวิสาหกิจ ที่ประสงค์จะซื้อวัคซีนโรคตับอักเสบบีและผลิตภัณฑ์อื่นๆ จากสภากาชาดไทยผลิต สามารถติดต่อซื้อได้โดยตรง     โดยวิธีกรณีพิเศษ หรือที่เรียกชื่ออย่างอื่นซึ่งมีวิธีการทำนองเดียวกัน ตามระเบียบว่าด้วยการพัสดุที่หน่วยงานนั้นๆ ถือปฏิบัติ”
 (๔) สิทธิพิเศษของโรงพิมพ์ของส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ หน่วยงาน      ตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบบริหารราชการส่วนท้องถิ่น หน่วยงานอื่นที่มีกฎหมายบัญญัติให้มีฐานะเป็นราชการบริหารส่วนท้องถิ่น หรือหน่วยงานอื่นของรัฐ และโรงพิมพ์ที่อยู่ในความควบคุมของหน่วยงานดังกล่าว   โดยยกเลิกมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ ๑๘ พฤศจิกายน ๒๕๔๖ แจ้งตามนัยหนังสือสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ที่ นร ๐๕๐๕/ว ๒๗๓ ลงวันที่ ๒๑ พฤศจิกายน ๒๕๔๖ และกำหนดหลักเกณฑ์หรือเงื่อนไขการให้สิทธิพิเศษขึ้นมาใหม่ ดังนี้
  (๔.๑) ในกรณีส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ หน่วยงานตามกฎหมาย         ว่าด้วยระเบียบบริหารราชการส่วนท้องถิ่น หน่วยงานอื่นที่มีกฎหมายบัญญัติให้มีฐานะเป็นราชการบริหารส่วนท้องถิ่น หรือหน่วยงานอื่นของรัฐที่มีโรงพิมพ์ซึ่งมีฐานะเป็นส่วนราชการหรือรัฐวิสาหกิจ หรือ         เป็นโรงพิมพ์ที่อยู่ในความควบคุมของหน่วยงานดังกล่าวข้างต้น ต้องจ้างพิมพ์จากโรงพิมพ์ของตนเองก่อน โดยวิธีกรณีพิเศษ หรือที่เรียกชื่ออย่างอื่นซึ่งมีวิธีการทำนองเดียวกัน ตามระเบียบว่าด้วยการพัสดุที่หน่วยงานนั้นๆ ถือปฏิบัติ
 (๔.๒) กรณีตามข้อ (๔.๑) หากโรงพิมพ์ของตนเอง แจ้งว่า มีงานเกิน           ขีดความสามารถหรือไม่สามารถรับพิมพ์งานได้ทั้งหมดหรือบางส่วน ให้ส่งงานพิมพ์ในส่วนที่ไม่สามารถดำเนินการได้ ไปให้โรงพิมพ์อื่นของส่วนราชการหรือรัฐวิสาหกิจ ฯ หรือโรงพิมพ์ที่อยู่ในความควบคุม   ของหน่วยงานตามนัยข้อ (๔.๑) ช่วยพิมพ์ก็ได้ ทั้งนี้ ให้มีหนังสือสอบถามราคาไปยังโรงพิมพ์ที่ประสงค์    จะจ้างพิมพ์ ไม่น้อยกว่า ๓ แห่ง และให้จ้างพิมพ์จากโรงพิมพ์ที่เสนอราคาต่ำสุด โดยวิธีกรณีพิเศษ หรือ       ที่เรียกชื่ออย่างอื่นซึ่งมีวิธีการทำนองเดียวกัน ตามระเบียบว่าด้วยการพัสดุที่หน่วยงานนั้นๆ ถือปฏิบัติ
/(๔.๓) …
- ๑๗ -
 (๔.๓) กรณีที่หน่วยงานมีงานพิมพ์มากเกินขีดความสามารถที่โรงพิมพ์ตามนัยข้อ (๔.๑) จะพิมพ์ได้ และประสงค์จะจ้างพิมพ์โดยวิธีสอบราคาหรือประกวดราคา ตามระเบียบพัสดุ ที่หน่วยงานของตนถือปฏิบัติ ให้แจ้งโรงพิมพ์อื่นของส่วนราชการหรือรัฐวิสาหกิจ ฯ หรือโรงพิมพ์ที่อยู่ในความควบคุมของหน่วยงานตามนัยข้อ (๔.๑) ไม่น้อยกว่า ๓ แห่ง ทราบ เพื่อเข้าร่วมแข่งขันราคาด้วย
 (๔.๔) กรณีหน่วยงานที่ไม่มีโรงพิมพ์เป็นของตนเอง หากประสงค์    จะจ้างพิมพ์จากโรงพิมพ์ที่ได้รับสิทธิพิเศษตามนัยข้อ (๔.๑) ให้มีหนังสือสอบถามราคาไปยังโรงพิมพ์         ที่ประสงค์จะจ้างพิมพ์ ไม่น้อยกว่า ๓ แห่ง และให้จ้างพิมพ์จากโรงพิมพ์ที่เสนอราคาต่ำสุด โดยวิธีกรณีพิเศษ หรือที่เรียกชื่ออย่างอื่นซึ่งมีวิธีการทำนองเดียวกัน ตามระเบียบว่าด้วยการพัสดุที่หน่วยงานนั้นๆ ถือปฏิบัติ
 (๔.๕) กรณีหน่วยงานที่ไม่มีโรงพิมพ์เป็นของตนเอง ไม่ประสงค์       จะจ้างพิมพ์โดยวิธีกรณีพิเศษ แต่ประสงค์จะจ้างพิมพ์โดยวิธีสอบราคาหรือประกวดราคาตามระเบียบพัสดุ  ที่หน่วยงานของตนถือปฏิบัติ ให้แจ้งโรงพิมพ์อื่นของส่วนราชการหรือรัฐวิสาหกิจ ฯ หรือโรงพิมพ์ที่อยู่ในความควบคุมของหน่วยงานตามนัยข้อ (๔.๑) ไม่น้อยกว่า ๓ แห่ง ทราบ เพื่อเข้าร่วมแข่งขันราคาด้วย
 (๔.๖) กรณีโรงพิมพ์ที่มีฐานะเป็นส่วนราชการหรือรัฐวิสาหกิจ ฯ  หรือ เป็นโรงพิมพ์ที่อยู่ในความควบคุมของหน่วยงานตามนัยข้อ (๔.๑) หากการดำเนินงานมีผลกำไรให้คงได้รับสิทธิพิเศษต่อไป แต่ถ้ามีผลการดำเนินงานขาดทุน และไม่มีศักยภาพในการรับงานพิมพ์อีกต่อไป ก็ให้พิจารณายุบเลิกโรงพิมพ์ดังกล่าวโดยเร็ว
 (๔.๗) ให้กระทรวงการคลัง โดยคณะกรรมการพิจารณาสิทธิพิเศษฯ พิจารณาระงับสิทธิของโรงพิมพ์ในกรณีที่ตรวจพบว่า โรงพิมพ์ที่ได้รับสิทธิพิเศษในการรับจ้างพิมพ์งาน  จากส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ ฯ ส่งงานพิมพ์ให้เอกชนรับช่วงพิมพ์ต่อ ซึ่งเป็นการปฏิบัติไม่ถูกต้อง ตามมติคณะรัฐมนตรี โดยมิต้องเสนอขออนุมัติคณะรัฐมนตรี
 (๕) สิทธิพิเศษของโครงการส่วนพระองค์ สวนจิตรลดา โดยยกเลิกมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ ๒๕ พฤษภาคม ๒๕๔๗ แจ้งตามนัยหนังสือสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ด่วนมาก ที่ นร ๐๕๐๔/ว ๑๒๒ ลงวันที่ ๔ มิถุนายน ๒๕๔๗ และกำหนดหลักเกณฑ์หรือเงื่อนไขการให้สิทธิพิเศษขึ้นมาใหม่ ดังนี้
 “อนุมัติให้โครงการส่วนพระองค์ สวนจิตรลดา ได้รับสิทธิพิเศษ        ในการจำหน่ายนม ยู เอช ที จิตรลดา และผลิตภัณฑ์อื่น ๆ ที่ผลิตได้ โดยให้ส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ และหน่วยงานอื่นของรัฐ ที่ประสงค์จะจัดซื้อนม ยู เอช ที จิตรลดา และผลิตภัณฑ์อื่น ๆ จากโครงการส่วนพระองค์ สวนจิตรลดา ให้สามารถติดต่อซื้อได้โดยตรง โดยวิธีกรณีพิเศษ หรือที่เรียกชื่ออย่างอื่นซึ่งมีวิธีการทำนองเดียวกัน ตามระเบียบว่าด้วยการพัสดุที่หน่วยงานนั้นๆ ถือปฏิบัติ”
/๓.๒ …
- ๑๘ -
 ๓.๒ พิจารณายกเลิกมติคณะรัฐมนตรีที่ให้สิทธิพิเศษแก่หน่วยงานต่าง ๆ จำนวน                  ๒ หน่วยงาน เนื่องจากไม่มีภารกิจในการผลิต รับจ้างทำ จำหน่าย ให้บริการ หรือไม่มีความจำเป็นแล้วในสถานการณ์ปัจจุบัน หรือเป็นการให้สิทธิพิเศษที่ขัดต่อบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ และขอให้แจ้งเวียนมติคณะรัฐมนตรีให้ส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ และหน่วยงานต่างๆ ทราบต่อไป ดังนี้
 ๓.๒.๑ สิทธิพิเศษของโรงเรียนผู้ใหญ่รวมช่าง โรงเรียนผู้ใหญ่สายอาชีวศึกษา และโรงเรียนฝึกฝนอาชีพเคลื่อนที่ ตามที่คณะรัฐมนตรีมีมติเมื่อวันที่ ๘ ตุลาคม ๒๕๑๗ แจ้งตามนัยหนังสือ สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ที่ สร ๐๒๐๓/ว ๑๑๘ ลงวันที่ ๑๐ ตุลาคม ๒๕๑๗
 ๓.๒.๒ สิทธิพิเศษของบริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) หรือ องค์การโทรศัพท์        แห่งประเทศไทย เดิม ตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ ๖ ธันวาคม ๒๕๓๑ แจ้งตามนัยหนังสือ                 สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ที่ นร ๐๒๐๕/ว ๑๙๐ ลงวันที่ ๑๒ ธันวาคม ๒๕๓๑
 จึงเรียนมาเพื่อโปรดเสนอคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณา

 ขอแสดงความนับถือ

   (นายกรณ์  จาติกวณิช)
 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง

 

 

 


กรมบัญชีกลาง
สำนักมาตรฐานการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ
กลุ่มงานระเบียบว่าด้วยการพัสดุ
โทรศัพท์ ๐ ๒๒๗๓ ๙๐๒๔  ต่อ  ๔๕๕๑
โทรสาร  ๐ ๒๒๗๑ ๑๔๗๓


 ที่ กค ๐๔๒๑.๓/๕๖๑๗                        


     กระทรวงการคลัง
     ถนนพระราม ๖ กทม. ๑๐๔๐๐
 ๒๔  มีนาคม ๒๕๕๓
เรื่อง การทบทวน ปรับปรุง หรือยกเลิกมติคณะรัฐมนตรีเกี่ยวกับสิทธิพิเศษของหน่วยงานต่างๆ
เรียน เลขาธิการคณะรัฐมนตรี
อ้างถึง ๑. หนังสือสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ที่ นร ๐๕๐๕/๓๒๘๐ ลงวันที่ ๓๑ พฤษภาคม ๒๕๔๘
๒. หนังสือสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ที่ สร ๐๒๐๓/๑๘๓๘๓ ลงวันที่ ๑๗ กันยายน ๒๕๒๔
๓. หนังสือสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ด่วนมาก ที่ นร ๐๒๐๕/๔๖๓๐ ลงวันที่ ๗ เมษายน ๒๕๔๓
๔. หนังสือสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ด่วนมาก ที่ นร ๐๕๐๔/๔๘๔๙ ลงวันที่ ๑๑ เมษายน ๒๕๔๖
๕. หนังสือสำนักนายกรัฐมนตรี ที่ น.ว. ๕๖/๒๕๐๕ ลงวันที่ ๙ กรกฎาคม ๒๕๐๕
๖. หนังสือสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ที่ สร ๐๒๐๓/ว ๒๒๐ ลงวันที่ ๑๓ ตุลาคม ๒๕๒๔
๗. หนังสือสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ที่ สร ๐๔๐๓/ว ๒๔ ลงวันที่ ๓๐ มีนาคม ๒๕๑๓
๘. หนังสือสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ที่ สร ๐๒๐๓/ว ๓๔ ลงวันที่ ๒๘ มีนาคม ๒๕๑๗
๙. หนังสือสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ที่ นร ๐๒๐๓/ว ๕ ลงวันที่ ๑๖ มกราคม ๒๕๒๗
๑๐. หนังสือสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ด่วน ที่ น.ว. ๘๔/๒๕๐๖ ลงวันที่ ๓๐ ตุลาคม ๒๕๐๖
๑๑. หนังสือสำนักนายกรัฐมนตรี ที่ น.ว. ๘/๒๕๐๖ ลงวันที่ ๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๐๖
๑๒. หนังสือสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ด่วนที่สุด ที่ นร ๐๒๐๕/ว(ล) ๑๒๓๖๑ ลงวันที่ ๒๓  กันยายน ๒๕๔๑
๑๓. หนังสือกระทรวงการคลัง ด่วนที่สุด ที่ กค ๐๔๒๑.๓/๑๖๙๖๔ ลงวันที่ ๑๙ กันยายน ๒๕๕๑
๑๔. หนังสือสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ด่วนที่สุด ที่ นร ๐๕๐๕/๑๕๘๑๓ ลงวันที่ ๕ พฤศจิกายน ๒๕๕๑
๑๕. หนังสือสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ด่วนที่สุด ที่ นร ๐๕๐๕/๑๘๕๔๓ ลงวันที่ ๑๙ ธันวาคม ๒๕๕๑
๑. ความเป็นมา
 ๑.๑ สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีได้มีหนังสือที่อ้างถึง ๑ แจ้งว่า คณะรัฐมนตรีได้มีมติ เมื่อวันที่ ๘ มีนาคม ๒๕๔๘ เห็นชอบตามที่นายกรัฐมนตรีเสนอว่า ในการบริหารราชการแผ่นดินของรัฐบาล ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน คณะรัฐมนตรีได้พิจารณาตัดสินใจและลงมติในเรื่องต่างๆ เป็นจำนวนมาก           ซึ่งมติคณะรัฐมนตรีบางเรื่องอาจซ้ำซ้อน ล้าสมัย ไม่มีความจำเป็นแล้วสำหรับสถานการณ์ปัจจุบัน มีสาระ ไม่สอดคล้องกับบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ และกฎหมายปัจจุบัน ตลอดจนพระราชกฤษฎีกาว่าด้วย
/หลักเกณฑ์...
- ๒ -
หลักเกณฑ์และวิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี พ.ศ. ๒๕๔๖ จึงขอให้สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี      รับไปดำเนินการตรวจสอบเพื่อประมวล ปรับปรุง และขอยกเลิกมติคณะรัฐมนตรีที่ไม่จำเป็น และขัดกับรัฐธรรมนูญหรือกฎหมาย ซึ่งสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีได้ขอให้คณะกรรมการพิจารณาสิทธิพิเศษของหน่วยงานและรัฐวิสาหกิจพิจารณาเสนอความเห็นว่า สมควรยกเลิกหรือปรับปรุงมติคณะรัฐมนตรีเกี่ยวกับสิทธิพิเศษของหน่วยงานต่างๆ อย่างไร หรือไม่ เพราะเหตุใด
 ๑.๒ คณะกรรมการพิจารณาสิทธิพิเศษของหน่วยงานและรัฐวิสาหกิจ ซึ่งได้รับแต่งตั้ง โดยคณะรัฐมนตรี ได้พิจารณาทบทวนสิทธิพิเศษที่หน่วยงานต่างๆ ได้รับตามคำสั่งนายกรัฐมนตรี หรือ   ตามมติคณะรัฐมนตรี ในการประชุม ครั้งที่ ๒/๒๕๕๑ เมื่อวันที่ ๒๘ เมษายน ๒๕๕๑ และ ครั้งที่ ๓/๒๕๕๑ เมื่อวันที่ ๑๕ กรกฎาคม ๒๕๕๑ แล้ว เห็นสมควรเสนอคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณา (๑) พิจารณาให้หน่วยงานได้รับให้สิทธิพิเศษต่อไปตามเดิม จำนวน ๕ หน่วยงาน ได้แก่ สถานศึกษาในสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ  สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (กรมอาชีวศึกษา เดิม)  กรมราชทัณฑ์  บริษัท ไม้อัดไทย จำกัด และ องค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ เนื่องจากหน่วยงานดังกล่าวยังคงมีภารกิจสอดรับกับเจตนารมณ์ที่ให้สิทธิพิเศษไว้และยังมีความจำเป็นที่จะขอให้ได้รับสิทธิพิเศษต่อไปอีก ประกอบกับการให้สิทธิพิเศษแก่หน่วยงานต่างๆ ดังกล่าว เป็นสิทธิพิเศษประเภทไม่บังคับ กล่าวคือ เป็นทางเลือกให้ส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ หรือหน่วยงานอื่นของรัฐ จะดำเนินการจัดซื้อหรือจัดจ้างจากหน่วยงานที่ได้รับสิทธิพิเศษหรือไม่ก็ได้ หากประสงค์จะสั่งซื้อหรือสั่งจ้างจากหน่วยงานที่ได้รับสิทธิพิเศษ ให้สามารถติดต่อซื้อหรือจ้างได้โดยตรง โดยวิธีกรณีพิเศษ      ไม่ต้องแข่งขันราคา ซึ่งไม่เป็นการขัดกับรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ (๒) พิจารณาทบทวน ปรับปรุงหลักเกณฑ์การได้รับสิทธิพิเศษ จำนวน ๑ หน่วยงาน ได้แก่ วิทยาลัยเทคโนโลยีและอุตสาหกรรมต่อเรือพระนครศรีอยุธยา (โรงเรียนต่อเรือพระนครศรีอยุธยา เดิม) เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน (๓) พิจารณายกเลิกการได้รับสิทธิพิเศษ จำนวน ๓ หน่วยงาน ได้แก่ บริษัท ศรีมหาราชา จำกัด  บริษัท ไม้อัด ศรีราชา จำกัด และ มหาวิทยาลัยมหิดล เนื่องจากไม่มีภารกิจในการผลิต รับจ้างทำ จำหน่าย ให้บริการ หรือไม่มีความจำเป็นแล้วในสถานการณ์ปัจจุบัน หรือเป็นการให้สิทธิพิเศษที่ขัดต่อบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ และขอให้แจ้งเวียนมติคณะรัฐมนตรีให้ส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ และหน่วยงานต่างๆ ทราบต่อไป ดังนี้
 ๑.๒.๑. สิทธิพิเศษที่เห็นสมควรเสนอคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาให้คงไว้ต่อไป           จำนวน ๕ หน่วยงาน ดังนี้
 (๑) สถานศึกษาในสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ
 ตามที่คณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อวันที่ ๑๕ กันยายน ๒๕๒๔ แจ้งตาม   นัยหนังสือที่อ้างถึง ๒ อนุมัติให้กระทรวงศึกษาธิการมีอำนาจอนุมัติให้สถานศึกษาในสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ ได้รับสิทธิพิเศษในการรับทำครุภัณฑ์และรับทำการก่อสร้างอาคารสถานที่
/ของ ...
- ๓ -
ของสถานศึกษาตนเองหรือของส่วนราชการในสังกัดกระทรวงศึกษาธิการได้ ภายในวงเงินไม่เกิน ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาทโดยการจัดหาวัสดุอุปกรณ์สำหรับจัดทำครุภัณฑ์หรือก่อสร้างดังกล่าว ให้ดำเนินการ      ตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุ
 คณะกรรมการพิจารณาสิทธิพิเศษฯ พิจารณาแล้ว มีมติว่า เมื่อปรากฏข้อเท็จจริงว่า วิทยาลัยต่างๆ ในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ยังคงมีภารกิจที่สอดรับกับเจตนารมณ์ตามที่คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติให้สิทธิพิเศษไว้ หากมีการยกเลิกสิทธิพิเศษดังกล่าว จะส่งผลกระทบต่อการแปลงนโยบายเรียนเป็นชิ้นงานไปสู่การปฏิบัติ ดังนั้น จึงเห็นว่า เพื่อเป็นการสนับสนุน          นโยบายภาครัฐในด้านการศึกษา ให้มีการพัฒนาหลักสูตรการเรียนการสอนให้ทันต่อภาวการณ์ปัจจุบัน             จึงเห็นสมควรเสนอคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาให้การสนับสนุน โดยให้สถานศึกษาในสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ ได้รับสิทธิพิเศษดังกล่าวต่อไปตามเดิม
 (๒) สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (กรมอาชีวศึกษา เดิม)
 ตามที่คณะรัฐมนตรีมีมติเมื่อวันที่ ๔ เมษายน ๒๕๔๓ แจ้งตาม           นัยหนังสือที่อ้างถึง ๓ อนุมัติให้สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (กรมอาชีวศึกษา เดิม) ได้รับสิทธิพิเศษในการขายหรือรับจ้างงานที่อยู่ในขอบเขตของการเรียนการสอนเท่านั้น และต้องไม่เป็นการรับงาน                 ในเชิงพาณิชย์ โดยการให้สิทธิพิเศษในลักษณะไม่เป็นการบังคับ คือ ให้ขึ้นอยู่กับความประสงค์ของ            ส่วนราชการที่จะซื้อหรือจ้าง และเฉพาะกรณีที่หน่วยงานในสังกัดกระทรวงศึกษาธิการเป็นผู้ซื้อหรือผู้ว่าจ้างเท่านั้น และตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ ๑ เมษายน ๒๕๔๖ แจ้งตามนัยหนังสือที่อ้างถึง ๔ ให้สิทธิพิเศษแก่สำนักงานฯ ในการจำหน่ายนมในโครงการอาหารเสริม (นม) โรงเรียนให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หรือหน่วยงานผู้จัดซื้อนมในโครงการอาหารเสริม (นม) โรงเรียนด้วย
 คณะกรรมการพิจารณาสิทธิพิเศษฯ พิจารณาแล้ว มีมติว่า มติคณะรัฐมนตรีที่ให้สิทธิพิเศษแก่สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (กรมอาชีวศึกษา เดิม) ในการขายหรือรับจ้างงานที่อยู่ในขอบเขตของการเรียนการสอนให้แก่หน่วยงานในสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ รวมทั้งสิทธิพิเศษ      ในการจำหน่ายนมในโครงการอาหารเสริม (นม) โรงเรียน ให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หรือหน่วยงานผู้จัดซื้อนมในโครงการอาหารเสริม (นม) โรงเรียน นั้น เป็นสิทธิพิเศษประเภทไม่บังคับ มีวัตถุประสงค์เพื่อสานนโยบายของกระทรวงศึกษาธิการที่จะให้การร่วมมือกันระหว่างส่วนราชการในสังกัดกระทรวงศึกษาธิการในการสร้างงาน สร้างรายได้ให้แก่นักเรียน นักศึกษาและพัฒนาการเรียนการสอน ให้บรรลุผลอย่างเป็นรูปธรรม ในขณะเดียวกันหากเกิดปัญหาจากการรับงาน การแก้ไขปัญหาระหว่างหน่วยงานภายในสังกัดกระทรวงศึกษาธิการด้วยกันเองย่อมจะสามารถประสานงานได้สะดวกรวดเร็วกว่าการแก้ปัญหากับ        ส่วนราชการนอกสังกัดหรือหน่วยงานอื่นๆ เมื่อปรากฏข้อเท็จจริงว่า สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ยังคงมีภารกิจที่สอดรับกับเจตนารมณ์ตามที่คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติให้สิทธิพิเศษไว้เดิม หากมีการปรับปรุง
/หรือ ...
- ๔ -
หรือยกเลิกสิทธิพิเศษดังกล่าวจะส่งผลกระทบต่อนโยบายของรัฐบาลในด้านการศึกษาที่มุ่งเน้นการพัฒนาหลักสูตรการเรียนการสอนให้ทันต่อสภาวการณ์ปัจจุบัน จึงเห็นสมควรเสนอคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาให้การสนับสนุน โดยให้สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (กรมอาชีวศึกษา เดิม) ได้รับสิทธิพิเศษดังกล่าวต่อไปตามเดิม
 (๓) กรมราชทัณฑ์
 ตามที่นายกรัฐมนตรีมีคำสั่ง แจ้งตามนัยหนังสือที่อ้างถึง ๕ และ ๖ อนุมัติให้เรือนจำ ทัณฑสถาน สถานอบรมและฝึกอาชีพลาดยาว และร้านค้าของกรมราชทัณฑ์ ซึ่งเป็นสถานที่ที่รับมอบสิ่งของจากทัณฑสถานมาเผยแพร่ ได้รับสิทธิพิเศษในการจำหน่ายหรือรับจ้างผลิตสิ่งของไว้ใช้ในราชการให้แก่ส่วนราชการ โดยให้รวมถึงงานก่อสร้างเฉพาะกรณีที่ส่วนราชการประสงค์จะจ้างกรมราชทัณฑ์เท่านั้น ทั้งนี้ จะต้องเป็นไปตามพระราชบัญญัติการประกอบอาชีพงานก่อสร้าง พ.ศ. ๒๕๒๒ โดยไม่ต้องประกวดราคาหรือสืบราคา
 คณะกรรมการพิจารณาสิทธิพิเศษฯ พิจารณาแล้ว มีมติว่า สิทธิพิเศษ    ที่นายกรัฐมนตรีมีคำสั่งอนุมัติให้แก่กรมราชทัณฑ์ดังกล่าวข้างต้น เป็นสิทธิพิเศษประเภทไม่บังคับ โดย       มีวัตถุประสงค์เพื่อให้การฝึกอาชีพแก่ผู้ต้องขังให้ได้ผลดี ซึ่งจะเป็นการส่งเสริมให้ผู้ต้องขังที่ได้รับการอบรมและฝึกวิชาชีพ ฝึกทักษะความชำนาญ ในขณะที่ต้องโทษอยู่ในเรือนจำและทัณฑสถานต่างๆ สามารถนำความรู้ในวิชาชีพที่ได้รับจากการฝึกและอบรมไปประกอบวิชาชีพโดยสุจริตภายหลังจากพ้นโทษแล้ว ซึ่งจะเป็นการสร้างงาน สร้างรายได้ ให้ผู้ต้องขังได้มีเงินสำรองภายหลังจากพ้นโทษ ไม่เป็นภาระต่อสังคม และยังเป็นการเปิดโอกาสผู้ต้องขังได้ปรับเปลี่ยนทัศนคติว่าสังคมยังให้โอกาสได้กลับตัวเป็นคนดีต่อไป ดังนั้น เมื่อปรากฏข้อเท็จจริงว่า ปัจจุบันกรมฯ ยังคงมีภารกิจที่สอดรับกับเจตนารมณ์ตามที่นายกรัฐมนตรีมีคำสั่งอนุมัติให้ สิทธิพิเศษไว้ และกรมฯ ยังมีแผนการดำเนินงานจัดหางานและการประชาสัมพันธ์แก่หน่วยงานราชการ รัฐวิสาหกิจ และหน่วยงานอื่นของรัฐ ตลอดจนภาคเอกชนเพื่อให้ได้เข้าใจถึงภารกิจของกรมฯ อย่างชัดเจน ประกอบกับสถิติในการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ที่ผ่านมา ยังมีหน่วยงานของทางราชการให้ความสนใจและ       ให้การสนับสนุนโดยการสั่งซื้อหรือสั่งจ้างเป็นจำนวนมาก ดังนั้น เพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบต่อภารกิจ         ของกรมราชทัณฑ์ในการแก้ไข ฟื้นฟู และพัฒนาพฤตินิสัยให้ผู้ต้องขัง และจะได้ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ จึงเห็นสมควรเสนอคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาให้การสนับสนุน โดยให้กรมราชทัณฑ์ได้รับสิทธิพิเศษดังกล่าวต่อไปตามเดิม
 (๔) บริษัท ไม้อัดไทย จำกัด
 ตามที่คณะรัฐมนตรีมีมติเมื่อวันที่ ๒๔ มีนาคม ๒๕๑๓ และวันที่ ๒๖ มีนาคม ๒๕๑๗ แจ้งตามนัยหนังสือที่อ้างถึง ๗ และ ๘ อนุมัติให้บริษัท ไม้อัดไทย จำกัด ได้รับสิทธิพิเศษ  ในการสั่งซื้อผลิตภัณฑ์ต่างๆ ของบริษัทฯ โดยกำหนดให้ส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ และหน่วยงานอื่นของรัฐ
/ตลอดจน ...
- ๕ -
ตลอดจนบริษัทฯ ซึ่งอยู่ในความควบคุมของรัฐบาล สั่งซื้อผลิตภัณฑ์ต่างๆจากบริษัทฯ ได้โดยวิธีกรณีพิเศษโดยไม่ต้องสืบราคาหรือประกวดราคา
 คณะกรรมการพิจารณาสิทธิพิเศษฯ พิจารณาแล้ว มีมติว่า ปัจจุบัน บริษัท ไม้อัดไทย จำกัด มีสถานะเป็นรัฐวิสาหกิจที่อยู่ในความควบคุมของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ  และสิ่งแวดล้อม และยังคงมีภารกิจในการผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ของบริษัทฯ ที่มีคุณภาพ                  และได้มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมทุกผลิตภัณฑ์ ประกอบกับจากสถิติในการสั่งซื้อผลิตภัณฑ์ที่ผ่านมาระหว่างปี พ.ศ. ๒๕๔๗ – ๒๕๕๐ ปรากฏว่า ยังมีส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ และหน่วยงานอื่นของรัฐ           ใช้บริการสั่งซื้อผลิตภัณฑ์จากบริษัทฯ อยู่ต่อไปเป็นจำนวนมาก นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังให้ส่วนลดพิเศษ      แก่ทางราชการที่มีการสั่งซื้อหรือสั่งจ้างทำผลิตภัณฑ์จากบริษัทฯ โดยตรงและบริการจัดส่งให้ฟรีอีกด้วย    อีกทั้งยังมีแผนการดำเนินการพัฒนาศักยภาพในการผลิตสินค้าให้ได้คุณภาพ และดำเนินการจำหน่ายอยู่ต่อไป โดยที่สิทธิพิเศษที่บริษัท ไม้อัดไทย จำกัด ได้รับเป็นสิทธิพิเศษประเภท ไม่บังคับ ซึ่งกำหนดให้เป็นทางเลือกของหน่วยงานต่างๆ ของทางราชการ ที่จะใช้ดุลพินิจในการเลือกซื้อสินค้า หรือใช้บริการจากบริษัทฯ หรือไม่ก็ได้ ดังนั้น เพื่อให้การดำเนินการจัดหาพัสดุของทางราชการได้ใช้สินค้าที่มีคุณภาพดีได้มาตรฐาน และเกิดความสะดวก คล่องตัวและรวดเร็วในการจัดหา ซึ่งจะเกิดประโยชน์สูงสุดต่อทางราชการ จึงเห็นสมควรเสนอคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาให้การสนับสนุน โดยให้บริษัท ไม้อัดไทย จำกัด ได้รับสิทธิพิเศษดังกล่าวต่อไปตามเดิม
 (๕) องค์การอุตสาหกรรมป่าไม้
 ตามที่คณะรัฐมนตรีมีมติเมื่อวันที่ ๑๐ มกราคม ๒๕๒๗ แจ้งตาม              นัยหนังสือที่อ้างถึง ๙  อนุมัติให้องค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ ได้รับสิทธิพิเศษในการจำหน่ายผลิตภัณฑ์      และบริการอบไม้ ไสไม้ อัดน้ำยาไม้ โดยกำหนดให้ส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ หน่วยงานตามกฎหมาย          ว่าด้วยระเบียบบริหารราชการส่วนท้องถิ่น หน่วยงานอื่นซึ่งมีกฎหมายบัญญัติให้มีฐานะเป็นราชการบริหารส่วนท้องถิ่น หรือหน่วยงานอื่นของรัฐ ซื้อผลิตภัณฑ์ไม้และใช้บริการอบไม้ ไสไม้ อัดน้ำยาไม้ จากองค์การฯ ได้ โดยวิธีกรณีพิเศษ
 คณะกรรมการพิจารณาสิทธิพิเศษฯ พิจารณาแล้ว มีมติว่า เนื่องจากปัจจุบันองค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ ซึ่งอยู่ในความควบคุมของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ยังคงมีภารกิจในจำหน่ายผลิตภัณฑ์และให้บริการเกี่ยวกับการอบไม้ ไสไม้ อัดน้ำยาไม้ ตามที่คณะรัฐมนตรี มีมติให้สิทธิพิเศษไว้ข้างต้น ประกอบกับสถิติในการจำหน่ายและการให้บริการระหว่าง ปี พ.ศ. ๒๕๔๗ - ๒๕๕๐ ปรากฏว่า ยังมีส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ และหน่วยงานอื่นของรัฐซื้อผลิตภัณฑ์ และใช้บริการจากองค์การฯ เป็นจำนวนมาก นอกจากนี้ องค์การฯ ยังมีแผนการดำเนินการจำหน่ายอยู่ต่อไป โดยที่สิทธิพิเศษที่องค์การฯ ได้รับเป็นสิทธิพิเศษประเภทไม่บังคับ ซึ่งถือได้ว่าเป็นทางเลือกของหน่วยงานต่างๆ ของทางราชการ ที่จะใช้
/ดุลพินิจ …
- ๖ -
ดุลพินิจในการเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ หรือใช้บริการจากองค์การฯ ดังนั้น เพื่อให้การดำเนินการจัดหาพัสดุ       ในเรื่องดังกล่าวของทางราชการเกิดความสะดวก คล่องตัว และรวดเร็ว ซึ่งจะเกิดประโยชน์สูงสุดต่อทางราชการ จึงเห็นสมควรเสนอคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาให้การสนับสนุน โดยให้องค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ได้รับสิทธิพิเศษดังกล่าวต่อไปตามเดิม
 ๑.๒.๒ สิทธิพิเศษที่เห็นสมควรเสนอคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาทบทวน ปรับปรุงหลักเกณฑ์การได้รับสิทธิพิเศษ จำนวน ๑ หน่วยงาน ได้แก่ วิทยาลัยเทคโนโลยีและอุตสาหกรรมต่อเรือพระนครศรีอยุธยา (โรงเรียนต่อเรือพระนครศรีอยุธยา เดิม)
 ตามที่คณะรัฐมนตรีมีมติเมื่อวันที่ ๒๙ ตุลาคม ๒๕๐๖ แจ้งตามนัยหนังสือ  ที่อ้างถึง ๑๐ อนุมัติให้วิทยาลัยเทคโนโลยีและอุตสาหกรรมการต่อเรือพระนครศรีอยุธยา (โรงเรียนช่างต่อเรือพระนครศรีอยุธยา เดิม) ได้รับสิทธิพิเศษในการรับจ้างทำการต่อเรือไม้ที่ใช้ในลำน้ำไทย โดยกำหนดให้  ส่วนราชการต่างๆ ที่ประสงค์จะจ้างเหมาต่อเรือ หรือซ่อมแซม ดัดแปลงเรือไม้ชนิดต่างๆ ขอให้พิจารณาสั่งจ้างวิทยาลัยเทคโนโลยีและอุตสาหกรรมการต่อเรือพระนครศรีอยุธยาเป็นผู้จัดทำ เพื่อเป็นการส่งเสริมนโยบายของรัฐบาลในอันที่จะเพิ่มพูนและเร่งรัดผลิตผลทางอุตสาหกรรม
 คณะกรรมการพิจารณาสิทธิพิเศษฯ พิจารณาแล้ว มีมติว่า วิทยาลัยเทคโนโลยีและอุตสาหกรรมการต่อเรือพระนครศรีอยุธยา ยังมีการรับจ้างทำการต่อเรือไม้ที่ใช้ในลำน้ำไทยอยู่ และมีนโยบายในการเรียนการสอนเป็นชิ้นงาน ซึ่งเป็นกระบวนการเรียนการสอนต่อเนื่องเชื่อมโยงครบวงจรจากผู้ผลิต   ไปจนถึงผู้จำหน่าย โดยให้ผู้เรียนได้มีโอกาสฝึกภาคปฏิบัติ จากสถานการณ์จริง ประกอบกับปัจจุบันสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษามีสถานศึกษาประเภทวิทยาลัยเทคโนโลยีและอุตสาหกรรมการต่อเรือในสังกัด ที่มีศักยภาพในการต่อเรือเพิ่มขึ้น และยังคงมีภารกิจที่สอดรับกับเจตนารมณ์ตามที่คณะรัฐมนตรีอนุมัติให้สิทธิพิเศษไว้ตามนัยข้างต้น อีกทั้ง สถานศึกษาดังกล่าวยังมีความสามารถในการนำความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้ในการต่อเรือ ซ่อมแซม หรือดัดแปลงเรือ โดยการใช้ไฟเบอร์กลาส นอกเหนือไปจากการใช้วัสดุไม้ได้อีก ดังนั้น เพื่อเป็นการสนับสนุนนโยบายภาครัฐในด้านการศึกษา          ให้มีการพัฒนาหลักสูตรการเรียนการสอนให้ทันต่อภาวการณ์ปัจจุบัน จึงเห็นสมควรให้มีการทบทวน      การให้สิทธิพิเศษดังกล่าวเพิ่มเติม โดยให้ครอบคลุมสถานศึกษาในสังกัดกระทรวงศึกษาธิการที่มีหลักสูตรการเรียนการสอนที่อยู่ภายใต้วัตถุประสงค์ตามที่คณะรัฐมนตรีมีมติไว้ตามนัยข้างต้นด้วย ดังนั้น                  จึงเห็นสมควรเสนอคณะรัฐมนตรีให้ยกเลิกมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ ๒๙ ตุลาคม ๒๕๐๖ แจ้งตามนัยหนังสือสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ด่วน ที่ น.ว. ๘๔/๒๕๐๖ ลงวันที่ ๓๐ ตุลาคม ๒๕๐๖ และปรับปรุงการให้สิทธิพิเศษแก่หน่วยงานดังกล่าว โดยกำหนดหลักเกณฑ์การให้สิทธิพิเศษแก่สถานศึกษาประเภทวิทยาลัยเทคโนโลยีและอุตสาหกรรมต่อเรือในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ ในการรับจ้างต่อเรือ ประเภทไม่บังคับขึ้นมาใหม่ และให้แจ้งเวียนมติคณะรัฐมนตรีให้ส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ และหน่วยงานอื่นของรัฐทราบต่อไป ดังนี้
/“ให้ …
- ๗ -
 “ให้ส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ หรือหน่วยงานอื่นของรัฐ ที่ประสงค์จะจ้างเหมาต่อเรือ ซ่อมแซม หรือดัดแปลงเรือไม้ หรือเรือไฟเบอร์กลาส ชนิดต่างๆ จากสถานศึกษาประเภทวิทยาลัยเทคโนโลยีและอุตสาหกรรมต่อเรือ ในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ ที่มีหลักสูตรการเรียนการสอนในเรื่องดังกล่าว ให้สั่งจ้างได้ โดยวิธีกรณีพิเศษ         โดยไม่ต้องสอบราคาหรือประกวดราคา ตามระเบียบว่าด้วยการพัสดุที่หน่วยงานนั้นๆ ถือปฏิบัติ”
 ๑.๒.๓ เห็นสมควรเสนอคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณายกเลิกการได้รับสิทธิพิเศษ จำนวน ๓ หน่วยงาน ดังนี้
 (๑) บริษัท ศรีมหาราชา จำกัด และ บริษัท ไม้อัดศรีราชา จำกัด
 ตามคำสั่งนายกรัฐมนตรี แจ้งตามนัยหนังสือที่อ้างถึง ๑๑ อนุมัติให้บริษัท ศรีมหาราชา จำกัด และบริษัท ไม้อัดศรีราชา จำกัด ได้รับสิทธิพิเศษตามที่ประธานกรรมการ ทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์เสนอ โดยให้กระทรวง ทบวง กรม ที่ประสงค์จะสั่งซื้อไม้แปรรูปจาก    บริษัท ศรีมหาราชา จำกัด และบริษัท ไม้อัดศรีราชา จำกัด ให้สั่งซื้อได้โดยวิธีกรณีพิเศษ โดยไม่ต้องทำการประกวดราคาหรือสืบราคา ตามนัยแห่งระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุ
 คณะกรรมการพิจารณาสิทธิพิเศษฯ พิจารณาแล้ว มีมติว่า เมื่อข้อเท็จจริงปรากฏตามคำชี้แจงของสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ ว่า บริษัท ศรีมหาราชา จำกัด และ      บริษัท ไม้อัดศรีราชา จำกัด ประสบภาวการณ์ขาดทุนต่อเนื่องเป็นเวลาหลายปี และปัจจุบันได้หยุดดำเนินกิจการดังกล่าวไปแล้ว จึงไม่มีความจำเป็นในสถานการณ์ปัจจุบัน ดังนั้น จึงเห็นสมควรเสนอคณะรัฐมนตรี        เพื่อพิจารณายกเลิกการให้สิทธิพิเศษดังกล่าวแก่ บริษัท ศรีมหาราชา จำกัด และบริษัท ไม้อัดศรีราชา จำกัด และแจ้งเวียนมติคณะรัฐมนตรีให้ส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ และหน่วยงานอื่นของรัฐ ทราบต่อไป
 (๒) มหาวิทยาลัยมหิดล
 ตามที่คณะรัฐมนตรีมีมติเมื่อวันที่ ๑๕ กันยายน ๒๕๔๑ แจ้งตาม        นัยหนังสือที่อ้างถึง ๑๒ อนุมัติให้ศูนย์ประยุกต์และบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยมหิดล ได้รับสิทธิพิเศษ     ในการจำหน่ายหรือรับจ้างผลิตหุ่นจำลองอวัยวะภายในของมนุษย์ โดยกำหนดให้ส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ หน่วยงานตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบบริหารราชการส่วนท้องถิ่น หน่วยงานอื่นซึ่งมีกฎหมายบัญญัติ         ให้มีฐานะเป็นราชการบริหารส่วนท้องถิ่น หรือหน่วยงานอื่นของรัฐ ที่มีความประสงค์จะซื้อหรือจ้าง   เฉพาะการทำหุ่นจำลองอวัยวะภายในของมนุษย์จากศูนย์ประยุกต์และบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยมหิดล สามารถดำเนินการจัดซื้อหรือจ้างได้โดยวิธีกรณีพิเศษ
 คณะกรรมการพิจารณาสิทธิพิเศษฯ พิจารณาแล้ว มีมติว่า เมื่อปรากฏตามคำชี้แจงของมหาวิทยาลัยมหิดล ว่า ไม่ประสงค์ที่จะขอรับสิทธิพิเศษต่อไป โดยขอยกเลิกการได้รับสิทธิพิเศษในการจำหน่ายและรับจ้างผลิตหุ่นจำลองอวัยวะภายในของมนุษย์ ตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่
/๑๕ …
- ๘ -
๑๕ กันยายน ๒๕๔๑ ข้างต้น ดังนั้น จึงเห็นสมควรเสนอคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณายกเลิกการให้สิทธิพิเศษ     ในเรื่องดังกล่าวแก่มหาวิทยาลัยมหิดล และแจ้งเวียนมติคณะรัฐมนตรีให้ส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ และหน่วยงานอื่นของรัฐทราบต่อไป
 กระทรวงการคลังพิจารณาแล้ว เห็นด้วยกับมติของคณะกรรมการพิจารณาสิทธิพิเศษฯ ตามนัยข้อ ๑.๒.๑ – ๑.๒.๓ ข้างต้น และได้มีหนังสือที่อ้างถึง ๑๓ แจ้งความเห็นดังกล่าวไปยังสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีเพื่อเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณา
 ๑.๓ ต่อมา สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีได้มีหนังสือที่อ้างถึง ๑๔ ขอให้คณะกรรมการพิจารณาสิทธิพิเศษฯ ยืนยันความถูกต้องของข้อมูลที่สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีได้จัดทำข้อเสนอของกระทรวงการคลังในรูปตารางสรุปผลกระทบต่อมติคณะรัฐมนตรี ตลอดจนให้ข้อคิดเห็นเกี่ยวกับแนวทาง   ที่สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีเสนอปรับปรุงข้อเสนอของกระทรวงการคลังในส่วนของกรมราชทัณฑ์ และ บริษัท ไม้อัดไทย จำกัด โดยให้ผนวกรวมคำสั่งหรือมติคณะรัฐมนตรีที่ให้สิทธิพิเศษแก่หน่วยงานดังกล่าว   ที่มีอยู่หลายฉบับให้เป็นฉบับเดียว เพื่อสร้างความชัดเจน สามารถนำมาอ้างอิงและถือปฏิบัติได้อย่างสะดวก นอกจากนี้ สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีได้มีหนังสือที่อ้างถึง ๑๕ ส่งเรื่องดังกล่าวซึ่งอยู่ระหว่างดำเนินการ ในขั้นตอนก่อนนำเสนอคณะรัฐมนตรี เพื่อให้คณะกรรมการพิจารณาสิทธิพิเศษฯ พิจารณาอีกครั้งหนึ่ง เนื่องจากได้มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งนายกรัฐมนตรี ตามประกาศลงวันที่ ๑๗ ธันวาคม ๒๕๕๑
 ๒. การดำเนินการ
 ๒.๑ คณะกรรมการพิจารณาสิทธิพิเศษของหน่วยงานและรัฐวิสาหกิจ ซึ่งได้รับแต่งตั้ง โดยคณะรัฐมนตรี ได้พิจารณาเรื่องดังกล่าวตามคำร้องขอของสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ในการประชุม ครั้งที่ ๑/๒๕๕๒ เมื่อวันที่ ๒ เมษายน ๒๕๕๒ แล้ว มีความเห็นดังนี้
 ๒.๑.๑ กรณีที่ขอให้พิจารณาเรื่องการทบทวน ปรับปรุง หรือยกเลิกมติคณะรัฐมนตรีเกี่ยวกับสิทธิพิเศษของหน่วยงานต่าง ๆ ตามที่ได้เสนอไป และอยู่ในระหว่างดำเนินการในขั้นตอนก่อนเสนอคณะรัฐมนตรีอีกครั้ง นั้น คณะกรรมการพิจารณาสิทธิพิเศษฯ เห็นควรยืนตามความเห็นเดิม เว้นแต่ กรณีสิทธิพิเศษของ (๑) กรมราชทัณฑ์ และ (๒) บริษัท ศรีมหาราชา จำกัด และ บริษัท ไม้อัดศรีราชา จำกัด เนื่องจากเป็นการให้สิทธิเศษโดยคำสั่งนายกรัฐมนตรี ตามนัยระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุ พ.ศ. ๒๕๓๕ และที่แก้ไขเพิ่มเติม ข้อ ๒๖ (๑) ดังนั้น เพื่อให้สอดคล้องกับอำนาจหน้าที่ตามที่ระเบียบฯ กำหนดไว้ จึงเห็นควรให้อธิบดีกรมบัญชีกลางในฐานะประธานคณะกรรมการพิจารณาสิทธิพิเศษฯ ลงนามในหนังสือแจ้งผลการพิจารณาของคณะกรรมการพิจารณาสิทธิพิเศษฯ ไปยังนายกรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาโดยตรงต่อไป
 ๒.๑.๒ กรณีที่ขอให้ยืนยันความถูกต้องของข้อมูล นั้น เห็นว่า ตารางสรุปผลกระทบ   ต่อมติคณะรัฐมนตรีที่สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีจัดทำขึ้น ถูกต้องตามความเห็นของคณะกรรมการ
/พิจารณา …
- ๙ -
พิจารณาสิทธิพิเศษฯ แล้ว ทั้งนี้ ให้ตัดข้อมูลสิทธิพิเศษในส่วนของ (๑) กรมราชทัณฑ์ และ (๒) บริษัท       ศรีมหาราชา จำกัด และ บริษัท ไม้อัดศรีราชา จำกัด เพื่อให้สอดคล้องกับแนวทางตามข้อ ๒.๑.๑
 ๒.๑.๓ กรณีที่ขอให้พิจารณาให้ข้อคิดเห็นเกี่ยวกับแนวทางการปรับปรุงข้อเสนอของคณะกรรมการพิจารณาสิทธิพิเศษฯ ในส่วนของกรมราชทัณฑ์ และ บริษัท ไม้อัดไทย จำกัด นั้น เห็นว่า    การผนวกรวมมติคณะรัฐมนตรี และคำสั่งนายกรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องที่อนุมัติให้สิทธิพิเศษแก่หน่วยงานดังกล่าวให้เป็นมติเดียว เพื่อสร้างความชัดเจน สามารถนำมาอ้างอิงและถือปฏิบัติได้อย่างสะดวก คณะกรรมการพิจารณาสิทธิพิเศษฯ เห็นด้วยกับหลักการดังกล่าว แต่เพื่อให้เกิดความถูกต้องชัดเจน  ประกอบกับการให้สิทธิพิเศษทั้งสองเรื่องเป็นประเภทไม่บังคับ จึงมีความเห็นเพิ่มเติมว่า ตามร่างที่       สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีเสนอแก้ไขโดยให้ผนวกรวมการให้สิทธิพิเศษในเรื่องเดียวกันไว้เป็นมติเดียวโดยได้กำหนดให้ซื้อหรือจ้างจากหน่วยงานที่ได้รับสิทธิพิเศษโดยใช้วิธีพิเศษนั้น ยังไม่ถูกต้อง ที่ถูกต้องคือวิธีกรณีพิเศษ แต่อย่างไรก็ดี เนื่องจากสิทธิพิเศษที่หน่วยงานต่าง ๆ ได้รับ ตามมติของคณะรัฐมนตรีมีผลใช้กับการจัดหาพัสดุของส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ และหน่วยงานอื่นของรัฐ ซึ่งแต่ละหน่วยงานอาจมีการปรับปรุงวิธีการจัดหาพัสดุโดยไม่ได้ระบุว่าเป็นวิธีกรณีพิเศษ แต่อาจเรียกชื่ออย่างอื่นซึ่งมีวิธีการเช่นเดียวกัน           กับวิธีกรณีพิเศษ ดังนั้น จึงเห็นสมควรปรับปรุงข้อความตามที่สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีได้จัดทำไว้ใหม่ เพื่อให้สามารถใช้กับการจัดหาพัสดุสำหรับทุกหน่วยงานได้ ดังนี้
 (๑) กรมราชทัณฑ์
 ผนวกรวมสาระสำคัญของคำสั่งนายกรัฐมนตรี แจ้งตามนัยหนังสือ         สำนักนายกรัฐมนตรี ที่ น.ว. ๕๖/๒๕๐๕ ลงวันที่ ๙ กรกฎาคม ๒๕๐๕ และ คำสั่งนายกรัฐมนตรี แจ้งตาม นัยหนังสือสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ที่ สร ๐๒๐๓/ว ๒๒๐ ลงวันที่ ๑๓ ตุลาคม ๒๕๒๔ ให้เป็นคำสั่งฉบับเดียว ดังนี้
 “ให้ส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ หรือหน่วยงานของอื่นรัฐ ที่ประสงค์         จะสั่งจ้างหรือสั่งซื้อสิ่งของไว้ใช้ในราชการ จากเรือนจำ ทัณฑสถาน สถานอบรมและฝึกอาชีพลาดยาว    และร้านค้าของกรมราชทัณฑ์ ซึ่งเป็นสถานที่ที่รับมอบสิ่งของจากทัณฑสถานมาเผยแพร่ ให้สามารถติดต่อซื้อหรือจ้างได้โดยตรง โดยไม่ต้องแข่งขันราคา ตามระเบียบที่หน่วยงานนั้น ๆ ถือปฏิบัติ ซึ่งการสั่งจ้าง      ในกรณีนี้ ให้รวมถึงงานจ้างก่อสร้างที่ส่วนราชการประสงค์จะจ้างจากกรมราชทัณฑ์เท่านั้น ทั้งนี้ จะต้องเป็นไปตามพระราชบัญญัติการประกอบอาชีพงานก่อสร้าง พ.ศ. ๒๕๒๒”
 อนึ่ง เนื่องจากเป็นการให้สิทธิเศษโดยคำสั่งนายกรัฐมนตรี ตามนัยระเบียบฯ ข้อ ๒๖ (๑) ดังนั้น เพื่อให้สอดคล้องกับอำนาจหน้าที่ตามที่ระเบียบฯ กำหนดไว้ จึงเห็นควรให้อธิบดีกรมบัญชีกลางในฐานะประธานคณะกรรมการพิจารณาสิทธิพิเศษฯ ลงนามในหนังสือแจ้งผลการพิจารณาของคณะกรรมการพิจารณาสิทธิพิเศษฯ ไปยังนายกรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาโดยตรงต่อไป
/(๒) …
- ๑๐ -
 (๒) บริษัท ไม้อัดไทย จำกัด
 ผนวกรวมสาระสำคัญของมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ ๒๔ มีนาคม ๒๕๑๓ และ มติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ ๒๖ มีนาคม ๒๕๑๗ ให้เป็นมติคณะรัฐมนตรีเดียว ดังนี้
 “ให้ส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ หรือหน่วยงานอื่นของรัฐ ที่ประสงค์      จะสั่งซื้อผลิตภัณฑ์ต่างๆ จากบริษัท ไม้อัดไทย จำกัด ให้สามารถติดต่อซื้อได้โดยตรง โดยไม่ต้องแข่งขันราคาตามระเบียบที่หน่วยงานนั้น ๆ ถือปฏิบัติ”
 ๒.๒ ต่อมา คณะกรรมการพิจารณาสิทธิพิเศษฯ ในคราวประชุมครั้งที่ ๒/๒๕๕๒         เมื่อวันที่ ๒๑ เมษายน ๒๕๕๒ ได้มีมติให้ปรับปรุงถ้อยคำที่ระบุวิธีดำเนินการสำหรับหน่วยงานที่ประสงค์     จะสั่งซื้อหรือสั่งจ้าง ในเรื่องที่ได้พิจารณาไปแล้ว จากเดิม “ให้สามารถติดต่อซื้อหรือจ้างได้โดยตรง         โดยไม่ต้องแข่งขันราคา ตามระเบียบที่หน่วยงานนั้นๆ ถือปฏิบัติ” เป็น “ให้สามารถติดต่อซื้อหรือจ้าง         ได้โดยตรง โดยวิธีกรณีพิเศษ หรือที่เรียกชื่ออย่างอื่นซึ่งมีวิธีการทำนองเดียวกันตามระเบียบว่าด้วยการพัสดุที่หน่วยงานนั้นๆ ถือปฏิบัติ” ทั้งนี้ เพื่อให้เป็นไปในแนวทางเดียวกัน ก่อนเสนอคณะรัฐมนตรีหรือนายกรัฐมนตรีพิจารณา แล้วแต่กรณี
 ๓. ประเด็นเสนอคณะรัฐมนตรี
 กระทรวงการคลังพิจารณาแล้ว เห็นชอบด้วยกับมติของคณะกรรมการพิจารณาสิทธิพิเศษของหน่วยงานและรัฐวิสาหกิจตามนัยข้างต้น โดยเห็นควรผนวกรวมมติตามนัยข้อ ๒.๑ และ ๒.๒            และเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณา ดังนี้
 ๓.๑ พิจารณาให้หน่วยงานคงได้รับสิทธิพิเศษต่อไป จำนวน ๕ หน่วยงาน เนื่องจาก   ยังคงมีภารกิจสอดรับกับวัตถุประสงค์ของมติคณะรัฐมนตรีที่อนุมัติให้ได้รับสิทธิพิเศษไว้ และยังมีความจำเป็นที่จะขอให้ได้รับสิทธิพิเศษต่อไปอีก ประกอบกับเป็นการให้สิทธิพิเศษประเภทไม่บังคับ ซึ่งไม่เป็นการขัด ต่อรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ ดังนี้
 ๓.๑.๑ พิจารณาให้หน่วยงานคงได้รับสิทธิพิเศษต่อไปตามหลักเกณฑ์หรือเงื่อนไขเดิม จำนวน ๑ หน่วยงาน ได้แก่ สถานศึกษาในสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ ตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ ๑๕ กันยายน ๒๕๒๔ แจ้งตามนัยหนังสือสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ที่ สร ๐๒๐๓/๑๘๓๘๓ ลงวันที่ ๑๗ กันยายน ๒๕๒๔
 ๓.๑.๒ พิจารณาให้หน่วยงานคงได้รับสิทธิพิเศษต่อไป โดยปรับปรุงหลักเกณฑ์หรือเงื่อนไขการได้รับสิทธิพิเศษของหน่วยงานต่าง ๆ จำนวน ๔ หน่วยงาน เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์
ปัจจุบัน และขอให้แจ้งเวียนมติคณะรัฐมนตรีให้ส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ และหน่วยงานอื่นของรัฐ       ทราบต่อไป ดังนี้
/(๑) …
- ๑๑ -
 (๑) วิทยาลัยเทคโนโลยีและอุตสาหกรรมการต่อเรือพระนครศรีอยุธยา (โรงเรียนต่อเรือพระนครศรีอยุธยา เดิม) โดยยกเลิกมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ ๒๙ ตุลาคม ๒๕๐๖ แจ้งตามนัยหนังสือสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ด่วน ที่ น.ว. ๘๔/๒๕๐๖ ลงวันที่ ๓๐ ตุลาคม ๒๕๐๖ โดยกำหนดหลักเกณฑ์หรือเงื่อนไขการให้สิทธิพิเศษขึ้นมาใหม่ ดังนี้
 “ให้ส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ หรือหน่วยงานอื่นของรัฐ ที่ประสงค์      จะจ้างเหมาต่อเรือ ซ่อมแซม หรือดัดแปลงเรือไม้ หรือเรือไฟเบอร์กลาส ชนิดต่างๆ จากสถานศึกษา   ประเภทวิทยาลัยเทคโนโลยีและอุตสาหกรรมต่อเรือ ในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ ที่มีหลักสูตรการเรียนการสอนในเรื่องดังกล่าว ให้สามารถติดต่อจ้างได้โดยตรง        โดยวิธีกรณีพิเศษ หรือที่เรียกชื่ออย่างอื่นซึ่งมีวิธีการทำนองเดียวกัน ตามระเบียบว่าด้วยการพัสดุที่หน่วยงานนั้นๆ ถือปฏิบัติ”
 (๒) สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (กรมอาชีวศึกษา เดิม)         โดยยกเลิกมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ ๔ เมษายน ๒๕๔๓ และ วันที่ ๑ เมษายน ๒๕๔๖ แจ้งตามนัยหนังสือ             สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ด่วนมาก ที่ นร ๐๒๐๕/๔๖๓๐ ลงวันที่ ๗ เมษายน ๒๕๔๓ และ ด่วนมาก     ที่ นร ๐๕๐๔/๔๘๔๙ ลงวันที่ ๑๑ เมษายน ๒๕๔๖ ตามลำดับ โดยกำหนดหลักเกณฑ์หรือเงื่อนไขการให้สิทธิพิเศษขึ้นมาใหม่ ดังนี้
 (๒.๑) กรณีสิทธิพิเศษในการขายหรือรับจ้างงานที่อยู่ในขอบเขตของการเรียนการสอน เห็นควรปรับปรุงหลักเกณฑ์หรือเงื่อนไขจากเดิม เป็นดังนี้
 “อนุมัติให้สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษาได้รับ    สิทธิพิเศษในการขายหรือรับจ้าง โดยให้เฉพาะหน่วยงานในสังกัดกระทรวงศึกษาธิการที่ประสงค์จะซื้อ  หรือจ้าง สามารถติดต่อซื้อหรือจ้างได้โดยตรง โดยวิธีกรณีพิเศษ ตามระเบียบว่าด้วยการพัสดุที่หน่วยงานนั้นๆ ถือปฏิบัติ ภายใต้เงื่อนไข ดังนี้
 - งานที่รับทำต้องอยู่ในขอบเขตของการเรียนการสอนเท่านั้น และต้องไม่เป็นการรับงานในเชิงพาณิชย์
 - ต้องปฏิบัติตามกฎเกณฑ์ของวิชาชีพกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับในเรื่องนั้น ๆ ได้กำหนดไว้ เช่น การมีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพออกแบบหรือควบคุมงาน เป็นต้น
 - ในการทำสัญญาซื้อหรือจ้าง ย่อมต้องกำหนดค่าปรับ         ตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุ พ.ศ. ๒๕๓๕ และที่แก้ไขเพิ่มเติม ดังนั้น ในการรับงานต้องคำนึงถึงความสามารถในการทำงาน เพื่อมิให้เกิดค่าปรับจากการไม่สามารถปฏิบัติตามสัญญา ซึ่งจะเป็นภาระแก่งบประมาณของสถานศึกษา
/- หน่วยงาน …
- ๑๒ -
 - หน่วยงานในสังกัดกระทรวงศึกษาธิการที่เป็นผู้ซื้อหรือผู้ว่าจ้าง ต้องดำเนินการตรวจรับพัสดุให้เป็นไปตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุ พ.ศ. ๒๕๓๕     และที่แก้ไขเพิ่มเติม
 (๒.๒) กรณีสิทธิพิเศษในการจำหน่ายนมในโครงการอาหารเสริม (นม) โรงเรียน เห็นควรปรับปรุงหลักเกณฑ์หรือเงื่อนไขจากเดิม เป็นดังนี้
 “อนุมัติให้สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษาได้รับ    สิทธิพิเศษในการจำหน่ายนมในโครงการอาหารเสริม (นม) โรงเรียน โดยให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น  หรือหน่วยงานของรัฐผู้จัดซื้อนมในโครงการอาหารเสริม (นม) โรงเรียน ที่มีความประสงค์จะจัดซื้อนมพร้อมดื่มจากสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา สามารถติดต่อซื้อได้โดยตรง โดยวิธีกรณีพิเศษ หรือที่เรียกชื่ออย่างอื่นซึ่งมีวิธีการทำนองเดียวกัน ตามระเบียบว่าด้วยการพัสดุที่หน่วยงานนั้นๆ ถือปฏิบัติ”
 (๓) บริษัท ไม้อัดไทย จำกัด โดยยกเลิกมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่            ๒๔ มีนาคม ๒๕๑๓ และ วันที่ ๒๖ มีนาคม ๒๕๑๗ แจ้งตามนัยหนังสือสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี        ที่ สร. ๐๔๐๓/ว ๒๔ ลงวันที่ ๓๐ มีนาคม ๒๕๑๓ และ ที่ สร ๐๒๐๓/ว ๓๔ ลงวันที่ ๒๘ มีนาคม ๒๕๑๗ ตามลำดับ โดยกำหนดหลักเกณฑ์หรือเงื่อนไขการให้สิทธิพิเศษขึ้นมาใหม่ ดังนี้
 “อนุมัติให้บริษัท ไม้อัดไทย จำกัด ได้รับสิทธิพิเศษในการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ต่างๆ โดยให้ส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ หรือหน่วยงานอื่นของรัฐ ที่มีความประสงค์จะสั่งซื้อผลิตภัณฑ์ต่างๆ จากบริษัท ไม้อัดไทย จำกัด สามารถติดต่อซื้อได้โดยตรง โดยวิธีกรณีพิเศษ หรือที่เรียกชื่ออย่างอื่นซึ่งมีวิธีการทำนองเดียวกัน ตามระเบียบว่าด้วยการพัสดุที่หน่วยงานนั้นๆ ถือปฏิบัติ”
 (๔) องค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ โดยยกเลิกมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ ๑๐ มกราคม ๒๕๒๗ แจ้งตามนัยหนังสือสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ที่ นร ๐๒๐๓/ว ๕ ลงวันที่ ๑๖ มกราคม ๒๕๒๗ โดยกำหนดหลักเกณฑ์หรือเงื่อนไขการให้สิทธิพิเศษขึ้นมาใหม่ ดังนี้
 “อนุมัติให้องค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ได้รับสิทธิพิเศษในการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ และบริการอบไม้ ไสไม้ อัดน้ำยาไม้ โดยให้ส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ หน่วยงานตามกฎหมาย       ว่าด้วยระเบียบบริหารราชการส่วนท้องถิ่น หน่วยงานอื่นซึ่งมีกฎหมายบัญญัติให้มีฐานะเป็นราชการบริหารส่วนท้องถิ่น หรือหน่วยงานอื่นของรัฐ ที่มีความประสงค์จะซื้อผลิตภัณฑ์ไม้หรือใช้บริการอบไม้ ไสไม้     อัดน้ำยาไม้ จากองค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ สามารถติดต่อซื้อหรือจ้างได้โดยตรง โดยวิธีกรณีพิเศษหรือ      ที่เรียกชื่ออย่างอื่นซึ่งมีวิธีการทำนองเดียวกัน ตามระเบียบว่าด้วยการพัสดุที่หน่วยงานนั้นๆ ถือปฏิบัติ”
/๓.๒ …
- ๑๓ -
 ๓.๒ พิจารณายกเลิกมติคณะรัฐมนตรีที่ให้สิทธิพิเศษแก่หน่วยงาน จำนวน ๑ หน่วยงาน ได้แก่ มติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ ๑๕ กันยายน ๒๕๔๑ แจ้งตามนัยหนังสือสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ด่วนที่สุด ที่ นร ๐๒๐๕/ว(ล) ๑๒๓๖๑ ลงวันที่ ๒๓ กันยายน ๒๕๔๑ เนื่องจากไม่มีภารกิจในการผลิต รับจ้างทำ จำหน่าย ให้บริการ หรือหมดความจำเป็นที่จะได้รับสิทธิพิเศษต่อไป และขอให้แจ้งเวียนมติคณะรัฐมนตรีให้ส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ และหน่วยงานอื่นของรัฐ ทราบต่อไป
 จึงเรียนมาเพื่อโปรดเสนอคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณา

 ขอแสดงความนับถือ

   (นายกรณ์  จาติกวณิช)
 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง

 

 

 

 

กรมบัญชีกลาง
สำนักมาตรฐานการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ
กลุ่มงานระเบียบว่าด้วยการพัสดุ
โทรศัพท์ ๐ ๒๒๗๓ ๙๐๒๔  ต่อ  ๔๕๕๑
โทรสาร  ๐ ๒๒๗๑ ๑๔๗๓

 

 

 

เอกสารแนบ